ภาษา

วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล พบ บิยาร์เรอัล (21 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[26-27 UCL ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบลีก] วิเคราะห์พรีวิว ลิเวอร์พูล พบ บิยาร์เรอัล คิกออฟ: 21 ตุลาคม เวลา 02:00 น. (เวลาประเทศไทย)

ลิเวอร์พูล และบิยาร์เรอัล เตรียมลงฟาดแข้งในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบลีก นัดที่ 3 ที่สนามแอนฟิลด์ ในวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ลิเวอร์พูลคว้าชัยมา 2 นัดรวด รั้งอันดับ 5 ของตาราง ขณะที่บิยาร์เรอัลเพิ่งคว้าชัยนัดแรกของรายการหลังเอาชนะนาโปลีได้สำเร็จ นอกจากนี้ อันโดนี อิราโอลา และอินญิโก เปเรซ ที่เคยร่วมงานกันที่ราโย บาเยกาโน ตอนนี้ต่างต้องนำทัพลิเวอร์พูลและบิยาร์เรอัลลงดวลกันเอง

1. ภาพรวมการแข่งขันและสถานการณ์ของทั้งสองทีม

จากตารางคะแนนของศูนย์ข้อมูลเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ลิเวอร์พูลชนะ 2 นัด ยิงได้ 8 ประตู เสีย 4 ประตู มี 6 คะแนน ส่วนบิยาร์เรอัล ชนะ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 5 ประตู เสีย 4 ประตู มี 3 คะแนน หากลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะได้ ก็จะชนะรวด 3 นัด ช่วยให้อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบในการลุ้นตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ ด้านบิยาร์เรอัล หากบุกมาเก็บแต้มในเกมเยือนได้ ก็จะเป็นบันไดก้าวสำคัญที่จะผลักดันจากอันดับ 14 ขยับขึ้นไปลุ้นจบท็อป 8 ได้เช่นกัน

ทั้งสองทีมต่างมีเส้นทางที่แตกต่างกันหลังการเปลี่ยนผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูลของอิราโอลาลงเล่นเกมทางการในฤดูกาลนี้ไป 10 นัด ทำผลงานชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 1 ยิงได้ 20 ประตู เสีย 13 ประตู แม้ผลงานจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 10 นัดสุดท้ายของฤดูกาลก่อนที่ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 5 แต่การชนะ 2 นัดติดในแชมเปียนส์ลีกก็ยังไม่อาจพูดได้เต็มปากว่ารูปเกมเข้าที่เข้าทางอย่างมั่นคงแล้ว ในเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมก็เสียประตูต่อเนื่องหลังจากไรอัน คราเฟนแบร์ก โดนใบแดงไล่ออก หรือในเกมกับลัสค์ (LASK) ที่นำห่างถึง 4-0 แต่พอเปลี่ยนเซ็นเตอร์แบ็กออกพร้อมกัน 2 คน ก็โดนยิงคืนถึง 3 ลูก ขณะที่ชัยชนะแบบพลิกกลับมาแซงชนะเบรนท์ฟอร์ดในเกมเยือนล่าสุด ก็เกิดขึ้นหลังจากคู่แข่งถูกไล่ออกก่อนจบครึ่งแรกไม่นาน

ส่วนบิยาร์เรอัลของเปเรซ ออกสตาร์ตด้วยการไม่ชนะใคร 6 นัดติดต่อกันในเกมทางการ แต่ 5 นัดหลังสุดกลับมาเก็บชัยชนะได้ 3 นัด เสมอ 1 แพ้ 1 หลังจากช่วงที่สะกดคำว่าชนะไม่เป็น พวกเขาดันอัลเบร์โต โมเลโร ไปเล่นอยู่ด้านหลังกองหน้าตัวเป้า จนเอาชนะมาลากาและเลบันเตมาได้ด้วยสกอร์ 3-1 ทั้งสองนัด ในเกมกับนาโปลี แม้จะโดนนำไปก่อนแต่ก็ยังคงเล่นตามแผนที่เตรียมมา และเป็นจอร์เจส มิเคาตัดเซ ที่ดักตัดบอลจ่ายคืนหลังอันผิดพลาดของคู่แข่งเข้าไปยิงตีเสมอ ก่อนจะพาทีมคว้าชัย 3-1 อย่างไรก็ตาม ในเกมเยือนทีมแกร่งอย่างเรอัล มาดริด แม้จะมีโอกาสยิงถึง 15 ครั้ง แต่ค่าความน่าจะเป็นในการได้ประตู (xG) กลับอยู่เพียง 0.62 เท่านั้น การเพรสซิ่งอาจช่วยสร้างจังหวะลุ้นประตูได้จริง แต่การจะเจาะลึกเข้าไปในกรอบเขตโทษที่แอนฟิลด์ได้มากพอหรือไม่นั้น ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย

เงื่อนไขสำคัญ ผลงานในรายการนี้: ลิเวอร์พูล ชนะ 2 · ยิง 8 เสีย 4 / บิยาร์เรอัล ชนะ 1 แพ้ 1 · ยิง 5 เสีย 4 ผลงานนัดล่าสุด: ลิเวอร์พูล บุกชนะเบรนท์ฟอร์ด 2-1 / บิยาร์เรอัล เปิดบ้านเสมอเอลเช 0-0 สภาพความพร้อมของนักเตะตัวหลัก: ลิเวอร์พูล ขาดโดมินิก โซโบสไล, เฌเรมี ฟริมปง / บิยาร์เรอัล ขาดนิโกลัส เปเป้ และทาจอน บูแคนัน ยังต้องรอเช็กความฟิต

การขาดหายไปของผู้เล่นส่งผลต่อการแบ่งบทบาทในสนามของลิเวอร์พูล โซโบสไลยิงไปแล้ว 3 ประตูในฤดูกาลนี้จากการสอดเข้ากรอบเขตโทษจากแถวสอง หากคราเฟนแบร์กลงเล่นแทนในตำแหน่งนี้ ช่องทางการทำประตูตรงส่วนนั้นย่อมลดลง แต่ความสามารถในการป้องกันพื้นที่ว่างระหว่างแดนกลางกับแนวรับ ซึ่งเป็นจุดที่โมเลโรของบิยาร์เรอัลจ้องเล่นงาน จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ฟริมปง แบ็กขวาตัวรุกก็ชวดลงสนามเช่นกัน ทำให้โรนัลด์ อาราอูโฮ ที่ปกติเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก มีโอกาสสูงที่จะต้องขยับมารับหน้าที่ทางกราบขวาแทน ซึ่งจะทำให้บทบาทของตัวรุกริมเส้นฝั่งนั้นมีความสำคัญยิ่งขึ้นในการสร้างเกมรุก

บิยาร์เรอัลปรับทัพถึง 9 ตำแหน่งในเกมกับเอลเช โดยผู้เล่นตัวจริงจากเกมกับนาโปลีที่ได้ลงเล่นต่อเนื่องมีเพียงซานตี โกเมซาญา และโมเลโรเท่านั้น ส่วนซานเตียโก มูริญโญ, ปาเป เกย์, เคราร์ด โมเรโน และมิเคาตัดเซ ต่างได้พัก การที่พวกเขายิงถึง 20 ครั้งและมีค่า xG สูงถึง 2.15 ในเกมกับเอลเช แต่กลับยิงประตูไม่ได้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในจังหวะจบสกอร์ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงด้วยว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่จะลงทำเกมรุกในเกมนี้นั้นไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดดังกล่าว ทางฝั่งลิเวอร์พูลต้องลงเตะเกมเยือนติดต่อกันทั้งกับลัสค์และเบรนท์ฟอร์ด ซึ่งอิราโอลาก็ได้กล่าวถึงการที่นักเตะได้พักฟื้นร่างกายไม่เพียงพอเช่นกัน

สถิติการพบกันถือว่าใช้อ้างอิงได้ไม่มากนัก ลิเวอร์พูลเคยเอาชนะบิยาร์เรอัลในรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกปี 2022 ด้วยการชนะในแอนฟิลด์ 2-0 และบุกชนะ 3-2 ทว่าในตอนนี้ ผู้จัดการทีมของทั้งคู่เปลี่ยนไปหมดแล้ว และนักเตะที่ลงเล่นทั้งสองนัดในตอนนั้นที่ยังคงอยู่กับทีมมีเพียงอาลีสซง, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และฆวน ฟอยธ์ เท่านั้น สิ่งสำคัญสำหรับวันนี้จึงไม่ใช่ชัยชนะ 2 นัดในอดีต แต่เป็นการที่บิยาร์เรอัลจะเลือกตั้งแนวรับไว้สูงต่ำระดับไหนมากกว่า ในเกมที่แอนฟิลด์คราวนั้น บิยาร์เรอัลถอยลงไปตั้งรับลึกจนยื้อไม่ให้ลิเวอร์พูลได้ประตูแรกจนถึงครึ่งหลัง แต่พวกเขาก็ไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว

2. บทวิเคราะห์การประกบคู่ในสนาม

หากบิยาร์เรอัลเลือกดันสูงขึ้นมาเพรสซิ่งแนวรับของลิเวอร์พูล ก็อาจเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ลุ้นประตู บิยาร์เรอัลยุคของเปเรซเคยเพรสซิ่งการออกบอลแรกและบอลแดนหลังของคู่แข่งในครึ่งหลังจนได้ประตูมาแล้วในเกมกับเลบันเต เช่นเดียวกับเกมกับนาโปลีที่มิเคาตัดเซตัดบอลส่งคืนหลังได้ หากวันนี้พวกเขาใช้ระบบ 4-4-2 โดยส่งโมเรโนยืนคู่กับมิเคาตัดเซ ทั้งสองคนก็สามารถเข้าประชิดเซ็นเตอร์แบ็กของลิเวอร์พูลได้ ลิเวอร์พูลมีกองหลังบางรายที่มีอาการล้าจากการลงเล่นต่อเนื่อง หากตัดสินใจจ่ายบอลช้า ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเสียบอลในแดนตัวเองได้

ทว่าการเพรสซิ่งดังกล่าวก็จะทิ้งพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ไว้ด้านหลังแนวรับของบิยาร์เรอัลด้วยเช่นกัน ลิเวอร์พูลไม่จำเป็นต้องต่อบอลสั้นในแดนหลังนานๆ แต่สามารถใช้บอลยาวของอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ วางขึ้นหน้าได้อย่างรวดเร็ว ประตูชัยในเกมกับเบรนท์ฟอร์ดก็มาจากบอลยาวของแม็ค อัลลิสเตอร์ ที่แบรดลีย์ บาร์โคลา โหม่งชงให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ปิดบัญชี บิยาร์เรอัลในเกมเยือนเรอัล มาดริด เคยเสียบอลในแดนบนแล้วโดนคู่แข่งเล่นงานด้วยเกมโต้กลับเร็วมาแล้ว นั่นหมายความว่า ยิ่งบิยาร์เรอัลดันขึ้นมาเพรสซิ่งมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเปิดพื้นที่ให้บาร์โคลาและอิซัคทะลุขึ้นไปได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

ในทางกลับกัน หากเปเรซสั่งคุมโซนสองแถวแล้วถอยแนวรับลงไปต่ำ รูปเกมก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบ ในเกมกับฟูแลม ลิเวอร์พูลไม่สามารถแย่งบอลคืนจากการเพรสซิ่งแดนบนได้ และเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งที่ลงไปตั้งรับเป็นระเบียบแล้วค่อยเริ่มเข้าทำ พวกเขาก็จบเกมด้วยการยิงประตูไม่ได้ หากบิยาร์เรอัลวางโกเมซาญาและเกย์คอยปัดกวาดอยู่หน้าแผงหลังเพื่อบีบพื้นที่ให้แคบลง โฟลเรียน เวียร์ทซ์ ก็จะพลิกบอลและเล่นยากขึ้นเมื่อได้รับบอลในช่องว่างนั้น หากเวียร์ทซ์เชื่อมเกมสำเร็จ อิซัคและบาร์โคลาอาจมีโอกาสสอดทะลุแนวรับได้ แต่ถ้าเส้นทางการจ่ายบอลถูกปิดกั้น ลิเวอร์พูลก็จะต้องหันไปพึ่งพาการเจาะริมเส้นและลูกตั้งเตะมากขึ้น

ลูกตั้งเตะถือเป็นอาวุธสำคัญของลิเวอร์พูลที่ไม่ว่าบิยาร์เรอัลจะตั้งรับลึกหรือสูงก็ต้องระวัง อาราอูโฮเพิ่งโหม่งทำประตูขึ้นนำในเกมกับลัสค์ และในเกมกับเบรนท์ฟอร์ดก็ได้จังหวะจบสกอร์จากลูกเตะมุมในครึ่งหลัง ทางเปเรซเองก็แสดงความระมัดระวังลูกเตะมุมของลิเวอร์พูลในการแถลงข่าวก่อนเกมเช่นกัน บิยาร์เรอัลเคยเสียจุดโทษจากจังหวะเล่นลูกเตะมุมในเกมพบดอร์ทมุนด์ โดยเป็นมูริญโญที่ทำฟาวล์ แม้บิยาร์เรอัลจะแพ็กเกมตรงกลางอย่างแน่นหนา ลิเวอร์พูลก็ยังมีฟาน ไดจ์ค และอาราอูโฮ ที่พร้อมขึ้นไปลุ้นพังประตูจากจังหวะบอลโด่งหน้าปากประตูได้เสมอ

เวลาที่บิยาร์เรอัลเป็นฝ่ายครองบอล การรับมือทางฝั่งขวาของลิเวอร์พูลคือจุดชี้ขาด ในเกมกับเลบันเต โมเลโรขยับเข้ามาเล่นในพื้นที่ว่างระหว่างกองกลางและกองหลังคู่แข่งจนสร้างสรรค์เกมได้อย่างยอดเยี่ยม และทำไป 1 ประตู 2 แอสซิสต์ในนัดนั้น หากเขาตัดจากกราบซ้ายของบิยาร์เรอัลเข้าด้านใน โดยมีแบ็กซ้ายอย่างการ์โลส โรเมโร เติมเกมรุกขึ้นมา อาราอูโฮที่คาดว่าจะลงเล่นแบ็กขวาจะต้องคอยระวังทั้งสองคนพร้อมกัน หากตัวรุกกราบขวาของลิเวอร์พูลลงมาช่วยซ้อนโรเมโร และคราเฟนแบร์กช่วยคุมพื้นที่ด้านในได้ อาราอูโฮก็จะมีสมาธิกับการประกบโมเลโรได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าช่วยเกมรับไม่ดีพอหรือระยะห่างในแดนกลางกว้างเกินไป ก็จะเปิดช่องให้โมเลโรมีพื้นที่รับบอลทำเกมได้ทันที

การเลือกใช้งานทางฝั่งขวาของบิยาร์เรอัลก็มีความเชื่อมโยงกับบาร์โคลาโดยตรง เนื่องจากบูแคนันยังไม่แน่นอนว่าจะได้ลงเป็นตัวจริงหรือไม่ ทำให้เนธาน ซาลิบา และอิเลียส อาโคมัช ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกในตำแหน่งมิดฟิลด์ฝั่งขวา หากส่งซาลิบาลงเล่น ก็จะสามารถช่วยมูริญโญโฟกัสกับการหยุดบาร์โคลาได้มากขึ้น แต่หากเป็นอาโคมัช ทีมก็จะมีโอกาสเล่นงานพื้นที่ว่างด้านหลังการเติมเกมของมิลอส เคอร์เคซ ได้ ทว่ามูริญโญก็จะต้องรับมือกับบาร์โคลาแบบตัวต่อตัวบ่อยขึ้นตามไปด้วย มูริญโญเองแม้จะเคยยิงประตูได้ในเกมกับดอร์ทมุนด์และนาโปลี แต่เมื่อเติมเกมรุกขึ้นไปแล้ว ก็ต้องรีบกลับมารับมือกับการทะลุขึ้นมาของบาร์โคลาให้ทันเช่นกัน

ในช่วงครึ่งหลัง จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องความสดและเวลาการลงสนามระหว่างตัวจริงกับตัวสำรองควบคู่ไปด้วย นักเตะตัวจริงที่คาดการณ์ของบิยาร์เรอัลส่วนใหญ่ได้พักมาในเกมกับเอลเช แต่ตัวสำรองหลายคนกลับได้ลงเป็นตัวจริงในนัดนั้น ส่วนลิเวอร์พูล ตัวหลักบางรายมีอาการล้าสะสมอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ดาวรุ่งอย่างริโอ อึงกูโมฮา, ลูอิส คูมาส และเทรย์ ไนโอนี ได้ลงเล่นเป็นแค่ตัวสำรองในเกมกับเบรนท์ฟอร์ด หากอิราโอลาปรับเปลี่ยนแผงหลังหลังจากทีมขึ้นนำเหมือนในเกมกับลัสค์ บิยาร์เรอัลก็อาจได้โอกาสกลับมาเพรสซิ่งทวงประตูคืนได้ แต่ถ้าลิเวอร์พูลเลือกใช้บอลยาวเพื่อหนีการเพรสซิ่ง และบรรดาตัวสำรองที่ลงมายังคงช่วยวิ่งไล่บดในแดนหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ลำพังเพียงแค่ความสดจากการได้พักของตัวจริงบิยาร์เรอัลก็คงยากที่จะพลิกโมเมนตัมของเกมกลับมาได้

3. บทวิเคราะห์ขั้นสุดท้ายและบทสรุป

สกอร์ที่คาดคือ เจ้าบ้านลิเวอร์พูลเบียดชนะ 2-1 รูปเกมน่าจะเป็นทางฝั่งลิเวอร์พูลที่ออกนำไปก่อนจากจังหวะลูกตั้งเตะหรือการโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลังการเพรสซิ่งของบิยาร์เรอัล ก่อนจะบวกประตูเพิ่มได้ แล้วจากนั้นบิยาร์เรอัลน่าจะมาได้ประตูตีไข่แตกไล่ขึ้นมา 1 ลูกในช่วงครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังมีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะให้ได้ลุ้นเสมอไม่ว่าบิยาร์เรอัลจะวางแนวรับไว้ลึกหรือสูง ส่วนการพาบอลขึ้นหน้าโดยตรงของแม็ค อัลลิสเตอร์ จะช่วยแก้การเพรสซิ่งแดนบนของบิยาร์เรอัล พร้อมกับเปิดทางให้บาร์โคลาและอิซัคได้มีโอกาสลุ้นทำประตู ยิ่งไปกว่านั้น หากคราเฟนแบร์กยืนคุมแดนกลางได้อย่างรัดกุม โมเลโรก็คงขยับมารับบอลด้านในเพื่อเชื่อมเกมรุกให้บิยาร์เรอัลได้ไม่ง่ายนัก

ในมุมของการคว้าชัยชนะ ทรรศนะยังคงเอนเอียงไปทางลิเวอร์พูลไม่ต่างกัน แต่จุดต่างอยู่ที่เรื่องของผลต่างประตู แม้สถิติการยิง 8 ประตูในรายการนี้ของลิเวอร์พูลและสถิติการเสียประตูนอกบ้านของบิยาร์เรอัลจะชวนให้มองไปถึงชัยชนะแบบขาดลอย ทว่าในวันนี้ ลิเวอร์พูลขาดทั้งโซโบสไลและฟริมปง ทำให้พลังในการผลิตสกอร์เพิ่มดรอปลงไป นอกจากนี้ การที่อิราโอลาอาจต้องบริหารจัดการเวลาลงเล่นของลูกทีมเพื่อเตรียมตัวรับมือไบรท์ตันในอีกสี่วันข้างหน้า ประกอบกับความสดของตัวจริงบิยาร์เรอัลที่ได้พักมาเต็มๆ ในเกมกับเอลเช จึงทำให้เรามองว่ามีโอกาสที่ลิเวอร์พูลจะเสียคืนสัก 1 ประตูหลังจากขึ้นนำไปแล้ว

เงื่อนไขที่จะทำให้รูปเกมคลาดเคลื่อนไปจากนี้ อยู่ที่การรับมือในแดนหลังของลิเวอร์พูล หากลิเวอร์พูลไม่สามารถใช้บอลยาวหนีการเพรสซิ่งของสองกองหน้าบิยาร์เรอัลได้ และยังก่อความผิดพลาดซ้ำๆ ในแดนตัวเอง บิยาร์เรอัลก็มีสิทธิ์เป็นฝ่ายยิงประตูขึ้นนำได้ก่อน และหากสถานการณ์เป็นเช่นนั้น ลิเวอร์พูลจะต้องเจอกับงานหินในการเจาะเกมรับของบิยาร์เรอัลที่พร้อมลงไปอุดเพื่อรักษาสกอร์ ซึ่งอาจทำให้มุมมองที่คาดว่าจะชนะ 2-1 นั้นเป็นไปได้ยากขึ้น

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง