ทั้งสองคู่ในวันนี้เป็นการเจอกันระหว่างแนวรุกที่กำลังเข้าฝักกับแนวรับที่ต้องปะผุลงสนาม ทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดาต่างต้องจัดแผงหลังแบบโรเตชันเนื่องจากขาดตัวหลัก ขณะที่ชิคาโกและแวนคูเวอร์ก็เสียตัวจริงในแนวรับไปรับใช้ทีมชาติด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งจุดเด่นของแต่ละทีมในสองเกมนี้ ดันชี้เป้าเข้าหาจุดอ่อนที่สุดของคู่แข่งพอดิบพอดี
เริ่มกันที่สนามในเซนต์พอล แผงแบ็กโฟร์ของแคนาดาถูกยกเครื่องใหม่ตลอดช่วงโปรแกรมนี้ เมื่อไม่มีชื่อของ จอห์นสตัน, บอมบิโต และ เดวีส์ ในทีม แถม คอร์เนเลียส, อัลฟี โจนส์ และ โคเน ก็ยังเจ็บกันหมด ส่วน 2 คลีนชีตที่ทำได้ก่อนหน้านี้ ก็เป็นการเจอเปรู และเจอชิลีที่เหลือ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 35
ฝั่งสหรัฐอเมริกายิงประตูได้ตลอด 10 นัดหลังสุด แถมแนวรุกดาวรุ่งอย่าง จูเลียน ฮอลล์ และ คาวาน ซัลลิแวน ก็ฟอร์มสดและเฉียบคมมาตลอดแคมป์นี้
เมื่อมองอีกด้าน โปเช็ตติโนน่าจะส่ง แดสต์, แคมป์เบลล์ และ ปิแอร์ ลงเคาะสนิมในแนวรับสำหรับเกมนัดที่ 4 ของแคมป์เก็บตัวอันยาวนานนี้ โดยในเกมที่ปิแอร์ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงดวลกับชิลี ทีมเยือนก็เจาะตาข่ายได้ถึงสองลูกทั้งช่วงท้ายครึ่งแรกและต้นครึ่งหลัง
แคนาดายุค เจสซี มาร์ช เน้นเพรสซิ่งสูง ถ่ายบอลออกด้านข้าง และคอยฉกฉวยความผิดพลาด ซึ่งยังมี โจนาธาน เดวิด, โพรมีส เดวิด และ โอลูวาเซยี คอยจบสกอร์ แม้จะไม่มี ลาริน กับ บูคานัน ก็ตาม
ตัดมาที่โซลเจอร์ ฟิลด์ ชิคาโก ไฟร์ ยืนยันแล้วว่า เลวานดอฟสกี พร้อมกลับมาช่วยทีมหลังซัดแฮตทริกให้ทีมชาติต่างแดน โดยเขาจะได้ดวลกับแนวรับของ แวนคูเวอร์ ไวต์แคปส์ ที่ไร้เงา โอคัมโป กับ เกราซิเมนคอฟ แถม พริโซ ก็ไปรับใช้แคนาดา
นัดล่าสุดที่ไวต์แคปส์ต้องลงเล่นโดยขาดแข้งหลักยาวเป็นหางว่าวขนาดนี้ พวกเขาเสมอกับ ดีซี ยูไนเต็ด ไป 3-3 โดยเปิดโอกาสให้คู่แข่งลุ้นทำประตูด้วยค่า xG สูงถึง 2.42 และโดนยิงตรงกรอบไปถึง 8 ครั้ง
แวนคูเวอร์มีสถิติค่าความน่าจะเป็นในการได้ประตู (xG) เฉลี่ยมากกว่า 2 ลูกต่อเกม และ ไบรอัน ไวต์ ก็นำเป็นดาวซัลโวของลีกที่ 17 ประตู ซึ่งพวกเขาจะต้องเจอกับชิคาโกที่ยังต้องใช้ผู้รักษาประตูมือสองอย่าง จอช โคเฮน แถมไม่มีแบ็กซ้ายตัวหลักอย่าง โนอาห์ อัลเลน โดยชิคาโกเสียประตูไปถึง 9 จาก 10 นัดหลังสุด
ทำให้เกมนี้ไม่มีเหตุผลที่ทั้งสองทีมจะเน้นรับ ชิคาโกตามหลังท็อปโฟร์สายตะวันออกแค่แต้มเดียวแถมแข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด ส่วนแวนคูเวอร์ก็รั้งจ่าฝูงสายตะวันตก เปิดหน้าแลกกันสนุกแน่นอน