ภาษา

วิเคราะห์ อัล อาหลี พบ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ (26 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 26-27] วิเคราะห์เจาะลึก อัล อาหลี พบ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ เวลาคิกออฟ: 26 ตุลาคม 23:00 (เวลาประเทศไทย)

อัล อาหลี และ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ เตรียมลงฟาดแข้งศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีลิท โซนตะวันตก รอบลีก นัดที่ 3 ณ สนามกีฬาเมืองกีฬาแห่งสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ เมืองเจดดาห์ ในเวลา 23:00 น. วันที่ 26 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย อัล อาหลี เจ้าของตำแหน่งแชมป์รายการนี้สองสมัยติด หวังคว้าชัยชนะในบ้านนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ ส่วน กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ที่ออกสตาร์ตด้วยความพ่ายแพ้ 2 นัดรวด ต้องพยายามเลี่ยงการปราชัย 3 เกมติดต่อกัน เกมนี้เกมรุกช่วงต้นของทีมเยือนและการปรับหมากแก้เกมในครึ่งหลังของเจ้าถิ่นมีโอกาสสูงที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการแข่งขัน

1. ภาพรวมการแข่งขันและฟอร์มปัจจุบันของทั้งสองทีม

อัล อาหลี ประเดิมเกมเหย้านัดแรกในรายการนี้ด้วยการเสมอ ปัคทาคอร์ 1-1 ก่อนจะบุกไปเอาชนะ อัล วาสล์ 3-1 ทางด้าน กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ แพ้มาทั้งสองนัด โดยออกไปพ่าย อัล ฮิลาล 1-2 และแพ้ในบ้านต่อ เอสเตกฮลัล 1-2 ทำให้อัล อาหลี มี 4 คะแนนจาก 2 นัด รั้งอันดับ 5 ส่วน กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ยังไม่มีแต้ม จมอยู่อันดับ 13 สำหรับผลงานในลีกในประเทศ อัล อาหลี อยู่อันดับ 5 ของซาอุดีโปรลีก มี 21 แต้มจาก 10 นัด ขณะที่ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ เก็บได้เพียง 6 คะแนนจาก 7 นัดในกาตาร์ สตาร์ส ลีก อยู่อันดับ 10 ของตาราง

สถิติเปรียบเทียบ 2 นัดในรายการนี้: อัล อาหลี ชนะ 1 เสมอ 1 · ยิงได้ 4 เสีย 2 / กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ แพ้ 2 · ยิงได้ 2 เสีย 4 10 นัดหลังสุดในทุกรายการ: อัล อาหลี ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 3 · ยิงได้ 26 เสีย 14 / กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 5 · ยิงได้ 17 เสีย 22 ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว: อัล อาหลี 7 นัด ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 · ยิงได้ 16 เสีย 5 / กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ 8 นัด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 5 · ยิงได้ 10 เสีย 18

อัล อาหลี คว้าชัยชนะในเกมทางการมา 4 นัดติดต่อกัน โดยเอาชนะทั้ง อัล ฟาเตห์, อัล วาสล์, อัล ไฟฮา และ อัล คาลีจ ยิงรวมกันถึง 14 ประตูตลอด 4 นัดดังกล่าว แม้กระทั่งเกมเยือน อัล วาสล์ พวกเขาก็ปล่อยให้คู่แข่งครองบอลมากกว่า แต่สามารถอาศัยลูกเตะมุมและเกมรุกครึ่งหลังปิดจ็อบเก็บชัยมาได้ อย่างไรก็ดี อีก 3 ทีมที่เหลือล้วนเป็นทีมระดับท้ายตารางของลีกซาอุดี อีกทั้งก่อนหน้านี้พวกเขาก็บุกไปพ่าย อัล ฮิลาล 0-3 และ อัล คาดิซิยาห์ 2-3 ฟอร์มชนะรวดสะท้อนถึงศักยภาพการทำประตูได้ชัดเจนก็จริง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าจะสร้างโอกาสเข้าทำได้จำนวนเท่าเดิมเมื่อต้องเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่ง

ฝั่ง กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ไม่ชนะใครมา 4 นัดติดในเกมทางการ (เสมอ 2 แพ้ 2) ล่าสุดที่พบกับ อัล อาห์ลี โดฮา พวกเขาขึ้นนำก่อน 2-0 ในครึ่งแรกจาก เซย์ดู ซาโน และ ยาซีน บราฮิมี ทว่ากลับเสีย 2 ประตูในครึ่งหลังจนจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ส่วนเกมกับ เอสเตกฮลัล แม้จะสร้างโอกาสยิงได้ถึง 19 ครั้ง และเข้ากรอบ 9 ครั้ง แต่ก็แพ้ไป 1-2 โดยประตูตัดสินเกมเกิดขึ้นทันทีหลังจากพวกเขาตามตีเสมอได้ จากความผิดพลาดในการจ่ายบอลแดนหลังของ อายูบ อัล อูวี การสร้างโอกาสในเกมรุกกับการรักษาสถานการณ์ที่ได้เปรียบจนจบเกมจึงยังเป็นคนละโจทย์กันสำหรับทีมนี้

สถิติเกมเหย้า-เยือนตลอด 20 นัดหลังสุดของทั้งสองทีมก็มีความแตกต่างให้เห็น อัล อาหลี ลงเล่นในบ้าน 9 นัด ชนะ 7 เสมอ 2 ยิงได้ 27 ประตู เสียเพียง 4 ประตู ส่วน กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ลงเตะเกมเยือน 10 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 7 ยิงได้ 13 เสียไป 27 ประตู โดยไม่มีคลีนชีตแม้แต่นัดเดียวในเกมเยือน 10 นัดดังกล่าว ถึงกระนั้น ในบรรดา 9 ทีมที่บุกมาเยือน อัล อาหลี มีถึง 7 ทีมที่เป็นสโมสรระดับกลางถึงท้ายตารางของลีกซาอุดี และ 2 นัดที่เสมอล้วนเป็นการดวลกับคู่แข่งระดับทวีปทั้งสิ้น ดังนั้นการประเมินส่วนต่างของสกอร์ในวันนี้โดยอิงจากสถิติเกมเหย้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

อีกหนึ่งแง่มุมที่ควรนำมาพิจารณาควบคู่กับสถิติฤดูกาลนี้คือผลงานช่วงปลายซีซั่นก่อน อัล อาหลี ปิดท้าย 7 เกมสุดท้ายของฤดูกาลก่อนด้วยผลงาน ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 1 ส่วน กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ทำได้เพียง ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 5 จาก 8 นัดท้าย และไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลยสักนัด แต่ในตอนนั้นกุนซือของ อัล อาหลี คือ มัทธีอัส ไยส์เล ขณะที่ปัจจุบันคุมทัพโดย มาริโน ปูชิช ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งในเดือนสิงหาคม อีกทั้งสถิติปลายซีซั่นก่อนของ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ก็ยังไม่มีส่วนร่วมของ อิสมาแอล เบนนาเซอร์ และ ฟรองค์ มากรี ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ ตัวเลขในอดีตจึงใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อสังเกตแนวโน้มเกมรับได้ แต่ไม่ได้สะท้อนฟอร์มการเล่นของขุมกำลังชุดปัจจุบันทั้งหมด

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในรายชื่อ 11 ตัวจริงคือการขาดหายไปของ เมริห์ เดมิรัล เซ็นเตอร์แบ็กของ อัล อาหลี ซึ่งออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้ทีมตลอด 10 นัดทั้งในลีกและถ้วยเอเชียฤดูกาลนี้ แต่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า ส่วนคนที่จะลงมายืนคุมแนวรับคู่กับ โรเจอร์ อิบาเญซ ต้องรอดูการประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการ ด้าน เอดูอาร์ เมนดี และ เวนเดอร์สัน กาเลโน แม้จะลงซ้อมได้แล้ว แต่การตัดสินใจว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่จะเกิดขึ้นก่อนเริ่มเกม ขณะที่ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เบนนาเซอร์ ที่ติดโทษแบนจากใบแดงในเกมพบ อัล ฮิลาล จึงไม่ได้เดินทางมากับทีม ทว่าพวกเขาก็เคยลงเล่นเกมกับ เอสเตกฮลัล โดยไม่มีเขามาแล้ว นัดนี้จึงต้องหาคู่ประสานแดนกลางที่สามารถลำเลียงบอลได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

โปรแกรมการแข่งขันสร้างภาระให้ทั้งสองทีมต่างกัน อัล อาหลี ได้พักราว 70 ชั่วโมงหลังจบเกมกับ อัล คาลีจ ก่อนลงเตะนัดนี้ แต่หลังจากนี้พวกเขามีคิวต้องออกไปเยือน อัล ชาบาบ และ อัล ซาดด์ ติดต่อกัน 2 นัด ส่วน กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ มีเวลาพักราว 95 ชั่วโมงหลังเกมนัดล่าสุดในลีก แต่เดินทางมาถึงเจดดาห์ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม และได้ลงฝึกซ้อมที่สนามแข่งขันเพียงครั้งเดียว ทั้งสองทีมยังไม่มีกุนซือคนไหนเปรยเรื่องการหมุนเวียนนักเตะ แต่ ปูชิช เคยพักตัวหลักบางคนไว้ข้างสนามในเกมพบ ปัคทาคอร์ มาแล้ว ทำให้ช่วงเวลาที่เกมรุกของ อัล อาหลี จะเร่งเครื่องขึ้นอาจขึ้นอยู่กับการจัดทัพตัวจริง

2. วิเคราะห์การประกบคู่และแท็กติก

เปโดร มาร์ตินส์ กุนซือของ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ กล่าวก่อนเกมว่าทีมต้องเน้นเกมรุกให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งในการมาเยือนเจดดาห์ 2 ครั้งหลังสุด กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ก็เป็นฝ่ายดันเกมขึ้นหน้าเพื่อหาโอกาสสับไกก่อน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 พวกเขาได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษแต่สุดท้ายแพ้ 2-4 และในเดือนตุลาคมปีเดียวกันก็พลาดโอกาสทองช่วงต้นเกมก่อนจะปราชัย 0-4 แม้ทั้ง 2 นัด อัล อาหลี จะเป็นฝ่ายกำชัย แต่ในเวลานั้นคุมทีมโดย ไยส์เล และผู้เล่นที่มีส่วนกับการทำประตูในวันนั้นอย่าง ริยาด มาห์เรซ หรือ ฟร้องค์ เกสซิเย ก็ย้ายออกไปแล้ว การนำชัยชนะด้วยผลต่าง 4 ประตูในอดีตมาคาดเดาจำนวนสกอร์ของแนวรุกชุดนี้โดยตรงคงทำไม่ได้

ปัจจุบัน อัล อาหลี เล่นในระบบ 4-2-3-1 ภายใต้การนำของ ปูชิช โดยมี ไอแวน โทนีย์ เป็นศูนย์กลางในแดนหน้า ซึ่ง โทนีย์ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครบทั้ง 11 นัดรวมทุกรายการในซีซั่นนี้ และกดไปแล้ว 13 ประตู ยามที่เขาถอยต่ำลงมารับบอลนอกกรอบเขตโทษ ฟรานซิสโก ตรินเกา และแนวรุกแถวสองจะสอดขึ้นไปในพื้นที่ว่างด้านหน้า ตรินเกา ทำแอสซิสต์จากการเปิดเตะมุมให้ทีมขึ้นนำในเกมกับ อัล วาสล์ แถมยังตัดจากกราบขวาเข้าในมายิงประตูชัยได้ด้วย หากเซ็นเตอร์แบ็กของ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ขยับตามประกบ โทนีย์ แดนสองก็มีพื้นที่ให้โจมตี แต่หากปักหลักคุมพื้นที่ โทนีย์ ก็จะมีเวลาพลิกบอลเพื่อเชื่อมเกมรุก

จังหวะที่ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ดันเกมขึ้นสูง การจัดการกับบอลในแดนกลางจะกลายเป็นจุดชี้ขาด ในเกมกับ เอสเตกฮลัล ที่ขาด เบนนาเซอร์ พวกเขาเดินหน้าบุกจนตามตีเสมอได้ แต่กลับเสียประตูชัยทันควันจากความผิดพลาดในการจ่ายบอลแดนหลัง ขณะเดียวกัน อัล อาหลี เคยฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของผู้รักษาประตู อัล ฟาเตห์ เปลี่ยนเป็น 2 ประตูมาแล้ว หาก กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ เติมผู้เล่นในเกมรุกแล้วเสียการครอบครองบอล ต้องระวังเกมเปลี่ยนจังหวะเร็วที่ โทนีย์ จะเป็นตัวพักบอลให้ ตรินเกา หรือตัวรุกฝั่งซ้ายสอดขึ้นมาจบสกอร์ นอกจากนี้ ในการพบกันเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ เสียไปถึง 3 ประตูภายในเวลา 9 นาทีหลังกองกลางอย่าง ฟาบริซิโอ ดิแอซ ได้รับบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก ยิ่งตอกย้ำว่าการครองบอลเหนียวแน่นในแดนกลางมีความสำคัญเพียงใด

กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ เองก็มีช่องทางลุ้นทำประตูเช่นกัน บราฮิมี เป็นคนเปิดบอลให้ มากรี ลุ้นทำประตูในเกมกับ เอสเตกฮลัล และเป็นคนเปิดฟรีคิกที่นำไปสู่ประตูตีเสมอของ แฟร์จานี ซัสซี ขณะที่ อัล อาหลี เพิ่งเสีย 2 ประตูจากการเปิดบอลด้านข้างแล้วโดนโหม่งในเกมพบ มาเมโลดี ซันดาวนส์ ยิ่งนัดนี้ไม่มี เดมิรัล คอยเก็บกวาดลูกกลางอากาศตรงกลางกรอบเขตโทษ แม้ อิบาเญซ จะเพิ่งโหม่งทำประตูจากลูกเตะมุมในเกมกับ อัล วาสล์ แต่คู่เซ็นเตอร์แบ็กชุดใหม่จะรับมือกับลูกเปิดของ บราฮิมี และการเคลื่อนที่ของ มากรี กับ ซัสซี ได้ดีแค่ไหน ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ในสนาม

การบริหารเกมในครึ่งหลังมีความสำคัญไม่แพ้การได้ประตูขึ้นนำ หากดูสถิติที่บันทึกไว้ อัล อาหลี ยิงได้ 15 ประตูและเสียเพียง 4 ประตูในช่วงครึ่งหลังตลอด 9 นัด ส่วน กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ยิงได้ 5 ประตูและเสียถึง 12 ประตูในช่วง 45 นาทีหลังของ 8 นัด สำหรับ อัล อาหลี นั้น อาร์เตม บอนดาเรนโก ทำประตูได้ในครึ่งหลังของเกมกับ อัล คาลีจ ขณะที่ ฟิราส อัล-บูไรคาน ก็ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองและทำประตูช่วงท้ายเกมได้ทั้งในนัดพบ ปัคทาคอร์ และ อัล วาสล์ ตรงกันข้ามกับ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ที่เพิ่งทำสกอร์นำ 2 ลูกหลุดมือในครึ่งหลังของเกมกับ อัล อาห์ลี โดฮา แม้สถิติดังกล่าวจะรวบรวมมาจากสองฤดูกาลและมีระดับของคู่แข่งที่ต่างกัน ซึ่งไม่ได้ชี้ชัดเวลาการเกิดประตูในวันนี้ แต่ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าหากครึ่งแรกจบลงด้วยผลสูสี อัล อาหลี มีตัวสำรองชั้นดีที่พร้อมลงมาเปลี่ยนมิติเกมรุกได้

หาก กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ชิงขึ้นนำได้ก่อน รูปเกมอาจเปลี่ยนไปอีกแบบ อัล อาหลี อาจต้องเป็นฝ่ายครองบอลบุกใส่ทีมเยือนที่ถอยร่นไปตั้งรับลึก ซึ่งในเกมกับ ปัคทาคอร์ พวกเขาก็เจาะไม่เข้าจนถึงนาทีที่ 85 ก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ยิ่งถ้านัดนี้ โทนีย์ หรือ ตรินเกา มีชื่อเป็นเพียงตัวสำรอง ประสิทธิภาพเกมรุกช่วงแรกอาจไม่เหมือนเดิม เงื่อนไขสำคัญที่ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ จะยื้อเกมให้อยู่ในสถานการณ์สูสีได้ คือการอาศัยลูกตั้งเตะของ บราฮิมี พังประตูออกนำ แล้วต้องลดความผิดพลาดของคู่เซ็นเตอร์และแดนกลางในครึ่งหลังให้ได้

3. บทวิเคราะห์และข้อสรุป

แม้ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ มีแนวโน้มจะเปิดเกมรุกตั้งแต่ต้นและสร้างโอกาสจบสกอร์ได้ก่อน แต่ผลการแข่งขันที่มีน้ำหนักมากที่สุดยังคงเป็นชัยชนะของ อัล อาหลี แท็กติกการดันเกมสูงที่โค้ช มาร์ตินส์ เน้นย้ำ ช่วยเพิ่มโอกาสลุ้นประตูให้ทีมเยือนก็จริง แต่ยามที่แดนกลางไร้เงา เบนนาเซอร์ เกิดเสียบอล ก็จะเปิดช่องให้เจ้าถิ่นเล่นเกมสวนกลับเร็วได้ทันที การที่ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ รักษาสถานการณ์ได้เปรียบไว้ไม่ได้ในเกมนัดล่าสุดทั้งถ้วยเอเชียและเกมลีก ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับแนวทางนี้ ขณะที่ อัล อาหลี มีทีเด็ดในเกมรุกจากทั้ง โทนีย์ และ ตรินเกา แถมยังมีทีเด็ดบนม้านั่งสำรองอย่าง บอนดาเรนโก และ อัล-บูไรคาน พร้อมลงมาเสริมในครึ่งหลัง

ในตลาดมองว่า อัล อาหลี เป็นต่อตามคาด แต่ในส่วนของจำนวนประตู ตลาดกลับให้น้ำหนักไปทางฝั่งสกอร์ต่ำเล็กน้อย โดยอาจประเมินจากสถิติเกมเยือนและเกมรับที่ไม่สู้ดีของทั้งสองทีมในมุมที่ต่างออกไป ทว่าการดันเกมสูงของ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ร่วมกับแดนกลางที่ไร้ เบนนาเซอร์ มีแนวโน้มจะเปิดโอกาสให้เจ้าบ้านทำประตูได้ง่ายขึ้น ขณะที่การขาด เดมิรัล ในแนวรับเจ้าถิ่น ก็เปิดทางให้ลูกตั้งเตะของ บราฮิมี กลายเป็นอาวุธลุ้นประตูของทีมเยือนได้เช่นกัน เมื่อทั้งสองทีมต่างมีช่องทางเข้าทำประตูของตัวเอง เราจึงมองว่าเกมนี้มีโอกาสเกิดประตูมากกว่าที่ตลาดคาด และน่าจะเป็นเกมที่มีสกอร์สูง

สกอร์ที่คาดคือ อัล อาหลี ชนะ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ 3-1 หรือ 4-1 รูปเกมน่าจะเป็น อัล อาหลี ที่ต้านทานการบุกช่วงแรกของคู่แข่ง ก่อนจะอาศัยลูกตั้งเตะหรือความผิดพลาดในแนวรับของทีมเยือนชิงความได้เปรียบ และใช้ตัวสำรองในแดนหน้าลงมาช่วยผลิตสกอร์เพิ่มในครึ่งหลัง แม้ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ จะมีโอกาสได้ประตูจากลูกเปิดของ บราฮิมี แต่หากยังคงเติมผู้เล่นในเกมรุกต่อไป ก็จะเปิดพื้นที่ให้เจ้าบ้านเล่นงานได้อีก สิ่งเดียวที่จะทำให้ทิศทางของเกมเปลี่ยนไปจากนี้ คือการที่ กีฬาอัลฆ็อรรอฟะฮ์ ชิงขึ้นนำก่อนจากลูกตั้งเตะตั้งแต่ต้นเกม และสามารถควบคุมความผิดพลาดในการขึ้นบอลจากแนวรับและแดนกลางได้อย่างรัดกุมไปจนจบครึ่งหลัง

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง