[เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026-27] พรีวิวและวิเคราะห์ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี พบ แทจอน ฮานา ซิติเซน เริ่มแข่งขัน: 13 ตุลาคม 2026 เวลา 17:00 เวลาประเทศไทย
เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี พบ แทจอน ฮานา ซิติเซน ที่สนามฟุตบอล SAIC ผู่ตง เซี่ยงไฮ้ ในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีลิท รอบลีก โซนตะวันออก นัดที่ 2 วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 17:00 เวลาประเทศไทย ทั้งสองทีมต่างคว้าชัยในเกมแรก หากเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ได้ก็จะมี 6 แต้ม นำหน้าในการลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟอร์มช่วงหลังของทั้งคู่ดีไม่ต่างกัน แต่เกมนี้จะเป็นการดวลกันระหว่างเกมรุกครึ่งแรกของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี กับการแก้เกมในครึ่งหลังของแทจอน ฮานา ซิติเซน
1. ภาพรวมการแข่งขันและสถานการณ์ของทั้งสองทีม
เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี บุกชนะราชบุรี 6-4 ในเกมแรก ส่วนแทจอน ฮานา ซิติเซนเปิดบ้านชนะเกียวโต ซังกะ 1-0 ผลงาน 10 นัดทางการล่าสุดของทั้งคู่เหมือนกันที่ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 แต่เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจียิงได้ 23 ประตู เสีย 13 ขณะที่แทจอน ฮานา ซิติเซนยิงได้ 23 เสีย 12 เส้นทางที่ทำให้ได้ผลงานใกล้เคียงกันนั้นแตกต่างกัน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีทำประตูต่อเนื่องในครึ่งแรกทั้งเกมกับราชบุรีและเจ้อเจียง เอฟซี ส่วนแทจอน ฮานา ซิติเซนพลิกสถานการณ์กลับมาเก็บแต้มได้ด้วยการปรับเกมช่วงพักครึ่งและยิงประตูในครึ่งหลัง
ผลงาน 10 นัดทางการล่าสุด สถิติ: เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 / แทจอน ฮานา ซิติเซน ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 ประตูได้-เสีย: เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ยิง 23 เสีย 13 / แทจอน ฮานา ซิติเซน ยิง 23 เสีย 12 เกมล่าสุด: เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีบุกชนะเจ้อเจียง เอฟซี 4-2 / แทจอน ฮานา ซิติเซนเปิดบ้านชนะชุนบุค ฮุนได 2-1
เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีอยู่อันดับ 7 ในไชนีส ซูเปอร์ลีก มี 36 แต้มจาก 27 นัด แม้ผลงานจะห่างจากช่วงที่คว้าแชมป์ลีก 3 สมัยติดตั้งแต่ฤดูกาล 2023 แต่ก็ไม่ควรตัดสินศักยภาพปัจจุบันจากอันดับเพียงอย่างเดียว ช่วงครึ่งแรกของฤดูกาลมีทั้งปัญหาการลงทะเบียนของเมเลนโดและนักเตะบาดเจ็บ ทำให้กุนซือมัสแคตต้องทดลองใช้แผนที่เน้นเกมรับ หลังจากนั้นเมเลนโดได้ลงสนาม อู๋ เล่ยกลับมาเป็นตัวจริง และทีมเริ่มใช้ระบบ 3-4-3 เชิงรุกเป็นหลักในช่วงก่อนและหลังเกมเอฟเอ คัพกับซานตง ไท่ซานเมื่อเดือนกันยายน ผลงานชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 จาก 10 นัดทางการระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคมถึง 9 ตุลาคม สะท้อนการเปลี่ยนแปลงนี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเกมรุกช่วงหลังมีจุดที่ควรพิจารณาให้รอบด้าน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจียิง 6 ประตูในเกมกับราชบุรีจากโอกาสที่มีค่า xG เพียง 1.80 และปล่อยให้คู่แข่งยิง 16 ครั้งพร้อมทำได้ 4 ประตู เกมกับเจ้อเจียง เอฟซี ทีมยิง 4 ประตู แต่คู่แข่งมีโอกาสยิง 17 ครั้ง และเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีเสียจุดโทษ 2 ครั้งในครึ่งหลัง จุดแข็งคือมีผู้เล่นหลายคนอย่างอัมเป็ม เลโอนาร์โด และเมเลนโด ช่วยกันทำประตูได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตีความชัยชนะที่ยิงได้หลายประตูช่วงหลังว่าเป็นเกมที่เปิดโอกาสให้คู่แข่งน้อย
ผลงานในบ้านและนอกบ้านของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีก็สำคัญกับเกมนี้ ใน 20 นัดทางการล่าสุด 8 เกมในบ้านทำได้ 2 ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ ยิง 9 เสีย 7 ประตู ส่วน 12 เกมนอกบ้านยิงได้ 28 ประตู เมื่อคู่แข่งตั้งรับลึกในบ้าน ทีมครองบอลได้นานแต่ยิงประตูไม่มาก ขณะที่เกมยิงประตูถล่มทลายช่วงหลังส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเกมเยือนที่คู่แข่งเปิดเกมรุกด้วย อย่างไรก็ตาม มีเพียงเกมเดียวที่เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีใช้แผน 3-4-3 ในบ้าน นั่นคือเกมเสมอปักกิ่ง กั๋วอัน 0-0 ซึ่งคู่แข่งตั้งรับแน่น จึงยังสรุปไม่ได้ว่าระบบที่เปลี่ยนไปช่วยให้เกมรุกในบ้านเป็นอย่างไรจากผลนัดนั้นเพียงนัดเดียว
แทจอน ฮานา ซิติเซนเคยไม่ชนะติดต่อกัน 9 นัดในช่วงต้นฤดูกาล แต่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมพลิกกลับมาชนะชุนบุค ฮุนได 2-1 และไม่แพ้ใครในเคลีก 1 มา 6 นัดติด ทีมอยู่อันดับ 5 มี 43 แต้มจาก 31 นัด ตามหลังชุนบุค ฮุนไดอันดับ 4 เพียง 1 แต้ม นอกจากลุ้นพื้นที่ไฟนอล เอ ในลีกแล้ว พวกเขายังได้กลับมาเล่นฟุตบอลระดับทวีปเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี กุนซือฮวัง ซอน-ฮงให้มาซา ดิเอโก และคิม บง-ซูออกสตาร์ตจากม้านั่งสำรองในเกมกับชุนบุค ฮุนได ก่อนส่งตัวหลักลงสนามในเกมแรกกับเกียวโต ซังกะ จึงไม่มีเหตุผลมากนักที่จะพักผู้เล่นในรายการนี้
การไล่ตามคู่แข่งของแทจอน ฮานา ซิติเซนช่วงหลังมีรูปแบบเกมรุกที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ บอลครอสจากทางซ้ายของอี มย็อง-แจนำไปสู่ประตูตีเสมอของจู มิน-กยูในเกมกับเอฟซี อันยัง, ประตูของคัง ยุน-ซ็องในเกมกับอินชอน ยูไนเต็ด และประตูของมาซาในเกมกับชุนบุค ฮุนได ส่วนเกมกับโปฮัง สตีลเลอร์ส พวกเขาทำได้ 2 ประตูจากลูกตั้งเตะ ในเกมกับชุนบุค ฮุนได แทจอน ฮานา ซิติเซนเจาะเกมด้วยจู มิน-กยูไม่สำเร็จในครึ่งแรก ฮวัง ซอน-ฮงจึงส่งมาซากับคิม บง-ซูลงมาเริ่มครึ่งหลังเพื่อเปลี่ยนเกมรุก อย่างไรก็ตาม สถิติเกมเยือน 20 นัดทางการล่าสุดอยู่ที่ชนะ 3 เสมอ 3 แพ้ 4 ซึ่งด้อยกว่าสถิติในบ้านที่ชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 1 เกมเยือนที่เติมผู้เล่นขึ้นหน้าเพื่อไล่ตามสกอร์ยังเผยให้เห็นปัญหาในการรับมือเกมสวนกลับของคู่แข่งด้วย
ผู้เล่นที่ต้องติดตามสถานะจนใกล้เวลาแข่ง ได้แก่ จาง กวัง-แทของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี และบับซินกับอี ชัง-กึนของแทจอน ฮานา ซิติเซน จาง กวัง-แทต้องประเมินสภาพร่างกายเพิ่มเติมหลังเดินทางกลับจากภารกิจทีมชาติ แต่ไม่ได้ลงเล่นทั้งเกมกับราชบุรีและเจ้อเจียง เอฟซี หากเขาไม่ได้ลงสนาม ทีมก็จะจัดแนวรับภายใต้เงื่อนไขเดียวกับ 2 นัดล่าสุด บับซินถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเกมกับชุนบุค ฮุนไดเพราะเจ็บข้อเท้า หากเขาลงเล่นไม่ได้ คิม บง-ซูกับอี ซุน-มินอาจได้จับคู่ในแดนกลาง แต่ช่องทางยิงไกลนอกกรอบเขตโทษที่บับซินทำได้ก็จะหายไป อี จุน-ซอที่ลงแทนอี ชัง-กึนซึ่งพลาดเกมกับชุนบุค ฮุนไดเพราะเจ็บกล้ามเนื้อเล็กน้อย เซฟลูกยิงได้ในเกมนั้น
ทั้งสองทีมยังไม่เคยพบกันในเกมทางการ เกมกระชับมิตรนัดเดียวในปี 2013 ที่แทจอน ฮานา ซิติเซนชนะ 2-1 ไม่อาจใช้ประเมินขุมกำลังชุดปัจจุบันได้ ฤดูกาลก่อนเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีพบทีมจากเคลีกในรายการนี้ 3 นัด ทำได้ 2 เสมอ 1 แพ้ แต่ตอนนั้นทีมใช้แผนเน้นเกมรับเป็นหลัก ทั้งคู่เพิ่งลงเล่นเกมลีกเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม และมีคิวเตะลีกนัดต่อไปวันที่ 18 จึงมีเวลาพักเท่ากัน แต่แทจอน ฮานา ซิติเซนต้องเดินทางข้ามประเทศเพิ่ม ที่ผู่ตงไม่มีพยากรณ์ฝน สภาพอากาศจึงไม่น่ารบกวนการจ่ายบอลหรือเปลี่ยนแกนเกมของฝ่ายใดเป็นพิเศษ
2. วิเคราะห์เกม
ประเด็นสำคัญในช่วงต้นคือเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีจะตัดบอลจากการขึ้นเกมแนวหลังของแทจอน ฮานา ซิติเซนตรงไหน ทีมของกุนซือมัสแคตดันวิงแบ็กขึ้นสูงและเพิ่มจำนวนผู้เล่นในแดนหน้า เกมกับราชบุรีพวกเขาเริ่มเพรสซิ่งตั้งแต่แดนคู่แข่ง ส่วนเกมกับเจ้อเจียง เอฟซี เมื่อแนวรับคู่แข่งเคลียร์บอลไม่ขาด เมเลนโดก็ฉวยโอกาสทำประตูได้ แทจอน ฮานา ซิติเซนไม่มีโอกาสยิงในครึ่งแรกของเกมกับอินชอน ยูไนเต็ด และการขึ้นเกมผ่านจู มิน-กยูยังติดขัดในเกมกับชุนบุค ฮุนได หากพยายามต่อบอลสั้นจากแนวหลังแล้วเสียบอลให้เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี อัมเป็มกับเลโอนาร์โดก็อาจได้จังหวะยิงทันที
แทจอน ฮานา ซิติเซนยังมีทางเลือกในการข้ามแนวเพรสซิ่งด่านแรก ฮวัง ซอน-ฮงอธิบายว่าเมื่อการขึ้นเกมโดยใช้กองหน้าตัวเป้ากับหมายเลข 10 ถูกคู่แข่งกดดันจนไปต่อไม่ได้ เขาจะถอยจู มิน-กยูลงมาต่ำ หากจู มิน-กยูพักบอลยาวแล้วจ่ายต่อให้ผู้เล่นแนวสองได้ แทจอน ฮานา ซิติเซนก็ลดจำนวนจังหวะต่อบอลจากแนวหลังได้ ถ้าเซ็นเตอร์แบ็กของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีขยับตามจู มิน-กยูขึ้นมา มาซาหรือรูบิกซอนก็อาจโจมตีพื้นที่ด้านหลังได้ กุนซือมัสแคตระบุว่าสามารถปรับระดับการเพรสซิ่งแดนหน้าได้ตามคู่แข่ง หากแทจอน ฮานา ซิติเซนต่อบอลยาวได้อย่างแม่นยำ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีก็จะเพรสซิ่งสูงเพื่อแย่งบอลได้ยากขึ้น
เมื่อเปลี่ยนแกนบอลไปอีกฝั่ง พื้นที่ด้านหลังวิงแบ็กของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีจะเป็นจุดสำคัญ ตอนบุกพวกเขาดันผู้เล่นริมเส้นขึ้นสูง แต่เมื่อเสียบอลจะถอยไปตั้งรับในระบบ 5-4-1 หากแทจอน ฮานา ซิติเซนเติมขึ้นไปในช่วงนั้น อี มย็อง-แจอาจเปิดบอลจากฝั่งซ้ายให้ผู้เล่นแนวสองที่สอดเข้ามาจากอีกฝั่ง หรือฟูลแบ็กเป็นคนเข้าทำ จังหวะที่คัง ยุน-ซ็องวิ่งเข้ามาโหม่งบอลครอสของอี มย็อง-แจในเกมกับอินชอน ยูไนเต็ดแสดงให้เห็นช่องทางนี้ได้ดี ด้านขวาของเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจียังเสียจุดโทษในเกมกับเจ้อเจียง เอฟซี ระหว่างพยายามหยุดการเลี้ยงบอลของหวัง อวี่ตง
อย่างไรก็ตาม แทจอน ฮานา ซิติเซนจะหวังพึ่งเกมริมเส้นอย่างเดียวไม่ได้ หากเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีถอยลงมาตั้งรับได้ทัน เซ็นเตอร์แบ็กก็พร้อมรับมือกับบอลครอสในกรอบเขตโทษ ฤดูกาลก่อนพวกเขาโดนอุลซาน เอชดียิง 21 ครั้ง แต่ยังเสมอ 0-0 แทจอน ฮานา ซิติเซนมีทางเลือกอื่นนอกจากการครอส เช่น ลูกตั้งเตะของอี มย็อง-แจ และการยิงไกลของบับซิน นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ต้องติดตามว่าบับซินจะลงเล่นได้หรือไม่ หากเขาพลาด คิม บง-ซูช่วยสู้ในแดนกลางได้ แต่ตัวเลือกที่ทำให้กองหลังต้องระวังลูกยิงตรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษจะลดลง
เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีเองก็อาจรอจังหวะที่แทจอน ฮานา ซิติเซนเติมเกมขึ้นหน้า ในเกมกับราชบุรี อัมเป็มวิ่งสอดหลังแนวรับและทำประตูจากบอลจ่ายของไฮเม กราว ส่วนแทจอน ฮานา ซิติเซนก็เสียประตูให้ติอาโกที่วิ่งสอดหลังแนวรับในเกมกับชุนบุค ฮุนได โดยเฉพาะหากเสียประตูแรกแล้วต้องดันแนวรับสูงเพื่อไล่ตามสกอร์ ก็จะเปิดพื้นที่ให้แนวรุกเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีมากขึ้น เกมเยือนเชจู เอสเค พวกเขาเติมเกมไล่ตามอยู่ ก่อนโดนสวนกลับที่เริ่มจากการเจาะด้านข้างของคู่แข่งจนเสียประตูเพิ่ม นี่คือเหตุผลที่แทจอน ฮานา ซิติเซนต้องปรับทั้งจังหวะการเติมของอี มย็อง-แจและตำแหน่งแนวรับด้านหลังไปพร้อมกัน
การเปลี่ยนตัวของกุนซือในครึ่งหลังมีแนวโน้มทำให้การดวลในพื้นที่เดิมเปลี่ยนไปอีกครั้ง ในเกมกับราชบุรี เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีเปลี่ยนอัมเป็มกับอู๋ เล่ยออกในนาที 64 และเปลี่ยนเยว่ ซินกับมิเกล กัมโปสลงมาในนาที 70 ก่อนเสีย 3 ประตูให้ลาโกโตฮาริมาลาลา ตัวสำรองของคู่แข่ง เราไม่อาจคาดว่าเหตุการณ์เดียวกันจะเกิดซ้ำทุกนัดจากเกมนี้เพียงนัดเดียว แต่ในเกมกับเจ้อเจียง เอฟซี พวกเขาก็เสียจุดโทษ 2 ครั้งในครึ่งหลังเช่นกัน ส่วนแทจอน ฮานา ซิติเซนใช้มาซากับคิม บง-ซูลงมาตั้งแต่พักครึ่ง และส่งดิเอโกลงมาในครึ่งหลังเพื่อปรับเกมรุกในช่วงหลัง ในเกมกับชุนบุค ฮุนได ดิเอโกยิงประตูชัยหลังมาซาเพรสซิ่งได้
รูปเกมจากการเปลี่ยนตัวจะขึ้นอยู่กับสกอร์ในครึ่งแรก หากแทจอน ฮานา ซิติเซนตามหลังไม่เกิน 1 ประตูเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง พวกเขายังมีโอกาสไล่ตีเสมอด้วยบอลครอสของอี มย็อง-แจ ลูกตั้งเตะ และการวิ่งสอดของดิเอโก หากเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีขึ้นนำตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป แทจอน ฮานา ซิติเซนก็ต้องส่งผู้เล่นขึ้นไปช่วยเกมรุกมากขึ้น ซึ่งเสี่ยงเปิดโอกาสให้เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีสวนกลับโดยใช้อัมเป็มหรือเลโอนาร์โด ในทางกลับกัน หากแทจอน ฮานา ซิติเซนนำก่อน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีก็มีแนวโน้มเดินหน้าบุกตามแผนที่กุนซือมัสแคตยืนยันไว้ และแทจอน ฮานา ซิติเซนก็ยังมีโอกาสเปลี่ยนเกมเป็นเกมสวนกลับ
3. มุมมองสุดท้ายและบทสรุป
เราคาดว่าเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีจะครองบอลมากกว่าในบ้าน และใช้การเพรสซิ่งในครึ่งแรกเพื่อขึ้นนำ แทจอน ฮานา ซิติเซนเล่นโดยยอมให้คู่แข่งครองบอลในเกมเยือนช่วงหลัง อีกทั้งยังมีตัวอย่างที่ขึ้นเกมจากแนวหลังไม่สำเร็จ จึงยากจะคาดว่าพวกเขาจะผ่านการเพรสซิ่งของเจ้าถิ่นได้อย่างราบรื่นตั้งแต่ต้นเกม อย่างไรก็ตาม หากเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีขึ้นนำแล้วดันวิงแบ็กสูงต่อ ก็ยากจะปิดทางบอลครอสจากฝั่งซ้ายของอี มย็อง-แจและการเปลี่ยนแกนไปริมเส้นได้ทั้งหมด เมื่อพิจารณาด้วยว่าฮวัง ซอน-ฮงมักใช้มาซา ดิเอโก และตัวรุกคนอื่นในครึ่งหลัง เราจึงมองว่าแทจอน ฮานา ซิติเซนมีโอกาสไล่ตีเสมอและทำให้เกมกลับมาเปิดอีกครั้ง
ตลาดให้น้ำหนักเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีจากการเล่นในบ้าน การไม่แพ้ 9 นัด และผลงานยิงประตูได้มากช่วงหลัง แต่ประตูจำนวนมากเหล่านั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเกมเยือนที่คู่แข่งเปิดเกมบุก ส่วนสถิติในบ้านภายใต้ระบบปัจจุบันมีเพียง 1 นัดเท่านั้นที่พอใช้ประเมินเกมรุกได้ ขั้นตอนที่เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีขึ้นนำแล้วเสียประตูยังไม่เห็นชัดจากสถิติชนะเพียงอย่างเดียว เราจึงยอมรับว่าเจ้าถิ่นน่าจะเริ่มต้นได้ดีกว่า แต่ประเมินว่าโอกาสชนะจนจบเกมมีน้อยกว่าที่ตลาดให้ไว้
สกอร์ที่คาด เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี 2-2 แทจอน ฮานา ซิติเซน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีน่าจะได้ประตูจากการเพรสซิ่งในครึ่งแรก ก่อนแทจอน ฮานา ซิติเซนตามตีเสมอด้วยการโจมตีพื้นที่หลังวิงแบ็ก บอลครอสในครึ่งหลัง และเกมรุกจากตัวสำรอง เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจีเองก็มีโอกาสยิงเพิ่มตอนแทจอน ฮานา ซิติเซนเติมเกมไล่ตาม จึงมองว่าเป็นเกมสูสีที่ทั้งคู่ยิงได้ทีมละ 2 ประตู อย่างไรก็ตาม หากแทจอน ฮานา ซิติเซนเสียประตูต่อเนื่องจากการเพรสซิ่งในครึ่งแรกจนตามหลัง 2 ประตูขึ้นไป การไล่ตามอาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งสวนกลับ และผลก็อาจออกมาต่างจากที่เราคาดไว้