สองคู่ สองเรื่องราวที่ต่างกันคนละแบบ ที่ริเยกา แนวรับโครเอเชียที่ขาดกองหลังตัวหลักต้องเจอกับอังกฤษที่ยิงได้และก็เสียประตูอยู่เรื่อยๆ ส่วนที่คลีฟแลนด์ ชิคาโก ไวต์ซอกซ์ ต้องใช้เกมบูลเพนมาเจอกับเจ้าบ้านที่ได้พักมาเต็มที่ แถมยังส่งพิทเชอร์ตัวเก่งที่สุดลงขว้างบนเนิน
โครเอเชีย พบ อังกฤษ (01:00 น. เวลาเกาหลี, 4 ต.ค.) โครเอเชียเสียประตูถึง 11 จาก 12 เกมทีมชาตินัดหลังสุด และโค้ชบิลิชก็ยอมรับว่าแผงหลังเล่นได้แย่มากในเกมที่แพ้สเปน 1-4 นัดนี้ มาร์ติน เอร์ลิช ชวดลงสนาม และมีรายงานว่า โยซิป ยูราโนวิช ก็จะพลาดลงเล่นเช่นกัน ถึงอย่างนั้นโครเอเชียยังทำประตูได้แทบทุกนัด โดยยิงไม่ได้แค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 10 นัดหลังสุด ทางฝั่งอังกฤษช่วงหลังเล่นเกมเปิดหน้าแลกตลอด (พบฝรั่งเศส 6-4, พบสเปน 2-3, พบคองโก 2-1) และจะไม่มี นิโก โอไรลีย์ ในตำแหน่งแบ็กซ้าย แต่จะได้ พิกฟอร์ด กลับมาเฝ้าเสา ผมมองว่าคู่นี้น่าจะยิงกันได้ทั้งสองฝั่ง และผลการแข่งขันทรงประมาณ 2-1 น่าจะเป็นรูปทรงปกติของเกมนี้ ส่วนชัยชนะ 2-0 ของอังกฤษที่ปรากเกิดขึ้นในตอนที่เช็กเหลือผู้เล่น 10 คน ผมเลยไม่ขอเอามาเป็นบรรทัดฐาน
คลีฟแลนด์ การ์เดียนส์ พบ ชิคาโก ไวต์ซอกซ์ (02:00 น. เวลาเกาหลี, 4 ต.ค., ALDS เกม 1) ชิคาโกจะส่ง ฮาเกน สมิธ พิทเชอร์ซ้ายลงมาเป็นตัวเปิดเกม แล้วค่อยให้พิทเชอร์รีลีฟเวอร์ทยอยลงมาขว้าง พิทเชอร์ตัวจริง 5 คนหลังสุดของพวกเขาขว้างเฉลี่ยได้เพียงประมาณ 3.6 อินนิง (4.0, 3.0, 5.0, 0.2, 5.1) ทำให้บูลเพนต้องแบกรับภาระเกือบตลอดทั้งคืน การส่งสมิธลงมาถือเป็นการแก้ทางที่เข้าท่าในการรับมือกับควานและเดอลอเตอร์ช่วงต้นเกม แต่ก็ช่วยคุมได้แค่อินนิงแรกหรือสองอินนิงเท่านั้น หลังจากนั้นคลีฟแลนด์ที่ได้เล่นในบ้านคงจะได้เจอกับพิทเชอร์หลายคนที่สลับหน้ากันลงมาขว้าง
ทางฝั่งคลีฟแลนด์ส่ง พาร์กเกอร์ เมสซิก (12-9, ERA 2.56) ลงเป็นพิทเชอร์ตัวจริง โดยปีนี้เขาทำผลงานพบชิคาโกชนะ 2 แพ้ 1 พร้อม ERA 2.81 แถมยังเก็บชัยชนะได้ตลอดการลงสตาร์ต 2 นัดหลังสุดที่เจอกับพวกเขา ขณะที่บูลเพนของการ์เดียนส์ไม่ได้ลงขว้างเลยแม้แต่อินนิงเดียวตลอด 3 วันที่ผ่านมา จริงอยู่ที่เกมตีของชิคาโกกำลังร้อนแรงแถมเพิ่งสวีปฮิวสตันมา เกมนี้จึงไม่ง่ายแน่นอน แต่ผมชอบฝั่งที่มีพิทเชอร์ตัวจริงที่ไว้ใจได้ พร้อมด้วยบูลเพนที่สดใหม่คอยหนุนหลังมากกว่า