สปาเลตติบอกแผนของโซชีเอตาสปอร์ตีวากัลโชนาโปลีมาเกือบหมดแล้ว คือ เจกโรวากับโบกาจะไม่ได้ลงตัวจริง แต่จะเข้ามาหลังพักครึ่ง ซึ่งตรงกับจุดที่นาโปลีพังมาตลอดแบบน่าอึดอัดใจ ในเกมเหย้า 2 นัดหลังสุด นาโปลีเสียประตูไป 3 ลูกตั้งแต่นาทีที่ 69 เป็นต้นมาในเกมกับโรมา (ทั้งที่นำอยู่ 2-0) และปล่อยให้โบเดอ/กลิมต์สร้าง xG ได้ 2.56 จากทั้งหมด 2.66 ในครึ่งหลัง ส่วนยูเวนตุสช่วงหลังไม่ค่อยสร้างโอกาสจากการเล่นตั้งรับแล้วเปิดเกมได้เท่าไร ดังนั้นศึกนี้อาจตัดสินกันที่ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายมากกว่าครึ่งแรก
ฝั่งยูเวนตุสเป็นปัญหาเรื่องการสร้างโอกาสมากกว่าเรื่องแนวรับ เกมกับลาซิโอครองบอล 58% ได้ xG 0.78 ส่วนเกมเยือนเจนัวครองบอล 63% ได้ xG 1.26 แต่เสียไป 2 ประตูก่อนพักครึ่ง เมื่อโลคาเตลลี เคฟเรน ทูราม และนีโก กอนซาเลซ ไม่อยู่ทั้งหมด สกายคาดว่าจะใช้ 3-5-2 โดยมีดูกลาส ลุยซ์กับคูปไมเนอร์สอยู่ข้างซาร์ ซึ่งดูไม่ใช่กองกลางที่จะเปิดเกมบุกทะลวงใครได้ตั้งแต่ต้นเกมอยู่ดี การส่งปีกสดเข้าไปเจอกับขาที่เริ่มล้า น่าเชื่อกว่าการที่ทีมจะเปลี่ยนไปเก่งขึ้นทันตาใน 1 ชั่วโมงแรก
กองกลางของนาโปลีเองก็มีช่องโหว่ ลอบอตกาบาดเจ็บข้อเท้า อัลเลกรีบอกว่าจะให้เดอ บรอยน์หรือกิลมอร์ลงแทน หรือไม่ก็ใช้กองกลางตัวต่ำสองคน ในครึ่งหลังที่แนวรับรั่วทั้งสองเกมเหย้านั้น ลอบอตกาคือคนที่ถูกส่งลงมาคุมเกม ตอนนาทีที่ 60 ในเกมกับโบเดอ และนาทีที่ 79 ในเกมกับโรมา ตอนนี้ตัวเลือกนั้นไม่อยู่บนม้านั่งสำรองแล้ว ตัวอัลเลกรีเองเมื่อถูกถามว่านาโปลีขาดอะไรในเกมพบทีมใหญ่ ก็ชี้ไปที่การเล่นเกมรับในบางช่วงของเกม และพูดว่าเวลาเล่นจริงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นหมายถึงช่วงที่ร่างกายล้ามากขึ้นด้วย สกายยังรายงานว่าเขาโดนแบนและจะไม่ได้นั่งข้างสนาม คนอ่านเกมระหว่างแข่งจึงต้องเป็นคนอื่น
ฟุตบอลไม่ค่อยเดินตามบทสวยขนาดนี้ และการที่นาโปลีชนะมอนซา 4-1 ก็เตือนว่าทีมนี้คุมเกมได้เหมือนกัน แต่เมื่อกองกลางตัวหลักขาดไปครึ่งหนึ่งทั้งสองฝั่ง และโค้ชทั้งคู่พูดถึงเรื่องความสมดุล สิ่งที่เราอยากรู้ที่สุดคือม้านั่งสำรองฝั่งไหนจะเปลี่ยนตัวได้ถูกจังหวะเมื่อแรงเริ่มหมด