การจัดทัพแท็กติกสำหรับเกมที่กำลังจะมาถึงระหว่าง ซังตุส พบ ฟลาเมงโก RJ แสดงให้เห็นว่า กูกา ให้ความสำคัญกับความรัดกุมในแดนกลางเป็นอันดับแรก ก่อนจะปล่อยตัวรุกที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนาม การดันตัวตัดเกมพันธุ์แกร่งอย่าง กุสตาโว เอนริเก เปเรญญ่า ขึ้นมาเล่นในแดนกลาง พร้อมกับโยก วิลเลียน อาราโอ ถอยไปยืนเซ็นเตอร์แบ็ก ชี้ให้เห็นว่าซังตุสต้องการตัดการขึ้นเกมตรงกลางของฟลาเมงโก RJ อย่างหนักหน่วง และจากการที่ฟลาเมงโกขาดจอมทัพตัวหลักอย่าง เด อาร์รัสกาเอตา รวมถึงเซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงอย่าง เลโอ ออร์ติซ ศึกชิงแดนกลางตรงนี้จึงอาจเป็นจุดที่กำหนดทิศทางและจังหวะของเกมทั้งหมดได้เลย
จริงอยู่ว่าหลายคนอาจโฟกัสไปที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ซึ่งจะได้ออกสตาร์ทตัวจริงเป็นนัดแรกในรอบกว่า 200 วัน หรือการที่ เนย์มาร์ มีชื่อกลับมานั่งสำรอง แต่การปรับแผนในแนวรับต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่าพวกเขาจะได้เล่นเกมของตัวเองหรือไม่ การเสริมความแน่นหนาตรงกลางสนามจะช่วยให้ซังตุสชดเชยเรื่องที่คูตินโญ่ยังขาดความต่อเนื่องในการลงเล่นและเกมรับที่อาจช่วยทีมได้ไม่มากนักในทางทฤษฎี หากกุสตาโว เอนริเกสามารถตัดบอลได้ตามแผน ก็จะเปิดโอกาสให้คูตินโญ่มีอิสระในการคุมจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก เพื่อเล่นงานแนวรับฟลาเมงโกที่ต้องจับคู่เซ็นเตอร์แบ็กชุดใหม่
การรับมือและปรับตัวของฟลาเมงโกยามไร้สายตาและวิสัยทัศน์ของเด อาร์รัสกาเอตา จะต้องเจอบททดสอบอย่างหนักเมื่อต้องดวลกับแดนกลางซังตุสที่อัดแน่นขึ้น พวกเขาคงต้องหาทางอื่นในการลำเลียงบอลไปข้างหน้า ซึ่งอาจต้องหันไปพึ่งพาการโจมตีทางริมเส้นมากขึ้นเพื่อเลี่ยงพื้นที่ตรงกลาง น่าจับตาดูว่าการปรับโครงสร้างเกมรับของซังตุสจะเล่นได้อย่างเหนียวแน่นหรือไม่ หรือความเข้าใจกันในบทบาทใหม่อาจก่อให้เกิดช่องว่างที่ไม่คาดคิด เกมนี้จะชี้ขาดกันที่ว่าโครงสร้างที่ปรับเปลี่ยนมาของทั้งสองฝ่ายจะสอดประสานกันได้ดีแค่ไหน มากกว่าจะวัดกันที่ความสามารถเฉพาะตัวของซูเปอร์สตาร์เพียงอย่างเดียว