ทั้งสองทีมในเกมคาราบาว คัพคู่นี้ต่างขาดผู้เล่นที่ปกติทำหน้าที่เชื่อมเกม และเราคิดว่าเรื่องนี้สำคัญกว่าการที่ทั้งคู่จะโรเตชัน เชลซีไม่มีโคล พาลเมอร์ที่ติดโทษแบนและชูเอา เปโดร อีกทั้งยังส่งผู้รักษาประตูดาวรุ่งลงเฝ้าเสา ส่วนลิเวอร์พูลต้องรอดูอาการข้อเท้าของเวียร์ตซ์ และยังไม่แน่ใจว่าซโบสไลจะพร้อมหรือไม่ เราจึงอยากดูว่าทีมไหนเสียหายน้อยกว่าเมื่อขาดตัวเชื่อมเกม: แนวรุกเชลซีที่ต้องจัดใหม่โดยมีเอเมกาเป็นแกน หรือแดนกลางลิเวอร์พูลที่กำลังปรับโครงสร้างอยู่ด้านหลังอิซัค
เริ่มที่เชลซี ตามบทพรีวิวของ Goal พาลเมอร์โดนแบนหลังได้รับใบแดงในเกมกับท็อตแนม และ BBC Sport อ้างคำพูดของอลอนโซผ่าน AOL ว่าชูเอา เปโดรต้องพักหลายสัปดาห์ อลอนโซกล่าวตามรายงานข่าวทีมของลิเวอร์พูลว่า เชลซีต้องหาจุดสมดุลระหว่างจุดแข็งของแนวรุกแต่ละคนกับวิธีที่พวกเขาประสานงานกัน เอเมกากลับมาจากอาการเจ็บแฮมสตริงและอาจได้ประเดิมสนาม ส่วนเอสเตเวาและเวลเบกพร้อมลงเล่น คาดว่าเพนเดอร์สจะได้เฝ้าเสา หลังทำเข้าประตูตัวเองในเกมลีกนัดแรกที่ลงตัวจริง
ฝั่งลิเวอร์พูล อิราโอลาบอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทีม แต่ยังต้องการคว้าชัย โปรแกรมล่าสุดของเรามีลิเวอร์พูลลงเล่นทุกสามหรือสี่วัน ทั้งกับบียาร์เรอัลและไบรท์ตัน ส่วนอิซัคทำได้หกประตูจากการลงเล่นลีกเจ็ดนัด ตามรายงานของ Evening Standard และคาดว่าจะเป็นตัวหลักในแดนหน้า อเราโฮกับเคอร์เคซต่างเหลืออีกใบเหลืองเดียวก่อนติดโทษแบน จึงเป็นอีกจุดเล็ก ๆ ที่น่าจับตาว่าพวกเขาจะเล่นเกมรับดุดันแค่ไหน
สิ่งที่เราอยากดูคือช่วง 20 นาทีแรก: ผู้เล่นแนวรุกชุดใหม่ของเชลซีจะได้รับบอลในตำแหน่งที่ประสานงานกันได้หรือไม่ หรือแดนกลางลิเวอร์พูลที่มีผู้เล่นไม่ครบจะปล่อยให้ทำได้ เราเองก็ยังไม่แน่ใจ เพราะเป็นบอลถ้วยที่มีการโรเตชัน รายชื่อ 11 ตัวจริงอาจทำให้ภาพเกมเปลี่ยนไปได้