ภาษา

วิเคราะห์ ดีนามอ ซากเรบ พบ เอ็นอีซี ไนเมเคิน (22 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[26-27 UEL ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบลีก] วิเคราะห์ก่อนเกม ดีนามอ ซากเรบ พบ เอ็นอีซี ไนเมเคิน เวลาคิกออฟ: 22 ตุลาคม เวลา 23:45 น. (เวลาประเทศไทย)

ดีนามอ ซากเรบ และ เอ็นอีซี ไนเมเคิน มีคิวลงเตะศึกยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2026-27 รอบลีก นัดที่ 3 ณ สนามมักซีมีร์ สเตเดียม ในกรุงซากเรบ วันที่ 22 ตุลาคม เวลา 23:45 น. ตามเวลาประเทศไทย ทางฝั่ง ดีนามอ ซากเรบ มี 4 แต้มและต้องการเก็บแต้มเพิ่มเพื่อลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ขณะที่ เอ็นอีซี ไนเมเคิน ซึ่งมีอยู่เพียงแต้มเดียว จำเป็นต้องหยุดสถิติไร้ชัย 8 นัดติดต่อกันในเกมเยือนนัดนี้ เพื่อไม่ให้หลุดวงโคจรการลุ้นเข้ารอบ

1. ภาพรวมการแข่งขันและสถานการณ์ของทั้งสองทีม

ดีนามอ ซากเรบ เจ้าของดับเบิลแชมป์ทั้งลีกและบอลถ้วยของโครเอเชียเมื่อฤดูกาลก่อน ปัจจุบันรั้งอันดับ 2 ในลีกหลังผ่านไป 9 นัด เก็บได้ 19 แต้ม ส่วนผลงานในยูโรปาลีก เสมอกับ ฮาโปเอล เบียร์ เชวา 0-0 และชนะ อันเดอร์เลชท์ 1-0 รั้งอยู่อันดับ 14 ด้าน เอ็นอีซี ไนเมเคิน แม้จะจบอันดับ 3 ในเอเรดิวิซีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ฤดูกาลนี้ลงเตะในลีกไป 9 นัด มี 10 แต้ม อยู่อันดับ 12 ส่วนในยูโรปาลีก แพ้ ยูเวนตุส 0-5 และเสมอ เลฟสกี้ โซเฟีย 1-1 อยู่อันดับ 27

สถิติเปรียบเทียบ ยูโรปาลีก 2 นัด: ดีนามอ ซากเรบ ชนะ 1 เสมอ 1 · ยิงได้ 1 เสีย 0 ประตู / เอ็นอีซี ไนเมเคิน เสมอ 1 แพ้ 1 · ยิงได้ 1 เสีย 6 ประตู เกมลีกในประเทศ 9 นัด: ดีนามอ ซากเรบ อันดับ 2 · 19 แต้ม / เอ็นอีซี ไนเมเคิน อันดับ 12 · 10 แต้ม สถิติ 20 นัดหลังสุดจากศูนย์ข้อมูล: ดีนามอ ซากเรบ ชนะ 12 เสมอ 6 แพ้ 2 · ยิงได้ 45 เสีย 20 ประตู / เอ็นอีซี ไนเมเคิน ชนะ 3 เสมอ 10 แพ้ 7 · ยิงได้ 24 เสีย 35 ประตู

หากดูเฉพาะผลงานช่วงหลัง ดีนามอ ซากเรบ เหนือกว่าชัดเจน โดยหลังพักเบรกทีมชาติติดต่อกัน พวกเขาเอาชนะ อันเดอร์เลชท์ และ สลาเวน เบลูโป ได้ตามลำดับ ซึ่งในเกมเยือน สลาเวน เบลูโป ยังถล่มไปถึง 5-1 ทั้งที่เปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงถึง 6 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม จาก 14 ประตูใน 5 นัดหลังสุด มีถึง 9 ประตูที่ได้มาจากเกมบอลถ้วยกับ วูโคบาร์ 1991 และเกมลีกกับทีมท้ายตารางอย่าง สลาเวน เบลูโป อีกทั้งยังแพ้ ไฮจ์ดุ๊ก สปลิท 1-2 ขณะที่ประตูชัยเหนือนัด อันเดอร์เลชท์ มาจากจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ซึ่งในเกมนั้น อันเดอร์เลชท์ มีจังหวะยิงชนเสาและคาน 2 ครั้งในการบุกครั้งเดียว จึงยากที่จะสรุปว่าฟอร์มที่กำลังขึ้นของ ดีนามอ ซากเรบ จะเปลี่ยนเป็นพลังเกมรุกที่ยิงคู่แข่งในระดับยุโรปได้เป็นกอบเป็นกำในทันที

ด้าน เอ็นอีซี ไนเมเคิน เสมอรวดตลอด 4 นัดหลังสุด ในเกมพบ ฟอร์ทูนา ซิตตาร์ด พวกเขาสร้างโอกาสยิงถึง 24 ครั้ง มีค่า xG สูงถึง 2.99 แต่จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ส่วนเกมกับ เลฟสกี้ โซเฟีย ยิงตรงกรอบ 9 ครั้ง แต่ก็ทำได้เพียงเสมอ 1-1 การที่กุนซือ ดิ๊ก ชรอยเดอร์ มองว่าทีมสร้างโอกาสได้ดีแต่ปิดเกมไม่ลงนั้นตรงกับรูปเกมในบ้าน ทว่าเกมนี้ต้องออกมาเล่นเป็นทีมเยือน ซึ่ง ไนเมเคิน ยิงประตูไม่ได้เลยในเกมยุโรปนอกบ้าน 3 นัดหลัง และจากสถิติเกมเยือน 9 นัดหลังสุดในศูนย์ข้อมูล มีถึง 4 นัดที่พวกเขายิงไม่ได้เลย จึงยังไม่แน่ว่าโอกาสที่สร้างได้ในบ้านจะเกิดขึ้นมากเท่าเดิมที่สนามมักซีมีร์หรือไม่

ความได้เปรียบในการเล่นในบ้านก็มีขอบเขตเช่นกัน แม้ ดีนามอ ซากเรบ จะไม่แพ้เกมเหย้าในลีกมา 20 นัดติดต่อกัน แต่ในเกมยุโรป 4 นัดหลังสุดในบ้านที่ไม่แพ้ใครนั้น รวมถึงผลเสมอ ตูน และ ไวกิ้ง 2-2 อยู่ด้วย ในทางกลับกัน 3 นัดหลังสุดที่ ไนเมเคิน ตามหลังคู่แข่งเมื่อจบครึ่งแรกในการเล่นเป็นทีมเยือน พวกเขาแพ้ขาดลอยด้วยผลต่าง 3 ประตูขึ้นไปทั้งหมด หาก ดีนามอ ซากเรบ เป็นฝ่ายออกนำก่อน การตอบสนองของ ไนเมเคิน จึงเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่ง

กุนซือทั้งสองฝั่งต่างปรับเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงในเกมลีกนัดล่าสุดโดยคำนึงถึงเกมยูโรปาลีกนัดนี้ มาริโอ โควาเชวิช เปลี่ยนตัวจริงถึง 6 ตำแหน่งในเกมลีกหลังจบศึก อันเดอร์เลชท์ ขณะที่ ชรอยเดอร์ พักกัปตันทีมอย่าง ชารอนน์ เชอรี และ กาเบรียล บรัส ในเกมพบ ฟอร์ทูนา ซิตตาร์ด ทั้งสองทีมมีวันพักเท่ากัน แต่ความต่างอยู่ที่ตัวเลือกผู้เล่นที่พร้อมใช้งาน โควาเชวิช ระบุว่าผู้เล่นที่ลงทะเบียนในฟุตบอลยุโรปพร้อมลงสนามทุกคน ในขณะที่รายชื่อนักเตะเดินทางของ ไนเมเคิน มีเพียง 19 คน ซึ่งรวมผู้รักษาประตูถึง 3 คน หากตัด 10 ผู้เล่นตัวจริงที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตูออกไป จะเหลือผู้เล่นเอาต์ฟิลด์บนม้านั่งสำรองเพียง 6 คนเท่านั้น

สำหรับ ไนเมเคิน จะขาดสองเซ็นเตอร์แบ็กอย่าง บรัม นอยทิงค์ และ ฟิลิปเป ซานด์เลอร์ รวมถึง ดูซาน ทาดิช ที่ลงเล่นไม่ได้ การขาด ทาดิช ทำให้ต้องหาคนอื่นมารับบทบาทเชื่อมเกมในแนวรุกแถวสอง แต่ช่องโหว่ในเกมรับส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดคู่เซ็นเตอร์แบ็กที่จะต้องรับมือ ดิออน เบลโย คาดว่าการเลือกลงสนามของ แปร์ ชูร์ส และ อาห์เมตจัน คาปลัน จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งทั้งคู่ยังอยู่ในช่วงเรียกความฟิตและเพิ่มเวลาลงเล่นหลังหายเจ็บ นอกจากนี้ การที่ เชอรี และ ชูร์ส จะได้ลงตัวจริงพร้อมกันหรือไม่ก็เป็นจุดที่ต้องจับตา เพราะในเกมกับ โก อะเฮด อีเกิลส์ ประตูที่ได้ก็มาจากลูกเตะมุมของ เชอรี ที่เปิดให้ ชูร์ส โหม่งทำประตู

ทั้งสองทีมเคยพบกันอย่างเป็นทางการเพียงนัดเดียวเมื่อปี 2008 ที่สนามมักซีมีร์ โดย ดีนามอ ซากเรบ ชนะไป 3-2 ซึ่งในเวลานั้นทั้งผู้จัดการทีม ขุมกำลัง และรูปแบบการแข่งขันต่างกันไปหมดแล้ว จึงยากที่จะนำผลการแข่งขันดังกล่าวมาใช้อ้างอิง สภาพอากาศในช่วงคิกออฟไม่มีรายงานฝนตกและลมสงบ ปัจจัยจากสภาพสนามจึงน่าจะมีผลน้อยกว่าความสามารถของทั้งสองทีมในการแก้เพรสซิ่งหรือการรักษาการกดดันคู่แข่งในสนาม

2. วิเคราะห์การประกบคู่และแท็กติก

ช่วงต้นเกม จุดชี้ขาดจะอยู่ที่การไล่เพรสซิ่งแบบประกบตัวต่อตัวของ เอ็นอีซี ไนเมเคิน และการเซ็ตบอลจากแดนหลังของ ดีนามอ ซากเรบ โดย ชรอยเดอร์ เผยล่วงหน้าว่าจะใช้การเพรสซิ่งสูง ส่วน โควาเชวิช ก็ประเมินว่าคู่แข่งจะเล่นประกบแบบแมนทูแมนทั่วทั้งสนาม หาก ดีนามอ ซากเรบ ที่ยืนในระบบ 4-1-4-1 พยายามออกบอลแรกผ่าน โยซิป มิชิช แล้วถูก ไนเมเคิน ตามประกบติดจนปิดช่องทางการจ่ายบอลของเซ็นเตอร์แบ็ก ทีมเยือนก็มีโอกาสแย่งบอลกลับมาได้ในพื้นที่อันตรายใกล้ปากประตู จังหวะที่ เชอรี ฉกบอลจากความผิดพลาดในการจ่ายบอลของผู้รักษาประตู เลฟสกี้ โซเฟีย เข้าไปยิง แสดงให้เห็นถึงอันตรายจากการเพรสซิ่งรูปแบบนี้ได้เป็นอย่างดี

แต่หากแก้เพรสซิ่งออกมาได้ ดีนามอ ซากเรบ ก็จะได้เปรียบในการเข้าทำทันที เพราะเมื่อกองหลังของ ไนเมเคิน ดันขึ้นไปตามประกบตัวรับผิดชอบ แนวรับ 3 คนที่เหลือจะต้องดวลเดี่ยวกับ เบลโย และตัวรุกริมเส้น ยูเวนตุส เคยใช้บอลยาวข้ามไลน์เพรสซิ่งของ ไนเมเคิน จนนำไปสู่ประตูขึ้นนำมาแล้ว ฝั่ง ดีนามอ ซากเรบ ก็สามารถดึงคู่แข่งขึ้นมาในแดนกลางแล้ววางบอลเร็วไปให้ เบลโย ได้เช่นกัน ซึ่ง เบลโย เพิ่งโหม่งประตูจากลูกเปิดของ มาเตโอ เปเรซ วินลอฟ ในเกมพบ ไฮจ์ดุ๊ก สปลิท มาแล้ว สำหรับ ไนเมเคิน ที่ไม่มี นอยทิงค์ และ ซานด์เลอร์ คำถามสำคัญคือใครจะเข้าประกบ เบลโย ทันทีที่การเพรสซิ่งล้มเหลว

ถึงกระนั้น ดีนามอ ซากเรบ ก็ไม่ได้เอาตัวรอดจากการเพรสซิ่งได้ตลอดเวลา ในเกมกับ ฮาโปเอล เบียร์ เชวา พวกเขาเสียการครองบอลหลังจากช่วงต้นเกม และจบเกมด้วยค่า xG เพียง 0.30 พร้อมยิงตรงกรอบแค่หนเดียว ในนัดนั้น เบลโย พลาดการลงเล่นเพราะอาการป่วย ทำให้เป้าหมายการจ่ายบอลตรงขึ้นหน้าแตกต่างออกไป ครั้งนี้แม้ เบลโย จะพร้อมลงสนาม แต่หาก ไนเมเคิน แย่งบอลรอบตัว มิชิช ได้ตั้งแต่ต้นเกม ก็มีความเป็นไปได้ที่ ดีนามอ ซากเรบ จะต้องถอยไปตั้งรับนานขึ้น ซึ่ง โควาเชวิช เองก็ยอมรับว่าในช่วงที่คู่แข่งทำได้ดีกว่า ทีมก็ต้องอดทนเล่นเกมรับ

พื้นที่ริมเส้นจะแบกรับทั้งภาระเกมรุกและเกมรับไปพร้อมกัน เมื่อ เปเรซ วินลอฟ และ นิโก กาเลชิช ของ ดีนามอ ซากเรบ เติมเกมขึ้นมา พวกเขาสามารถเปิดบอลเข้าไปลุ้น เบลโย ได้ ขณะที่วิงแบ็กของ ไนเมเคิน อย่าง เควิน เคอร์ส และ เคลม็อง บิชอฟฟ์ ต้องคอยหยุดการเติมเกมดังกล่าว แต่เมื่อตัดบอลได้ ก็สามารถโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลังฟูลแบ็กที่ลอยสูงได้เช่นกัน ซึ่ง ไนเมเคิน เคยใช้พื้นที่ว่างหลังคู่แข่งดันเกมรุกสร้างความอันตรายมาแล้วในครึ่งหลังของเกมเยือน อาแจ็กซ์ ดังนั้น ยิ่ง ดีนามอ ซากเรบ บุกทางริมเส้นมากเท่าไร การรับมือในเกมรับทันทีที่เสียบอลก็ยิ่งทวีความสำคัญ

ลูกตั้งเตะถือเป็นช่องทางสำคัญที่ ไนเมเคิน จะใช้แก้ปัญหาการขาดแคลนประตูในเกมนอกบ้าน จาก 5 ประตูใน 4 นัดหลังสุด มีถึง 4 ประตูที่ได้มาจากจุดโทษ ลูกตั้งเตะ หรือความผิดพลาดของคู่แข่ง ขณะที่ ดีนามอ ซากเรบ ในเกมกับ ไฮจ์ดุ๊ก สปลิท เสียประตูจากการสกัดลูกเปิดเซ็ตพีซไปโดนกองหลังตัวเองเข้าประตู และเสียประตูตัดสินเกมจากการที่คู่แข่งเก็บตกจังหวะเคลียร์ลูกเปิดแล้วยิงซ้ำ หาก เชอรี และ ชูร์ส ได้ลงเล่นพร้อมกัน ไนเมเคิน จะสามารถใช้การประสานงานเตะมุมที่เคยได้ผลมาแล้วเข้าโจมตีจุดอ่อนนี้ อย่างไรก็ดี การออกสตาร์ตเป็นตัวจริงของทั้งคู่ยังไม่แน่นอนตามการคาดการณ์ของสื่อ และหากต้องเริ่มจากม้านั่งสำรอง รูปแบบการเล่นนี้ก็จะไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ต้นเกม

เข้าสู่ครึ่งหลัง ความแตกต่างด้านตัวเลือกการเปลี่ยนตัวจะเห็นผลชัดเจนขึ้น โควาเชวิช มักส่งตัวรุกลงมาพร้อมกันในช่วงนาทีที่ 60 จาก 2 นัดที่ผ่านมาในยูโรปาลีก ซึ่งในเกมกับ อันเดอร์เลชท์ ตัวสำรองอย่าง ดาเนียล โรดรีเกส ก็จ่ายบอลเข้ากรอบเขตโทษจนนำไปสู่จุดโทษตัดสินเกม ฝั่ง ไนเมเคิน แม้อาจจะพยายามรักษาความเข้มข้นในการเพรสซิ่งต่อไปได้ แต่การมีผู้เล่นเอาต์ฟิลด์บนม้านั่งสำรองเพียง 6 คนในเกมเยือนนัดนี้ ทำให้ตัวเลือกในการปรับเปลี่ยนแท็กติกมีจำกัด หากสกอร์ยังตรึงอยู่ที่ 0-0 เป็นเวลานาน หรือ ไนเมเคิน ต้องดันขึ้นเพื่อทวงประตูคืน ความต่างในจุดนี้อาจเปิดโอกาสให้ ดีนามอ ซากเรบ เจาะทำประตูเพิ่มได้

3. บทสรุปและการคาดการณ์

เราคาดว่า ดีนามอ ซากเรบ จะเบียดเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 หรือ 1-0 แม้ ไนเมเคิน จะใช้การเพรสซิ่งเข้าบดบังการออกบอลจากแดนหลังตั้งแต่ต้นเกม แต่เมื่อใดที่เจ้าถิ่นมีเวลาลำเลียงบอลไปถึง เบลโย โอกาสในการสร้างจังหวะลุ้นประตูจากการดวลตัวต่อตัวกับเซ็นเตอร์แบ็กก็มีสูง หากเกมยังสูสีจนถึงช่วงครึ่งหลัง ดีนามอ ซากเรบ ก็ยังมีไพ่ตายอย่าง โรดรีเกส และตัวสำรองคนอื่น ๆ ลงมาเติมเกมรุกได้อีก ส่วน ไนเมเคิน อาจมีจังหวะทวงคืนได้ 1 ประตูจากลูกตั้งเตะที่ เชอรี และ ชูร์ส ประสานงานกัน หรือจากความผิดพลาดในแนวรับของเจ้าบ้าน ทำให้ชัยชนะของเจ้าถิ่นน่าจะจบลงด้วยผลต่างเพียงประตูเดียว แต่หากทีมเยือนยิงไม่ได้ คาดว่าเกมจะจบลงที่ 1-0 จากประตูชัยในช่วงท้ายเกมของ ดีนามอ ซากเรบ

ในตลาดเดิมพันต่างก็มองว่า ดีนามอ ซากเรบ มีโอกาสคว้าชัยชนะสูง ทว่าตลาดมักจะให้น้ำหนักกับผลต่างประตูที่ขาดลอยมากกว่า โดยอิงจากฟอร์มในบ้านที่แข็งแกร่งและสถิติการยิงขาดในลีก รวมถึงการแพ้ยับนอกบ้านของ ไนเมเคิน อย่างไรก็ดี ดีนามอ ซากเรบ มักยิงคู่แข่งในระดับยุโรปที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกันได้ไม่เยอะเท่ากับในลีก และยังมีประวัติเสียประตูจากการป้องกันลูกเปิดและการเคลียร์บอลหลังขึ้นนำ ซึ่งลูกตั้งเตะของ ไนเมเคิน สามารถฉวยโอกาสจากจุดนี้ได้โดยตรง ทำให้เรามองไปในทิศทางเดียวกับตลาดในเรื่องผลแพ้ชนะ แต่ประเมินว่าผลต่างของสกอร์จะแคบกว่า

การคาดการณ์นี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า ไนเมเคิน จะต้องยันสกอร์ตามหลังไม่เกิน 1 ประตูให้ได้ในครึ่งแรก เพราะหาก ดีนามอ ซากเรบ ยิงขึ้นนำเร็วและทิ้งห่างเป็น 2 ประตูตั้งแต่ครึ่งแรก พื้นที่ว่างที่ ไนเมเคิน ทิ้งไว้ระหว่างดันขึ้นมาทวงประตูคืน ก็จะกลายเป็นช่องทางให้เจ้าบ้านลงโทษและทำประตูเพิ่มได้อีก

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง