[MLS สหรัฐฯ 2026] พรีวิวและวิเคราะห์ พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส พบ โคโลราโด แรพิดส์ เริ่มแข่งขัน: 18 ตุลาคม เวลา 09:30 น. เวลาประเทศไทย
พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส และโคโลราโด แรพิดส์ จะพบกันที่พรอวิเดนซ์ พาร์ก ในวันที่ 18 ตุลาคม เวลา 09:30 น. เวลาประเทศไทย ทั้งสองทีมเหลือเกมฤดูกาลปกติใน MLS สหรัฐฯ อีก 5 นัด และมีคะแนนห่างกัน 5 แต้ม ขณะที่โคโลราโด แรพิดส์ รั้งอันดับ 9 ซึ่งเป็นโควตาเพลย์ออฟสุดท้ายของสายตะวันตก ส่วนพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สอยู่อันดับ 10 จึงมีโอกาสลดช่องว่างเมื่อเจอกับคู่แข่งโดยตรง
1. ภาพรวมเกมและสถานการณ์ของทั้งสองทีม
ตารางคะแนนของศูนย์ข้อมูล ณ วันที่ 16 ตุลาคม ระบุว่าโคโลราโด แรพิดส์ลงเล่น 29 นัด มี 38 แต้ม ส่วนพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สลงเล่นเท่ากัน มี 33 แต้ม หากพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สชนะ ช่องว่างจะเหลือ 2 แต้ม แต่ถ้าแพ้จะเพิ่มเป็น 8 แต้ม พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สมีคะแนนเท่ากับรีล ซอลต์ เลก และซานดิเอโก เอฟซีด้วย อีกทั้งในบรรดาคู่แข่ง 5 ทีมที่เหลือ มีถึง 4 ทีมที่อยู่เหนือเส้นแบ่งเพลย์ออฟ นี่จึงเป็นเกมสำคัญสำหรับพวกเขาเมื่อได้เล่นในบ้าน
รายการ อันดับและคะแนนสายตะวันตก: พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส อันดับ 10 มี 33 แต้ม / โคโลราโด แรพิดส์ อันดับ 9 มี 38 แต้ม ประตูได้และเสียในฤดูกาลนี้: พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส 51 ได้ 56 เสีย / โคโลราโด แรพิดส์ 41 ได้ 41 เสีย ผลงาน 10 นัดหลังสุด: พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส ชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 5 / โคโลราโด แรพิดส์ ชนะ 3 เสมอ 4 แพ้ 3 ไม่ชนะติดต่อกัน: พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส 6 นัด / โคโลราโด แรพิดส์ 4 นัด
การไม่ชนะ 6 นัดติดของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สไม่ได้เกิดจากแนวรุกเงียบตลอด พวกเขาทำ 2 ประตูจากการเจาะริมเส้นและตบกลับในเกมเยือนสปอร์ติง แคนซัส ซิตี ก่อนยิงเพิ่มจากจุดโทษ แต่กลับทำสองประตูนำหลุดมือและเสมอ 3-3 ส่วนเกมเหย้ากับแอตแลนตา ยูไนเต็ด พวกเขายิง 21 ครั้งและมีค่า xG 2.3 แต่แพ้ 0-1 ผลต่างประตูได้เสียใน 5 นัดหลังอยู่ที่ 5-11 มีทั้งวันที่ใช้โอกาสทำประตูไม่คุ้ม และวันที่เสียประตูเร็วหรือมีปัญหาเกมรับในครึ่งหลัง พวกเขาเสียประตูในลีกมา 18 นัดติดต่อกันแล้ว
โคโลราโด แรพิดส์ยิงประตูขึ้นนำได้ก่อนทั้ง 4 นัดหลัง แต่ไม่ชนะเลยสักนัด เกมกับซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส พวกเขานำ 3-1 ก่อนโดนตีเสมอ 2 ประตู ส่วนเกมเยือนแอลเอ กาแล็กซี พวกเขาจบครึ่งแรกด้วยการนำ 2-0 แต่เสียประตูจากการทำเข้าประตูตัวเอง ความผิดพลาดในการจ่ายบอลของผู้รักษาประตู และลูกเตะมุม จนโดนแซงแพ้ 2-3 เกมกับมินนิโซตา ยูไนเต็ดก็มีทั้งการเสียบอลจากการถูกตัดผ่านและการทำเข้าประตูตัวเอง หลังเกมกับซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส แมตต์ เวลส์ กุนซือของทีมมองว่าผู้เล่นหยุดวิ่งและหยุดเพรสซิ่งเมื่อขึ้นนำ ก่อนถอยลงไปตั้งรับลึก ปัญหาช่วงหลังจึงอยู่ที่การรักษาความได้เปรียบ มากกว่าการทำประตูขึ้นนำ
สถิติแยกตามสนามดูเข้าทางพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส ใน 10 เกมเหย้าหลังสุด พวกเขาชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 3 และยิงได้ 24 ประตู ขณะที่โคโลราโด แรพิดส์ชนะเพียง 1 เสมอ 1 แพ้ 6 และยิงได้แค่ 5 ประตูจากเกมเยือน 8 นัดหลัง อย่างไรก็ตาม 10 เกมเหย้าของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สครอบคลุมช่วงที่มีการเปลี่ยนกุนซือถึง 3 คน ใน 5 เกมเหย้าภายใต้มาร์ติ ซิฟูเอนเตส ซึ่งเข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนกรกฎาคม พวกเขาชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิงได้ 11 เสีย 10 ส่วน 5 จาก 8 เกมเยือนของโคโลราโด แรพิดส์เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม และหลังมอร์แกน วิตเทเกอร์มีชื่อครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 กันยายน พวกเขาเล่นเกมเยือนเพียงนัดเดียว ซึ่งก็คือการพบแอลเอ กาแล็กซี และยิง 2 ประตูในครึ่งแรก เราจึงไม่ควรนำสถิติยิงประตูไม่ได้ในเกมเยือนช่วงก่อนหน้าไปใช้กับแนวรุกชุดปัจจุบันโดยตรง
เรื่องผู้เล่น โคโลราโด แรพิดส์มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่า ตามรายงานสถานะผู้เล่นอย่างเป็นทางการของ MLS สหรัฐฯ พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สจะไม่มีอเล็กซ์ โบเนทิก, แบรนดอน ไบ, แจ็ก แม็กกรอว์, ฮวน มอสเกรา และฟินน์ เซอร์แมน ซึ่งล้วนเป็นกองหลัง พวกเขาลงเล่นโดยใช้แนวรับชุดอื่นมาแล้วใน 2 นัดเดือนตุลาคม จึงไม่ใช่การขาดผู้เล่นที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ ส่วนโคโลราโด แรพิดส์ไม่มีแจ็ก สเตฟเฟนและเรจจี แคนนอน รวมถึงซาเยด อาบู ฟาร์คีที่ติดโทษแบน นิโค ฮันเซน ผู้รักษาประตูที่เฝ้าเสาในช่วงหลังยังไม่แน่ว่าจะลงได้หรือไม่
ตำแหน่ง แนวรับ: พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สมีโอกาสใช้แนวรับชุดเดิมจาก 2 นัดหลัง / โคโลราโด แรพิดส์ขาดแคนนอน และคีกัน โรเซนเบิร์กอาจรับหน้าที่แบ็กขวา ผู้รักษาประตู: พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สคาดว่าเจมส์ แพนเทมิสจะลงเล่น / โคโลราโด แรพิดส์ยังไม่แน่ว่าฮันเซนจะลงได้หรือไม่ หากลงไม่ได้อาจเป็นอดัม โบดรี แนวรุก: พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สอาจได้อันโตนีและโคล แบสเซตต์พร้อมลงเล่น / โคโลราโด แรพิดส์ขาดอาบู ฟาร์คีจากโทษแบน โดยดาร์เรน ยาปีหรืออิบราฮิม ซาดิกเป็นตัวเลือกในตำแหน่งกองหน้าตัวกลาง
เมื่อสเตฟเฟนลงไม่ได้ หากฮันเซนก็ไม่พร้อมด้วย อดัม โบดรีมีโอกาสสูงที่จะเฝ้าเสา แม้ฤดูกาลนี้เขาลงเล่นในลีกเพียง 2 นัดก็ตาม ต่อให้ฮันเซนลงได้ เราก็ยังต้องดูว่าอาการบาดเจ็บที่สะโพกส่งผลมากแค่ไหนทางด้านขวา โรเซนเบิร์กอาจเข้ามาแทนแคนนอน หลังเพิ่งเปิดบอลให้ยาปียิงประตูขึ้นนำในเกมกับมินนิโซตา ยูไนเต็ด หากอันโตนีและแบสเซตต์กลับมาได้ พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สก็จะมีตัวเลือกเพิ่มสำหรับเปลี่ยนเกมรุกในครึ่งหลัง อย่างไรก็ตาม การลงสนามของทั้งคู่ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ ไม่ใช่การยืนยันว่าจะได้ออกสตาร์ต
ผลงานที่พรอวิเดนซ์ พาร์กก็เข้าทางเจ้าบ้าน โคโลราโด แรพิดส์แพ้พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สที่สนามแห่งนี้ 5 นัดติดต่อกัน แต่ทุกนัดเกิดขึ้นก่อนซิฟูเอนเตสเข้าคุมทีม และเกมที่พบกันล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ โคโลราโด แรพิดส์ชนะ 2-0 ในบ้าน ตอนนั้นพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สยังอยู่ภายใต้การคุมทีมของเนวิลล์ เราจึงไม่ควรใช้สถิติเกมเหย้าที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียวมาตัดสินการดวลของกุนซือทั้งสองในปัจจุบัน
ทั้งสองทีมลงเล่นเกมล่าสุดในวันที่ 14 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่น และได้พัก 3 วัน พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สกลับมาเล่นในบ้านหลังออกไปเยือน 3 นัดติด ส่วนโคโลราโด แรพิดส์เดินทางมาหลังเล่นในบ้าน 2 นัดรวด ไม่มีพยากรณ์ฝนหรือลมแรงในช่วงเริ่มเกม ปัจจัยที่จะส่งผลกับรูปเกมโดยตรงจึงน่าจะเป็นรายชื่อผู้เล่นตัวจริงและการเปลี่ยนตัวระหว่างเกม มากกว่าตารางแข่งหรือสภาพอากาศ
2. วิเคราะห์การจับคู่
พื้นที่แรกที่โคโลราโด แรพิดส์น่าจะมองหาคือด้านหลังแนวรับของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส ในเกมเยือนแอลเอ กาแล็กซี โคโลราโด แรพิดส์นำ 2-0 ในครึ่งแรกจากประตูของโดโนแวน ฟิลลิป ซึ่งรับบอลทะลุช่องจากจอช อาเทนซิโอ และประตูของแพ็กซ์ตัน แอรอนสันที่รับบอลยาวจากร็อบ โฮลดิง พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเคยเสียประตูแรกจากบอลยกข้ามแนวรับในเกมกับเอฟซี ดัลลัส และเกมกับซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์ก็ถูกมองว่าแนวรับดันสูงจนเป็นสาเหตุของการเสียประตู เมื่อฟิลลิป, แอรอนสัน, อาเทนซิโอ และโฮลดิงพร้อมลงเล่น เส้นทางการจ่ายบอลเหล่านี้จะกลับมาสำคัญ หากพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สครองบอลและดันแนวรับขึ้นสูง
อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจสรุปได้ว่าโคโลราโด แรพิดส์จะเน้นโต้กลับเท่านั้น ช่วงหลังพวกเขาครองบอลได้นานในหลายเกม รวมถึงนัดเยือนแอลเอ กาแล็กซีด้วย หากเวลส์เพิ่มผู้เล่นในแนวรับแล้วให้ทีมเดินหน้าขึ้นเร็ว พวกเขาก็โจมตีพื้นที่หลังแนวรับพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สได้โดยตรง แต่ถ้าเลือกต่อบอลสั้นจากแดนหลัง แนวรับที่อาจมีผู้รักษาประตูและแบ็กขวาคนใหม่ก็ต้องรับมือกับผู้เล่นแนวรุกของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส โคโลราโด แรพิดส์เสียประตูหลังฮันเซนจ่ายบอลพลาดในเกมกับแอลเอ กาแล็กซี และหลังวิตเทเกอร์เสียบอลในเกมกับมินนิโซตา ยูไนเต็ด ส่วนคริสตอฟเฟอร์ เวลเดของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สก็เคยตัดบอลจากคู่แข่งแล้วช่วยให้ดาบิด ดา คอสตายิงประตูในเกมกับแอลเอ เอฟซี ทั้งสองจังหวะไม่ได้หมายความว่าจะเกิดซ้ำในวันนี้ แต่โอกาสทำประตูของทั้งสองทีมอาจเปลี่ยนไปตามวิธีขึ้นเกมจากแดนหลังที่เวลส์เลือกใช้
เกมรุกฝั่งซ้ายของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สจะเจอกับแนวรับฝั่งขวาของโคโลราโด แรพิดส์ที่อาจเปลี่ยนตัว ในเกมกับสปอร์ติง แคนซัส ซิตี ฮิเมร์ โฟรีพาบอลขึ้นไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจ่ายให้คริสเตียน แลสซิเตอร์ทำประตู และในเกมเดียวกัน แลสซิเตอร์ก็เลี้ยงผ่านกองหลังแล้วช่วยให้ดา คอสตายิงได้ หากโรเซนเบิร์กได้ออกสตาร์ตแทนแคนนอน เขาจะต้องรับมือกับโฟรีและแลสซิเตอร์ในพื้นที่นี้ อย่างไรก็ดี โรเซนเบิร์กเพิ่งเปิดบอลให้ทีมขึ้นนำในเกมล่าสุด หากพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเติมโฟรีขึ้นไปเล่นเกมรุกทางซ้าย วิตเทเกอร์ก็อาจโจมตีพื้นที่ด้านหลังทางฝั่งตรงข้ามได้ ทั้งสองทีมต่างมีผู้เล่นที่ใช้พื้นที่ริมเส้นนี้ให้เป็นประโยชน์ได้
แม้เกมริมเส้นจะถูกปิด พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สยังมีโอกาสจากลูกตั้งเตะ ใน 4 เกมที่มีข้อมูลประตูในบ้าน พวกเขายิงได้ 8 ประตู โดย 2 ประตูมาจากฟรีคิกโดยตรงของเวลเด และอีก 2 ประตูมาจากจุดโทษ หากแบสเซตต์กลับมา เขาจะเพิ่มตัวเลือกในการสอดเข้าเขตโทษและเล่นจังหวะฟรีคิก ในเกมเยือนโคลัมบัส ครูว์ที่โบดรีได้ออกสตาร์ต บอลที่แนวรับกับผู้รักษาประตูเคลียร์หลังลูกเตะมุมกลับไปเข้าทางคู่แข่งจนเสียประตู เราไม่ควรคาดว่าโบดรีจะทำพลาดแบบเดิมในวันนี้จากสถิติที่ลงเล่นน้อย แต่หากมีการเปลี่ยนผู้รักษาประตู แนวรับลูกตั้งเตะของโคโลราโด แรพิดส์ก็จะเป็นชุดที่มีประสบการณ์เล่นร่วมกันไม่มาก และต้องรับมือกับฟรีคิกของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส
พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเองก็มีจุดเสี่ยงจากลูกตั้งเตะเช่นกัน โคโลราโด แรพิดส์เคยทำประตูจากลูกเตะมุมของวิตเทเกอร์ และในการพบกันเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ พวกเขาทำประตูด้วยการโหม่งที่เสาไกลหลังลูกเตะมุม พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเพิ่งเสียประตูจากลูกโหม่งหลังฟรีคิกในเกมกับแอลเอ กาแล็กซี ไม่ว่าทีมไหนจะได้เปรียบในเกมรุก ลูกตั้งเตะเพียงครั้งเดียวก็เปลี่ยนสกอร์ได้ ตำแหน่งกองหน้าตัวกลางของโคโลราโด แรพิดส์ที่เปลี่ยนไปเพราะอาบู ฟาร์คีติดโทษแบนยังส่งผลต่อการเข้าทำจากลูกเปิดด้านข้างด้วย ยาปียิงประตูจากลูกเปิดของโรเซนเบิร์กได้ทันทีในเกมกับมินนิโซตา ยูไนเต็ด แต่ถูกเปลี่ยนตัวเพราะมีอาการเจ็บ รายงานสถานะผู้เล่นอย่างเป็นทางการไม่ได้ระบุชื่อเขา จึงยังมีโอกาสลงสนาม แต่ยังไม่แน่ว่าจะได้เป็นตัวจริงหรือเล่นนานแค่ไหน
ช่วงต้นเกมและท้ายเกมอาจเผยให้เห็นจุดอ่อนคนละด้าน พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเสียประตูขึ้นนำก่อนในบ้านกับเซนต์ หลุยส์ ซิตีตั้งแต่นาทีที่ 1, กับออสติน เอฟซีในนาทีที่ 25 และกับแอตแลนตา ยูไนเต็ดในนาทีที่ 28 ส่วนโคโลราโด แรพิดส์ยิงประตูขึ้นนำก่อนทั้ง 4 นัดหลัง แต่ก็ปิดเกมชนะไม่ได้เลย เมื่อพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเปลี่ยนตัวเพิ่มกำลังรุกในช่วงนาทีที่ 60 เป็นต้นไป การรักษาสกอร์นำและการเล่นจากแดนหลังของโคโลราโด แรพิดส์จะยิ่งสำคัญ พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเองก็เคยทำสองประตูนำหลุดมือในเกมกับสปอร์ติง แคนซัส ซิตี ดังนั้นประตูขึ้นนำของฝ่ายใดก็ไม่ได้แปลว่าจะคว้าชัยได้ทันที
หากเข้าสู่ครึ่งหลังด้วยสกอร์เสมอ พื้นที่ในสนามจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกุนซือทั้งสอง พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สมีเหตุผลมากที่จะส่งผู้เล่นเกมรุกลงมาเพิ่มเพื่อไล่ลดช่องว่างคะแนน และเวลส์ก็เคยถอดโรเซนเบิร์กออกแล้วส่งกองหน้าลงมาในช่วงที่เสมอ 1-1 กับมินนิโซตา ยูไนเต็ด ยิ่งพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สบุกนานเท่าไร ฟิลลิปและแอรอนสันก็อาจมีโอกาสวิ่งเจาะหลังแนวรับมากขึ้น หากโคโลราโด แรพิดส์ขึ้นนำก่อน พวกเขาจะต้องรับมือกับลูกฟรีคิกและเกมรุกฝั่งซ้ายของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สให้นานแค่ไหน แต่ถ้าพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สขึ้นนำก่อน การวิ่งเติมของผู้เล่นแถวสองและลูกตั้งเตะของโคโลราโด แรพิดส์ก็จะทดสอบแนวรับเจ้าบ้านต่อไป
3. บทสรุปและมุมมองสุดท้าย
เราให้น้ำหนักกับสถานการณ์ที่พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สแซงชนะในครึ่งหลัง แม้โคโลราโด แรพิดส์จะยิงประตูขึ้นนำในครึ่งแรกก็ตาม ฟิลลิปและแอรอนสันมีความเร็วพอจะวิ่งทะลุหลังแนวรับพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส และเจ้าบ้านก็เสียประตูเร็วในเกมเหย้าช่วงหลัง แต่โคโลราโด แรพิดส์เปลี่ยนประตูขึ้นนำให้เป็นชัยชนะไม่ได้เลยใน 4 นัดหลัง เมื่อพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเพิ่มผู้เล่นเกมรุกในครึ่งหลัง เกมทางซ้ายของแลสซิเตอร์กับโฟรี และฟรีคิกของเวลเดจะได้ทดสอบแนวรับฝั่งขวาและผู้รักษาประตูที่อาจเปลี่ยนของโคโลราโด แรพิดส์ ทีมเยือนยังมีตัวรุกที่ยิงประตูได้จนจบเกม เราจึงมองว่าโอกาสที่พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สจะชนะโดยไม่เสียประตูมีไม่มาก
ตลาดมองพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สเป็นต่อจากผลงานในบ้านและสถิติเกมเยือนที่ไม่ดีของโคโลราโด แรพิดส์ เราเห็นด้วยกับทิศทางผู้ชนะ แต่สถิติเกมเหย้าของพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สมีผลงานจากกุนซือคนก่อนรวมอยู่ด้วย และประตูเกมเยือนที่น้อยของโคโลราโด แรพิดส์ก็มาจากหลายนัดก่อนวิตเทเกอร์เข้าร่วมทีม เมื่อพิจารณาปัญหาการเล่นจากแดนหลังที่ทำให้โคโลราโด แรพิดส์รักษาสกอร์นำไม่ได้ การเลือกผู้รักษาประตูในวันนี้ และช่องทางทำประตูจากลูกตั้งเตะของทั้งสองทีม เรามองว่ามีโอกาสเห็นทั้งสองทีมทำประตูสูงกว่าที่ตลาดประเมิน
สกอร์ที่คาดคือพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สชนะ 3-2 หรือ 3-1 เกมอาจเริ่มจากโคโลราโด แรพิดส์ยิงนำด้วยการวิ่งทะลุแนวรับหรือการเปิดบอลจากริมเส้น ก่อนพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สตามตีเสมอและแซงจากการเปลี่ยนตัวในครึ่งหลัง เกมทางซ้าย และลูกตั้งเตะ อย่างไรก็ตาม หากฮันเซนลงเล่นได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากอาการบาดเจ็บ และโคโลราโด แรพิดส์เพิ่มผู้เล่นแนวรับพร้อมโจมตีพื้นที่ด้านหลังจนยิงเพิ่มในครึ่งหลัง ทีมเยือนก็อาจรักษาความได้เปรียบไว้ได้ หากพอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์สยิงไม่ผ่านแนวรับและใช้ลูกตั้งเตะไม่ได้จนจบเกม มุมมองว่าทีมเหย้าจะชนะก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน