ทั้งสองคู่ในวันนี้มีทรงบอลที่คล้ายกันอย่างชัดเจน นั่นคือมีทีมต่อที่เน้นครองบอล บดกับทีมรองที่ผลงานช่วงหลังดูแย่กว่ารูปเกมในสนามจริง ที่สตุ๊ตการ์ท การที่กลัดบัคยังไม่มีแต้มเลยนั้นอาจบดบังแผงหลังห้าคนของพวกเขา ซึ่งเล่นกันได้อย่างเหนียวแน่นและทำให้เกมสูสีทั้งสองนัดภายใต้กุนซือคนใหม่ ส่วนที่โบลตัน เกมเน้นครองบอลของมิดเดิลส์เบรอต้องมาเจอกับคู่แข่งสายสวนกลับเร็ว ซึ่งเป็นทรงบอลแบบที่เจาะตาข่ายพวกเขามาตลอดทั้งฤดูกาล คำถามในแต่ละคู่จึงไม่ใช่ว่าใครเหนือกว่ากัน แต่เป็นเรื่องที่ว่าการครองเกมของทีมต่อจะเปลี่ยนเป็นประตูได้หรือไม่ และจะเกิดขึ้นที่ฝั่งไหน
สตุ๊ตการ์ท พบ โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค สตุ๊ตการ์ทครองบอลและเน้นเพรสซิ่งสูงเวลาเล่นในบ้าน แต่ปัญหาคือการจบสกอร์ในลีกที่ยังฝืด ยิงได้เพียง 8 ประตูจาก 6 เกม แถมยังยิงไม่ได้ถึง 3 จาก 5 นัดหลังสุดนับตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล ในสองเกมลีกที่เตะต่อจากศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กลางสัปดาห์ พวกเขายิงได้แค่ลูกเดียวในเกมแรกและยิงไม่ได้เลยในเกมถัดมา และนี่ก็เป็นแมตช์ที่สามในรอบเจ็ดวันหลังเพิ่งฟัดกับแอตเลติโกมา ด้านกลัดบัคที่ยังไม่มีแต้มและเสียไปถึง 20 ประตูอาจดูเหมือนทีมแตก ทว่า 16 ลูกในนั้นเกิดขึ้นใน 4 นัดยุคกุนซือคนเก่า แถมมีนัดหนึ่งที่เหลือสิบคนด้วย พอมาในยุคของเบลสซิน พวกเขาแพ้โคโลญจน์ 1-2 และแพ้ฮอฟเฟนไฮม์ในบ้าน 1-2 ด้วยระบบกองหลังห้าคนและได้นิโคลัสช่วยเซฟไว้หลายหน
แม้รายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บจะยาวเป็นหางว่าว แต่ 8 จาก 9 คนนั้นก็ไม่มีชื่ออยู่ใน 11 ตัวจริงชุดที่แพ้ฮอฟเฟนไฮม์อยู่แล้ว มีเพียงลิดเบิร์กที่เป็นรายใหม่ ซึ่งมาจิโนะก็ลงมาเล่นแทนตั้งแต่เกมนั้น ดังนั้นทีมกลัดบัคที่จะลงสนามจึงเป็นโครงสร้างเดิมกับชุดที่แพ้คู่แข่งแค่ลูกเดียว ไม่ใช่ทีมใหม่ที่มีช่องโหว่เพิ่มเข้ามา ส่วนสตุ๊ตการ์ทจะไม่มีวักโนมันในตำแหน่งแบ็กขวา และคาดว่าจะมีการโรเตชันบางตำแหน่ง ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับชุดที่สับไกถึง 24 ครั้งแต่เจาะไม่เข้าในเกมเยือนฮัมบูร์ก
รูปเกมน่าจะเป็นสตุ๊ตการ์ทที่ครองบอลบุกใส่แนวรับที่ถอยไปตั้งรับลึก และครึ่งแรกน่าจะออกมาอึดอัด กลัดบัคจะมีตัวออกบอลเร็วอย่างโมยาและโบลินคอยลากเลื้อยขึ้นทางริมเส้น ทางเดียวที่สตุ๊ตการ์ทจะถล่มขาดคือต้องได้ประตูเร็วจากการเพรสซิ่งเพื่อดึงให้กลัดบัคเสียกระบวน แต่ภาพที่เห็นบ่อยๆ ช่วงหลังคือครองเกมได้แต่หาประตูที่สองและสามไม่เจอ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกอยู่ฝั่งกลัดบัคว่าน่าจะยื้อเกมไว้ได้สูสี
โบลตัน พบ มิดเดิลส์เบรอ โบโร่อยู่อันดับสามและไม่แพ้ใครมา 9 นัดติด พวกเขาเน้นครองบอล มีโอกาสยิงเยอะ และประตูส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในครึ่งหลัง แต่จุดอ่อนสำคัญคือรูปแบบการเสียประตู มิลล์วอลล์ครองบอลแค่หนึ่งในห้าของเกมแต่ยังนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกที่ริเวอร์ไซด์, คาร์ดิฟฟ์ก็นำ 2-0 ตอนพักครึ่ง, นอริชยิงได้ตั้งแต่ยังไม่ครบนาทีแรก และเบอร์มิงแฮมกดสองลูกภายในเวลาสี่นาที โดยรวมแล้วโบโร่เก็บคลีนชีตได้เพียง 2 นัดจาก 10 เกมหลัง
โบลตันคือบอลทรงที่แสบและสร้างปัญหาให้พวกเขาได้เสมอ ยามออกไปเยือนวูล์ฟส์ พวกเขาชนะ 3-1 ด้วยการครองบอลเพียง 39 เปอร์เซ็นต์ และบุกไปชนะนอริช 4-3 ด้วยการครองบอล 41 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้การสวนกลับเร็วผ่านโรดริเกสและดัลบี ตัวเจ็บของทั้งสองฝั่งล้วนเป็นหน้าเดิม ดังนั้น 11 ตัวจริงที่ลงเล่นก็น่าจะเป็นชุดเดิมที่สร้างรูปแบบการเล่นเหล่านี้มา สภาพอากาศที่มีลมแรงและฝนตกน่าจะทำให้เกิดจังหวะบอลลอยและเสียบอลแดนกลางบ่อยครั้ง ซึ่งเอื้อต่อเกมเคาน์เตอร์แอตแทกมากกว่าบอลคอนโทรลเน้นความแน่นอน
ไม่ว่าใครจะขึ้นนำก่อน เกมก็น่าจะเปิดแลกกันสนุก หากโบลตันนำ โบโร่ก็ต้องเดินหน้าลุย ซึ่งพวกเขาก็ตามตีเสมอหรือแซงกลับมาได้ตลอด แต่ถ้าโบโร่นำ โบลตันก็จำเป็นต้องดันขึ้นมาเปิดหน้าสู้ และตลอดช่วงฟอร์มไร้พ่ายนี้ โบโร่รักษาสกอร์นำจนจบเกมแบบคลีนๆ ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นทำให้ผมมองว่าเกมนี้น่าจะมีประตูเกิดขึ้นจากทั้งสองฝั่ง