การเจอกับสโมสรจากอังกฤษเป็นครั้งแรกของโกโมออกมาในจังหวะที่ดูแปลกตา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเสียทั้งตัวเลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและกองกลางตัวรับพร้อม ๆ กัน ในช่วงที่ชัยชนะของโกโมมักจะมาจากเกมที่เล่นเร็วและเปิดแลก โกโมชนะไลป์ซิก 4-1 แพ้ที่เฟเยนูร์ด 3-2 แล้วกลับมาชนะที่ฟิออเรนตินา 3-1 แสดงว่าพวกเขายิงได้เยอะและเสียประตูเป็นชุด ส่วนยูไนเต็ดกลับตรงกันข้าม แพ้ที่แอตเลติโก 0-2 และเสมอที่ลีดส์ 1-1 คำถามของผมก็คือแนวรับยูไนเต็ดชุดแก้ขัดนี้จะต้านทานเกมเปิดที่โกโมสร้างขึ้นมาตลอดได้หรือไม่
เริ่มที่ฝั่งยูไนเต็ดก่อน รายชื่อผู้เล่นที่ลงไม่ได้ของเรามี เลนี โยโร ติดโทษแบนจากใบแดง รวมถึง ลูค ชอว์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ค็อบบี ไมนู, มานูเอล อูการ์เต, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เบนจามิน เชสโก ที่ต้องพัก นั่นทำให้พวกเขาขาดทั้งกองหลังที่ปกติจะคอยยืนช่วย แมกไกร์ กับดาโลต์ และกองกลางที่คอยตัดเกมก่อนถึงแผงหลัง บทวิเคราะห์ก่อนเกมของ Sports Mole ที่อัปเดตสัปดาห์นี้ระบุว่าพวกเขายังไม่ชนะใครเลยนับตั้งแต่เกมชนะซาบาห์ 4-0 และมีแรงกดดันใส่ แคร์ริก ส่งผลให้ทีมมีโอกาสเปิดพื้นที่ว่างตรงกลางสนาม ซึ่งเป็นจุดที่ทีมที่ชอบยิงประตูเป็นระลอกจะมองหาจังหวะเล่นงาน
ทางฝั่งโกโม ข้อมูลของเรามี อัลบาโร ดิเยา, คีน และ ชาโลบาห์ ที่ลงไม่ได้ ทำให้ ฟาเบรกัส มีตัวเลือกบางตาลงทั้งแดนหน้าและแนวรับ ทางรอดของพวกเขาคือประตูของโกโมไม่ได้พึ่งพากองหน้าคนเดียว แต่สกอร์ 2-3 ที่ร็อตเตอร์ดัมก็ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาก็พร้อมโดนเจาะได้เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ผมจะรอดูก็คือ โกโมจะเปิดเกมบดแดนกลางที่อ่อนลงของยูไนเต็ดตั้งแต่ต้นเกม หรือจะรอตั้งรับแล้วปล่อยให้แนวรับแก้ขัดของยูไนเต็ดตั้งหลักได้ เกมนี้จึงไม่มีฝั่งไหนที่อยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัยชัดเจน