ทั้งสองคู่นี้มีธีมร่วมกันอย่างหนึ่ง นั่นคือแนวรับที่มีการปรับเปลี่ยนจนคู่แข่งจับทางได้ว่าจะเจาะเข้าทำอย่างไร ในเกมที่พาเดอร์บอร์น ทางด้านแบ็กขวาจำเป็นและผู้รักษาประตูบอลถ้วยของสตุ๊ตการ์ทต้องดวลกับทีมที่เคยหาโอกาสยิงใส่พวกเขามากกว่าในสนามแห่งนี้เมื่อสามสัปดาห์ก่อน ส่วนที่มอนซา แนวรับของทั้งสองฝั่งต่างก็ต้องปะผุขึ้นมาในสัปดาห์เดียวกัน และเกมรุกของแต่ละทีมก็มีวิธีเข้าทำจุดอ่อนนั้นในแบบของตัวเอง
เริ่มที่ พาเดอร์บอร์น พบ สตุ๊ตการ์ท กันก่อน สตุ๊ตการ์ทจะเป็นฝ่ายครองบอลและเน้นบุกขึ้นทางฝั่งซ้ายโดยมี ฟือห์ริช กับ มิทเทิลชเตดท์ ขณะที่พาเดอร์บอร์นจะเล่นหลังห้าและเน้นบอลยาว การเจอกันในลีกที่สนามแห่งนี้เมื่อวันที่ 10-10 จบลงด้วยชัยชนะของสตุ๊ตการ์ท 0-2 แต่พาเดอร์บอร์นได้ยิงถึง 24 ครั้ง เทียบกับสตุ๊ตการ์ทที่ทำได้ 18 ครั้ง ซึ่งเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในครึ่งหลัง แถมประตูที่สองของสตุ๊ตการ์ทก็มาได้ในนาทีที่ 83 หลังช่วงเวลาที่พาเดอร์บอร์นเล่นได้ดีที่สุดพอดิบพอดี ตัวโฮเนสเองก็ยอมรับว่าลูกทีมของเขาเสียบอลเร็วเกินไปหลังจากขึ้นนำ
สัปดาห์นี้จุดที่พาเดอร์บอร์นจะเจาะทำลายเปลี่ยนไป วักโนมัน แบ็กขวาที่โดนโอเบอร์ไมเออร์เล่นงานในเกมนั้นมีอาการบาดเจ็บ อาสิญงจึงได้ลงทำหน้าที่แทน และฝั่งขวาของกลัดบัคก็เพิ่งเจาะเขาจนเปื่อยเมื่อห้าวันก่อน นอกจากนี้ เบรดโลว์ ผู้รักษาประตูบอลถ้วยจะได้ลงเฝ้าเสาแทนมือหนึ่งในลีก ซึ่งนี่ถือเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อต้องรับมือกับบอลยาวและบอลสองในกรอบเขตโทษ ขณะเดียวกันความคมในการจบสกอร์ของสตุ๊ตการ์ทก็แผ่วลงไปด้วย โดยยิงได้เพียง 3 ประตูจากค่า xG เกือบ 5 ประตูใน 3 นัดหลังสุด ส่วนพาเดอร์บอร์นจะไม่มี คลาส และ บาติสตา ไมเออร์ บนม้านั่งสำรอง แต่ ฟิลิปป์ ฮีโร่ที่ลงมายิงประตูชัยท้ายเกมใส่อาเอ็สเฟา พร้อมลงสนาม
รูปเกมที่ผมมองไว้คือ สตุ๊ตการ์ทน่าจะคุมเกมได้ตลอดหนึ่งชั่วโมงแรก จากนั้นพาเดอร์บอร์นจะดันขึ้นมาบีบสูงขึ้นหลังพักครึ่ง ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาทองของพวกเขา ในเกมรอบน็อกเอาต์แบบนี้ หากผลยังเสมอกันในช่วงท้ายก็ยังมีช่วงต่อเวลาพิเศษรออยู่ จึงไม่มีใครจำเป็นต้องโหมกำลังขึ้นหน้า นั่นทำให้ผมขออยู่ฝั่งพาเดอร์บอร์นว่าจะยื้อเกมนี้ให้สูสีได้
คราวนี้มาที่ เอซี มอนซา พบ โซชีเอตาสปอร์ตีวากัลโชนาโปลี กันบ้าง นาโปลีจะเป็นฝ่ายครองบอลเดินเกม ส่วนมอนซาจะตั้งรับด้วยหลังสามและคอยดักจังหวะตัดบอลในแดนกลาง แนวรับของนาโปลีต้องปรับทัพแบบแก้ขัดเป็นนัดที่สองติดต่อกัน บวนจอร์โน, สปินัซโซลา และ บาเดียชิล ต่างลงไม่ได้ โดยบาเดียชิลเพิ่งเจ็บจนต้องออกจากสนามในเกมกับโรม่า ขณะที่ ราห์มานี เพิ่งหายจากอาการไข้ และมีรายงานว่า ดิ ลอเรนโซ ได้พัก นาโปลีเสียโอกาสยิงให้คู่แข่งเฉลี่ยราว 18 ครั้งต่อเกมและมักจะปล่อยให้ความได้เปรียบจากการนำหลุดมือไป โรม่าไล่ตามตีเสมอได้ถึงสองครั้ง และโบโดก็ยิงคืนสองประตูหลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง
มอนซายิงประตูได้ตลอด 10 นัดหลังสุด ซึ่งรวมถึงสองประตูในเกมเยือนโตริโนที่แทบไม่มีโอกาสมากนัก แผงหลังสามตัวจำเป็นของพวกเขาเองก็โดนเล่นงานจากลูกเปิดริมเส้นที่โตริโน ซึ่งเป็นรูปแบบการเข้าทำถนัดของนาโปลีอยู่แล้วที่มี แม็คโทมิเนย์ กับ อ็องกีสซา คอยสอดเข้ามาในกรอบเขตโทษ แม้นาโปลีจะยิงไม่ได้ในเกมเยือนเวเนเซีย แต่ก็เกิดจากการจบสกอร์ที่ไม่เฉียบคมเองทั้งที่มีโอกาสเพียบ ไม่ใช่เพราะหาทางเจาะไม่เข้า ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอเลือกเชียร์ว่าจะมีประตูจากทั้งสองฝั่งในเกมที่มอนซา