อัล-ซาดกับอัลฮิลาลมีวิธีพาบอลเข้าเขตโทษต่างกัน อัล-ซาดขึ้นเกมผ่านผู้เล่นตรงกลางและอะฟีฟ ส่วนอัลฮิลาลเปลี่ยนจังหวะแย่งบอลคืนในแดนกลางเป็นการจ่ายเร็วให้วัตกินส์กับมาร์ติเนลลี การผ่านด่านเพรสซิ่งแรกของอัลฮิลาลให้ได้คือจุดชี้ขาดระหว่างเกมบุกที่คุมจังหวะของอัล-ซาดกับการเปลี่ยนเกมเร็วของอัลฮิลาล ผลงานช่วงหลังแสดงให้เห็นว่าทั้งสองทีมสร้างโอกาสได้โดยไม่จำเป็นต้องครองบอลเหนือกว่า
อัล-ซาดยังหาทางป้อนบอลให้แนวรุกได้เรื่อย ๆ ในเกมกับอัล-อาราบี หลังจากกิลเยร์มีออกจากสนาม อะฟีฟจ่ายให้โซเรีย และฟีร์มีนูปิดจังหวะอีกครั้ง เป็นส่วนหนึ่งของเกมที่ทีมยิงเข้ากรอบถึง 7 ครั้ง ก่อนหน้านี้ความพ่ายแพ้ต่อเอสเตกลาลแสดงให้เห็นว่า หากผ่านบอลแรกไม่ได้ การครองบอลก็อาจลงเอยด้วยการยิงไกลจากระยะห่าง
เนเวสและแดนกลางของอัลฮิลาลจะกดดันคู่กลางชุดใหม่ของอัล-ซาด ขณะที่วัตกินส์กับมาร์ติเนลลีพร้อมบุกเร็วหลังแย่งบอลคืน อีกฝั่งหนึ่ง อะฟีฟกับเคลาดีนโญมีโอกาสรับบอลหลังแนวเพรสซิ่งแล้วเชื่อมเกมไปหาโซเรียหรือฟีร์มีนู อัลฮิลาลเปิดช่องให้อัล-อิตติฮัดสวนกลับตรง ๆ และยิงเข้ากรอบถึง 5 ครั้ง จึงเป็นจุดอ้างอิงจากเกมล่าสุดที่อัล-ซาดน่าจะใช้ประโยชน์ได้
อัล-ซาดจะไม่มีโบรโซวิชกับกิลเยร์มี ส่วนกามาราและอับดูริซักต่างลงมาแทนในเกมกับอัล-อาราบี อัลฮิลาลไม่มีสัมเมอร์วิลล์ในรายการนี้ และซาเลมยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูร่างกาย ขณะที่ซาวิชกลับมาซ้อมแล้วหลังพลาดเกมกับอัล-อิตติฮัด การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ความเชื่อมโยงในแนวรุกของอัล-ซาด และการประสานงานระหว่างวัตกินส์กับมาร์ติเนลลีของอัลฮิลาลมีความสำคัญมากขึ้น
อัลฮิลาลอาจเริ่มเกมด้วยการเข้ากดดันบอลแรกตรงกลางของอัล-ซาด แต่การต่อบอลในบ้านก็อาจเปิดพื้นที่ให้อะฟีฟเล่นหน้ากองหลังได้ เมื่อเกมเปิด ทั้งสองทีมต่างมีทางไปถึงเขตโทษ ทั้งการประสานงานริมเส้นของอัล-ซาด และการวิ่งทะลุช่องตรง ๆ หลังเสียบอลของอัลฮิลาล
นั่นคือเหตุผลที่เราเอนเอียงไปทางอัล-ซาดให้สู้ได้สูสี เกมรุกของพวกเขายังผลิตโอกาสได้แม้มีผู้เล่นแดนกลางบาดเจ็บ และการรับบอลกับจบสกอร์ที่เชื่อมต่อกันก็ช่วยให้เจ้าบ้านตอบโต้แรงกดดันและการบุกเข้าเขตโทษของอัลฮิลาลได้