การเพรสซิ่งของฮันโนเวอร์กับวิธีเอาตัวรอดของซังคท์เพาลีทำให้การจ่ายบอลไปข้างหน้าจังหวะแรกกลายเป็นหัวใจสำคัญของเกมนี้ ทีมเยือนใช้ทั้งการต่อบอลสั้นและการเล่นบอลยาวไดเรกต์ ทำให้พวกเขามีทางเจาะเข้าพื้นที่ว่างด้านหลังคู่แข่งที่ดันเกมขึ้นมา ส่วนฮันโนเวอร์ก็ยังมีทีเด็ดจากการขึ้นเกมริมเส้นและลูกเตะมุม ดังนั้นจังหวะเก็บบอลจังหวะสองหรือการครองบอลหลังจบการบุกจึงมีความสำคัญต่อทั้งสองฝั่ง
ภายใต้การคุมทีมของซานโดร วากเนอร์ ฮันโนเวอร์สร้างปัญหาให้มักเดบวร์กได้ด้วยการบีบเพรสซิ่งสูง แต่ก็มีจุดบกพร่องจากการเตะเคลียร์บอลติดบล็อกใกล้ปากประตูตัวเอง การปล่อยให้มีจังหวะยิงซ้ำโดยไม่มีคนตามประกบ รวมถึงพื้นที่เปิดโล่งด้านหลังขณะพยายามไล่บอล ซึ่งแต่ละจุดล้วนเป็นปัญหาคนละแบบกัน ขณะที่การประสานงานล่าสุดของซังคท์เพาลีอย่าง นีย็อง, เมตคาล์ฟ และ ซีเซย์ ถือเป็นวิธีขึ้นเกมรุกที่มีประสิทธิภาพ ส่วนจังหวะเปิดบอลของสมิธให้ริตซ์คา ก็แสดงให้เห็นถึงอีกหนึ่งทีเด็ดจากลูกฟรีคิก
สมิธและราสมุสเซนต้องเจอกับงานแรกคือการพาบอลหนีการเพรสซิ่งของฮันโนเวอร์ออกมาให้ได้ ซึ่งการเปิดบอลยาวไปให้ นีย็อง และ ซีเซย์ เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการฝืนเจาะตามช่องตรงกลางที่หนาแน่น ส่วนทางฝั่งฮันโนเวอร์นั้น ฮาร์เทิล, เอาเดนเนอ และ นอยเบาเออร์ ยังคงเป็นตัวสร้างสรรค์เกมหลัก โดยมีทอร์ดาร์สันคอยเพิ่มความอันตรายจากลูกเตะมุม
รายงานทางการของฮันโนเวอร์ยืนยันว่าบุนดูจะหมดสิทธิ์ลงเล่น และระบุว่ากินดอร์ฟแทบจะไม่มีโอกาสลงสนามหลังเพิ่งหายป่วย ทั้งคู่ไม่ได้ลงเล่นในเกมกับมักเดบวร์กอยู่แล้ว จึงเป็นข้อจำกัดเดิมที่มีต่อเนื่อง ไม่ใช่การขาดตัวหลักเพิ่มจากเกมล่าสุด ส่วนทางซังคท์เพาลีได้อันโดกลับมาพร้อมลงเล่นเต็มที่ ขณะที่การกลับมาของมาธิเซนก็ช่วยเพิ่มทางเลือกในเกมรับ ซึ่งรายงานความพร้อมเหล่านี้เป็นเรื่องของตัวเลือกที่มีให้ใช้งานมากกว่าการประกาศ 11 ตัวจริง
ผมมองว่าฮันโนเวอร์น่าจะพยายามครองพื้นที่และกดดันตั้งแต่ช่วงต้นเกม ขณะที่ซังคท์เพาลีจะสลับเล่นระหว่างการเคาะบอลสั้นและการเปิดบอลยาวไปข้างหน้า ความสามารถของทีมเยือนในการทิ้งบอลให้ตัววิ่งทะลุช่องด้านหลังการเพรสซิ่ง บวกกับทีเด็ดจากลูกตั้งเตะของสมิธ คือจุดชี้ขาดที่ผมให้น้ำหนักมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกเชียร์ซังคท์เพาลีว่าจะบุกมาเก็บชัยชนะกลับออกไปได้ครับ