ภาษา

วิเคราะห์ สตาดแรแน พบ ราซิงเกลิบเดอสทราซบูราลซัส (25 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[ลีกเอิง ฝรั่งเศส 26-27] พรีวิววิเคราะห์ สตาดแรแน พบ ราซิงเกลิบเดอสทราซบูราลซัส เวลาคิกออฟ: 25 ตุลาคม เวลา 23:15 น. (เวลาประเทศไทย)

สตาดแรแน และราซิงเกลิบเดอสทราซบูราลซัส จะลงฟาดแข้งกันในศึกลีกเอิง ฝรั่งเศส นัดที่ 8 ณ สนามโรอาซอนปาร์ก ในวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 23:15 น. (เวลาประเทศไทย) สตาดแรแนซึ่งมีแต้มตามหลังจ่าฝูงเพียง 1 คะแนน หวังที่จะเกาะกลุ่มหัวตารางต่อไปในบ้าน ขณะที่สทราซบูร์ซึ่งอยู่ห่างจากโซนเพลย์ออฟหนีตกชั้นแค่ 1 แต้ม จำเป็นต้องหยุดสถิติแพ้รวด 3 นัดติดให้ได้ โดยช่วงเวลาพักฟื้นอันสั้นของสตาดแรแนหลังจากเพิ่งผ่านเกมเยือนในบอลถ้วยยุโรป กับการที่สทราซบูร์มีเวลาเตรียมตัวเต็มๆ 1 สัปดาห์ จะส่งผลต่อเกมนี้อย่างแน่นอน

1. ภาพรวมการแข่งขันและสถานการณ์ของทั้งสองทีม

จากตารางคะแนน ณ วันที่ 25 ตุลาคม ในศูนย์ข้อมูล สตาดแรแนรั้งอันดับ 6 ด้วยผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 2 จาก 7 นัด มี 13 คะแนน โดยยิงได้มากที่สุดในลีกถึง 15 ประตู แต่ก็เสียไปถึง 14 ประตู ส่วนสทราซบูร์อยู่อันดับ 14 จากสถิติชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 4 มี 7 คะแนน ยิงได้ 12 ประตูและเสีย 15 ประตู สตาดแรแนยังไม่แพ้ใครในบ้าน 4 นัดในลีก ขณะที่สทราซบูร์มีทั้งสถิติยิงได้และเสียประตูตลอดการเล่นเกมเยือนทั้ง 4 นัด

สถิติจาก 7 นัดในลีก อันดับและคะแนน: สตาดแรแน อันดับ 6, 13 คะแนน / สทราซบูร์ อันดับ 14, 7 คะแนน ประตูได้และเสีย: สตาดแรแน ได้ 15 เสีย 14 / สทราซบูร์ ได้ 12 เสีย 15 ผลงานตามสถานที่แข่ง: สตาดแรแน เล่นในบ้าน 4 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 / สทราซบูร์ เล่นนอกบ้าน 4 นัด ชนะ 1 แพ้ 3

ผลงานช่วงหลังของสตาดแรแนแตกต่างกันไปตามสถานที่และคู่แข่ง ในเกมเยือนลียงและปารีส แอฟเซ พวกเขาแพ้ไปโดยเสียเกมละ 4 ประตู ทั้งสองนัดครองบอลได้นานกว่า แต่จังหวะที่ถูกตัดบอลในแดนกลางหรือขณะขึ้นเกมจากแดนหลังกลายเป็นการเสียประตู ในทางตรงกันข้าม เกมในบ้านเอาชนะโอแซร์ 4-1 และชนะโอเอฟไอ ครีต 2-1 โดยเกมกับโอแซร์นั้นสกอร์ยังอยู่ที่ 2-1 จนถึงนาทีที่ 90 ส่วนเกมกับโอเอฟไอ ครีต ก็ตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 76 ก่อนจะมายิงประตูชัยในนาทีที่ 90 นั่นแสดงให้เห็นว่าถึงแม้จะสร้างโอกาสยิงได้เยอะในบ้าน แต่ก็มีบางเกมที่ต้องลุ้นปิดเกมจนถึงช่วงท้าย

ทางฝั่งสทราซบูร์ หลังจากบุกไปถล่มทรัวส์ 6-2 ก็เสมอกับโมนาโก ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับปารีส แอฟเซ, นีซ และปารีส แซงต์-แชร์กแมง ติดต่อกัน ในเกมกับนีซและปารีส แซงต์-แชร์กแมง พวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนแต่กลับถูกแซงเอาชนะในครึ่งหลัง ส่วนเกมกับโมนาโกก็นำก่อนแล้วโดนตีเสมอเช่นกัน ทีมแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพังประตูขึ้นนำ แต่เมื่อขึ้นนำแล้วกลับไม่สามารถต้านทานเกมรุกของคู่แข่งได้จนจบ โดยเฉพาะเกมกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง พวกเขาเสียประตูในครึ่งหลังจากลูกเตะมุมและลูกเปิดจากด้านข้าง ซึ่งการที่สตาดแรแนน่าจะเน้นเจาะทางริมเส้น ทำให้จุดนี้กลายเป็นจุดสำคัญของวันนี้เช่นกัน

ในบรรดา 8 ประตูที่สทราซบูร์ยิงได้ในเกมนอกบ้าน มีถึง 6 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมกับทรัวส์ หากตัดเกมกับทรัวส์ออกไป จาก 5 นัดในลีกที่มีการเก็บสถิติค่าความน่าจะเป็นในการได้ประตู (xG) รวม 4 นัดมีค่า xG อยู่ที่ 2.78 เท่านั้น แม้ว่าในเกมกับมาร์กเซยและล็องส์จะไม่มีการเก็บสถิตินี้ทำให้ฟันธงศักยภาพเกมรุกทั้งฤดูกาลไม่ได้ แต่การจะมองว่าพวกเขาสร้างโอกาสได้มากมายทุกนัดจากเพียงสถิติการยิงประตูนอกบ้านช่วงหลังคงเป็นเรื่องยาก ในเกมเยือนนีซ แม้จะครองบอลได้ถึง 55% แต่ค่า xG กลับอยู่ที่ 0.55 และไม่มีโอกาสลุ้นจะแจ้งเลยสักครั้ง ในทางกลับกัน ในเกมกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง พวกเขาตัดบอลได้แล้วพาบอลขึ้นหน้าจนสร้างโอกาสได้หลายครั้ง ทีมนี้จึงให้ความสำคัญกับตำแหน่งในการแย่งบอลมาเปิดเกมรุกมากกว่าการเน้นเปอร์เซ็นต์การครองบอล

สตาดแรแนเพิ่งบุกไปเสมอเลเวอร์คูเซินหรือยูเวนตุสมา 2-2 ในศึกยูโรปาลีกเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม และต้องลงเล่นในบ้านหลังผ่านไปเพียงราว 72 ชั่วโมง กุนซือ ฟร้องค์ เอส เผยว่าจะเช็กสภาพความฟิตของนักเตะก่อนตัดสินใจเรื่องการจัดตัวจริง 1-2 ตำแหน่ง ขณะที่สทราซบูร์ได้เตรียมตัวสำหรับเกมนี้ทีมเดียวมาตั้งแต่นัดเจอ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม แม้การพบกันเมื่อฤดูกาลก่อน สทราซบูร์จะมีปัญหาตัวผู้เล่นขาดหายและโปรแกรมบอลยุโรป แต่คราวนี้สตาดแรแนกลับเป็นฝ่ายที่ต้องลงเตะอย่างต่อเนื่อง นี่คือเหตุผลที่ยากจะมองว่าสถิติที่สตาดแรแนชนะรวดใน 3 นัดหลังสุดที่พบกันจะส่งผลให้สกอร์ขาดลอยในวันนี้

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแผงตัวจริงคือการขาดหายไปของ เอสเตบัน เลอปอล ของสตาดแรแน เลอปอลที่เจ็บข้อเท้าซ้ายยิงไปถึง 7 ประตูจาก 7 นัดในลีก และเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ยิงใส่สทราซบูร์ไปถึง 4 ประตูจากการเจอกัน 2 นัด คาดว่า บูลาย เดีย จะได้ลงยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยเดียเพิ่งยิงจุดโทษในเกมกับยูเวนตุส และลงมาเป็นสำรองยิง 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในเกมกับโอแซร์ อย่างไรก็ตาม ในเกมที่ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงกับลียง เขาถูกประเมินว่าเก็บบอลสู้เซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่งไม่ได้ การขาดเลอปอลจึงส่งผลไม่เพียงแค่จังหวะจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ แต่ยังกระทบต่อแท็กติกการส่งเดียลงมาเปลี่ยนเกมในช่วงท้ายครึ่งหลังด้วย

ด้านสทราซบูร์จะไม่มี อิสมาแอล ดูคูเร, เซบาสเตียน นานาซี, ฟาบิโอ บัลเด, เดวิด วอชิงตัน และโฆอากิน ปานิเชลลี ตัวจริงที่คาดการณ์จะเปลี่ยนแค่ตำแหน่งตัวรุกฝั่งซ้ายตำแหน่งเดียวจากเกมเจอ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ตัวเลือกบนม้านั่งสำรองลดลงไป ในตำแหน่งกองหลังตัวกลางที่ขาดดูคูเร คาดว่า ไจแลนด์ มิตเชลล์ จะลงจับคู่กับ คาริม กูลีบาลี ส่วน มาร์เชียล โกโด แม้จะลงสนามได้แต่ อูโก โอลิเวย์รา กุนซือของทีมระบุว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย จุดนี้อาจสร้างความแตกต่างได้เมื่อสทราซบูร์จำเป็นต้องเติมเกมรุกหรือขันเกมรับริมเส้นในช่วงครึ่งหลัง

2. วิเคราะห์การประกบคู่และแท็กติก

กุนซือเอสมักใช้แผน 4-3-3 เป็นหลัก แต่ในเกมกับยูเวนตุสเขาปรับมาใช้ระบบ 3-5-2 เป็นครั้งแรก โดย 2 ประตูของสตาดแรแนเริ่มต้นจากลูกเปิดและจังหวะยิงของ มาฮามาดู นากิดา แบ็กซ้าย จังหวะตีเสมอ นากิดาเปิดบอลให้ ไบรอัน เรย์โนลด์ส จากฝั่งตรงข้ามโหม่งชงต่อให้ มูซา อัล-ทามารี ยิงปิดบัญชี หากกุนซือเอสยังคงใช้รูปแบบนี้ สตาดแรแนจะวางกองกลางไว้ 3 คนแล้วดันฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งเติมเกมรุกเพื่อป้อนบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษของสทราซบูร์ อย่างไรก็ตาม นี่เพิ่งเป็นผลลัพธ์ที่เห็นได้จากเกมเจอยูเวนตุสเพียงนัดเดียว และกุนซือโอลิเวย์ราก็น่าจะศึกษาเกมนั้นมาเพื่อเตรียมแผนรับมือแล้ว

เกมรุกฝั่งขวาของสตาดแรแนจะเป็นบททดสอบเกมรับฝั่งซ้ายของสทราซบูร์ เรย์โนลด์สทำไปแล้ว 3 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งมากที่สุดในทีมสตาดแรแน โดย โอโซ คู่แข่งโดยตรงของเขา ถูกมองว่าเจอปัญหาในการรับมือ โฌนาต็อง โกลสส์ ในเกมกับนีซ สทราซบูร์ยังเสียประตูพลิกพ่ายในเกมกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากการเคลียร์บอลเปิดจากกราบขวาไม่ขาด หากสตาดแรแนสามารถต่อบอลจากลูกครอสฝั่งซ้ายของนากิดาไปให้เรย์โนลด์สหรืออัล-ทามารีที่เสาไกลได้อีกครั้ง โอโซและเซ็นเตอร์แบ็กจะต้องรับมือทั้งลูกกลางอากาศและบอลจังหวะสองที่กระดอนออกมา นี่คือเหตุผลที่สตาดแรแนยังคงสร้างโอกาสจากริมเส้นได้แม้ไม่มีเลอปอล ส่วนใครจะเป็นคนเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตูก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ทางกราบซ้ายของสตาดแรแนก็อาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งสวนกลับได้เช่นกัน หากนากิดาดันขึ้นสูงแล้วทีมเสียบอล เจซิม ยาซีน ของสทราซบูร์ก็พร้อมจะโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลัง ยาซีนออกสตาร์ตเป็นตัวจริงทั้ง 7 นัดในลีกฤดูกาลนี้ ทำได้ 2 ประตูและ 2 แอสซิสต์ ประตูขึ้นนำในเกมพบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็มาจากการที่ เจเนซิส อันต์วี แย่งบอลได้แล้วจ่ายผ่านยาซีน ก่อนที่ จิโอวานนี เรย์นา จะจบสกอร์ ในเกมที่สตาดแรแนแพ้ขาดลอยนอกบ้านก็มีจังหวะที่คู่แข่งสวนกลับทันทีที่พวกเขาเสียบอลในแดนตัวเอง ดังนั้น เซ็นเตอร์แบ็กและกองกลางของสตาดแรแนจะตอบสนองต่อการเสียบอลได้เร็วแค่ไหนในขณะที่นากิดาเติมเกมรุก จะเป็นตัวกำหนดโอกาสลุ้นประตูของสทราซบูร์

กุนซือโอลิเวย์รามักเลือกตั้งรับลึกและรอจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกเมื่อเจอกับทีมแกร่งอย่างโมนาโกและปารีส แซงต์-แชร์กแมง หากวันนี้สทราซบูร์ถอยร่นไปรับ สตาดแรแนก็จะได้ครองบอลนานขึ้น แต่จุดอ่อนของสตาดแรแนที่มักเปิดเผยออกมาเวลาโดนบีบกดดันสูงขณะขึ้นเกมจากแดนหลังก็จะมีโอกาสถูกเล่นงานน้อยลง ทว่าสตาดแรแนก็ต้องเจอกับงานยากในการเจาะแนวรับที่แน่นหนา พวกเขาเคยยิงถึง 20 ครั้งแต่ได้แค่ 1 ประตูในเกมพบมาร์กเซย และยิงถึง 23 ครั้งโดยไม่มีประตูในเกมเยือนสตวร์ม กราซ แต่หากสทราซบูร์ดันแนวบีบเกมสูงขึ้นเพื่อหวังตัดบอลสตาดแรแน ก็จะเปิดพื้นที่ด้านหลังแนวรับให้นากิดาและเรย์โนลด์สวิ่งทำทางได้เช่นกัน

ในครึ่งหลัง ภาระของทั้งสองทีมจะแสดงออกมาในรูปแบบที่ต่างกัน สทราซบูร์เสียไปถึง 11 ประตูจากทั้งหมด 15 ประตูในลีกช่วงครึ่งหลัง และแม้จะขึ้นนำโมนาโก, นีซ และปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้ก่อน แต่ก็มาเสียประตูในครึ่งหลังทั้งหมด ฝั่งสตาดแรแนมีตัวเลือกในเกมรุกบนม้านั่งสำรองมากกว่า แต่นากิดาและเรย์โนลด์สที่ต้องวิ่งคุมทั้งกราบในเกมกับยูเวนตุสมีเวลาพักค่อนข้างน้อย หากวิงแบ็กของสตาดแรแนยังคงวิ่งขึ้นลงได้ตลอดครึ่งหลัง ก็จะกดดันแนวรับของสทราซบูร์ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าความฟิตแผ่วลง เกมเปลี่ยนจังหวะของยาซีนก็จะยิ่งทวีความอันตราย และหากปรับแผนมาเล่น 4-3-3 การเติมเกมของฟูลแบ็กและพื้นที่ด้านหลังก็จะแตกต่างไปจากเกมกับยูเวนตุส

3. บทวิเคราะห์และบทสรุป

มีความเป็นไปได้สูงที่สตาดแรแนจะเป็นฝ่ายครองบอลและเปิดเกมรุกจากริมเส้น ขณะที่สทราซบูร์จะรอจังหวะสวนกลับเร็วผ่านยาซีนและเรย์นา โอกาสชนะของสตาดแรแนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต่างของอันดับในตารางมากเท่ากับเกมรุกริมเส้นและการบริหารจัดการตัวผู้เล่นในครึ่งหลัง ช่องทางการเข้าทำที่นากิดาประสานงานกับเรย์โนลด์สในเกมกับยูเวนตุสมีเป้าหมายเล่นงานจุดอ่อนของสทราซบูร์ที่รับมือลูกเปิดจากด้านข้างได้ไม่ดีนักในช่วงหลัง สทราซบูร์แม้จะยิงนำก่อนได้แต่ก็มักจะมาเสียประตูในครึ่งหลัง และคราวนี้ก็มีตัวสำรองให้ปรับเปลี่ยนเกมรับน้อยลง อย่างไรก็ดี สตาดแรแนที่ไร้เลอปอลต้องฝากความหวังในการจบสกอร์ไว้กับผู้เล่นคนอื่น และด้วยเวลาพักฟื้นที่สั้น พวกเขาอาจผ่อนเกมรุกลงหลังจากขึ้นนำ

มุมมองต่อผลการแข่งขัน เรามองว่าสตาดแรแนเป็นต่อ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาด แต่จุดที่ต่างออกไปคือผลต่างประตู ตลาดคาดว่าสตาดแรแนจะชนะด้วยผลต่างที่มากกว่านี้โดยอิงจากผลงานในบ้านและสถิติการเจอกันเมื่อฤดูกาลก่อน ทว่าเลอปอลที่เป็นตัวจักรสำคัญในการทำประตูในเกมเหล่านั้นติดโทษพักแข้งเพราะอาการบาดเจ็บ แถมความล้าจากโปรแกรมเตะที่ถี่รอบนี้ตกมาอยู่ฝั่งสตาดแรแน ต่อให้สตาดแรแนขึ้นนำ สทราซบูร์ก็ยังมีช่องทางทวงประตูคืนจากการสวนกลับของยาซีนและลูกตั้งเตะ

สกอร์ที่คาดคือ สตาดแรแน เจ้าบ้านเฉือนชนะ 2-1 โดยมีโอกาสสูงที่สตาดแรแนจะเจาะแนวรับในกรอบเขตโทษของสทราซบูร์จากลูกเปิดด้านข้างและลูกเตะมุมจนได้ 2 ประตู ส่วนสทราซบูร์น่าจะได้ 1 ประตูจากการเล่นงานพื้นที่ว่างด้านหลังของนากิดาหรือจากลูกตั้งเตะ แม้สตาดแรแนจะมีเกมเตะต่อเนื่อง แต่ยังมีทีเด็ดในการเจาะทางริมเส้น ขณะที่สทราซบูร์มีปัญหาเสียประตูครึ่งหลังและตัวสำรองมีจำกัด จึงน่าจะยากที่จะไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ อย่างไรก็ดี หากสทราซบูร์ฉวยโอกาสจากจังหวะที่สตาดแรแนเสียบอลในครึ่งแรกมาเป็นประตูขึ้นนำ และคู่เซ็นเตอร์ มิตเชลล์-กูลีบาลี สามารถเคลียร์ลูกเปิดและลูกเตะมุมได้อย่างเหนียวแน่นตลอดเกม ทิศทางก็อาจเปลี่ยนไปเป็นผลเสมอหรือทีมเยือนได้เปรียบได้เช่นกัน

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง