ภาษา

วิเคราะห์ โอเอฟไอ เครต พบ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน (22 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[26-27 UEL ยูฟ่ายูโรปาลีก] วิเคราะห์พรีวิว โอเอฟไอ เครต พบ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน เวลาคิกออฟ: 22 ตุลาคม 23:45 (เวลาประเทศไทย)

โอเอฟไอ เครต และ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน เตรียมลงฟาดแข้งกันในศึก ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบลีก นัดที่ 3 ณ สนามพานกริติโอ เมืองอิราคลิออน ประเทศกรีซ ในวันที่ 22 ตุลาคม เวลา 23:45 ตามเวลาประเทศไทย โอเอฟไอ เครต หวังเก็บแต้มเพิ่มในบ้านตัวเองหลังเคยคว่ำฮอฟเฟนไฮม์มาได้ ส่วน ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ที่ชนะรวดมา 2 นัด ก็มุ่งมั่นจะคว้าชัยเกมเยือนขณะที่กำลังขับเคี่ยวลุ้นจ่าฝูงบุนเดสลีกา จุดชี้ขาดของเกมนี้อยู่ที่ลูกเปิดด้านข้างและลูกตั้งเตะของ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน รวมถึงการป้องกันกรอบเขตโทษของ โอเอฟไอ เครต ที่ต้องขาดผู้รักษาประตูมือหนึ่ง

1. ภาพรวมการแข่งขันและฟอร์มล่าสุดของทั้งสองทีม

โอเอฟไอ เครต คว้าตั๋วลุยศึกยูโรปาลีกรอบนี้มาได้จากการเฉือนชนะพีเอโอก 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยกรีซเมื่อฤดูกาลก่อน สำหรับผลงานในรอบลีก พวกเขาเปิดบ้านชนะฮอฟเฟนไฮม์ 2-0 ในนัดแรก ก่อนจะบุกไปพ่ายแรนส์ 1-2 ขณะนี้ทีมมีอยู่ 3 คะแนน ซึ่งกุนซือ คริสตอส คอนติส มองว่าจำเป็นต้องมีราว 6-7 คะแนนถึงจะการันตีการผ่านเข้าสู่รอบถัดไป เขายังระบุด้วยว่าผลเสมอหรือชนะต่างมีความหมายอย่างยิ่งต่อทีม (โนวาสปอร์ตส์, 21 ตุลาคม) นี่จึงเป็นเกมที่พวกเขามีเหตุผลต้องมองไปถึงการเก็บ 1 แต้มในบ้านเป็นอย่างน้อย

ด้าน ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ลงเล่นในยูโรปาลีก 2 นัด ยิงได้ 6 ประตูและยังเก็บคลีนชีตได้ทั้งสองนัด รั้งอันดับ 2 ด้วยการมี 6 คะแนนเต็ม ส่วนในบุนเดสลีกาพวกเขารั้งอันดับ 4 โดยมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างบาเยิร์นเพียงคะแนนเดียว ทั้งสองทีมต่างลงเล่นนัดล่าสุดมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ทำให้ได้พักมาเท่ากัน แต่โปรแกรมหลังจากนี้ของ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ถือว่าแน่นเอี้ยดกว่ามาก โดยต้องออกไปเยือนฮอฟเฟนไฮม์ในวันที่ 25 ตุลาคม ต่อด้วยเดเอ็ฟเบโพคาลวันที่ 29 และเกมลีกกับชตุทท์การ์ทในวันที่ 31 ขณะที่ โอเอฟไอ เครต ก็มีคิวเปิดบ้านรับมือพีเอโอกในวันที่ 25 เช่นกัน

สถิติสำคัญ ยูโรปาลีก 2 นัด: โอเอฟไอ เครต 3 คะแนน · ยิง 3 เสีย 2 ประตู / ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน 6 คะแนน · ยิง 6 คลีนชีต ผลงานเกมทางการล่าสุด: โอเอฟไอ เครต ไม่ชนะ 4 นัดติด · แพ้รวด 3 นัดหลังสุด / ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ชนะรวด 5 นัด ผลงานเกมทางการฤดูกาลนี้ (จากดาต้าเซ็นเตอร์): โอเอฟไอ เครต 7 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 3 · ยิง 13 เสีย 11 ประตู / ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน 9 นัด ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 1 · ยิง 26 เสีย 9 ประตู

ความพ่ายแพ้ 3 นัดติดของ โอเอฟไอ เครต ล้วนเกิดขึ้นในเกมเยือน โดยพวกเขาเสียให้เออีเค เอเธนส์ จากลูกตั้งเตะถึง 3 ประตู ขณะที่เกมกับแรนส์ หลังจากยิงขึ้นนำได้ก็แทบสร้างโอกาสบุกไม่ได้เลย ก่อนจะมาเสียประตูในนาทีที่ 76 และ 90 ส่วนในเกมลีกที่แพ้คาลามาตา 3-4 มีการปรับทัพตัวจริงถึง 5 ตำแหน่ง และนายทวารมือหนึ่งอย่าง นิโคลาอส คริสโตจอร์กอส ก็ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก แม้ผลการแข่งขันจะออกมาแย่ แต่รายละเอียดการเสียประตูใน 3 เกมนั้นแตกต่างกัน ซึ่งกุนซือ คอนติส ชี้แจงว่าการเปลี่ยนแผงหลังเพราะอาการบาดเจ็บส่งผลให้ความเข้าใจระหว่างผู้เล่นลดลง (โนวาสปอร์ตส์, 21 ตุลาคม)

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกแยะระหว่างสถานที่แข่งขันกับแนวทางการได้ประตูด้วย จากสถิติเกมทางการ 10 นัดหลังสุดในดาต้าเซ็นเตอร์ ผลงานในบ้าน 4 นัดของ โอเอฟไอ เครต ชนะ 3 เสมอ 1 ยิงได้ 10 และเสียเพียง 3 ประตู ในเกมกับฮอฟเฟนไฮม์ แม้จะครองบอลได้แค่ 32% แต่ก็ทำได้ 2 ประตูและไม่เสียประตูเลย โดยประตูขึ้นนำเริ่มจากการเตะยาวของผู้รักษาประตูแล้ว เคนาน โคโดร เก็บตกบอลได้ ในทางกลับกัน เกมเยือนแรนส์พวกเขาครองบอล 33% และมีโอกาสยิงเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งประตูขึ้นนำในนัดนั้นมาจากการที่ ติอาโก นุส และ อันเดรอัส บูชาลาคิส แย่งบอลได้ในแดนบน ทั้งสองนัดต่างเปลี่ยนโอกาสอันน้อยนิดให้เป็นประตูได้ ทว่าในเกมกับแรนส์ หลังจากขึ้นนำแล้วแทบไม่มีจังหวะลุ้นทำประตูเพิ่ม ทำให้ต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับยาวนาน

ส่วน ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน หลังจากสะดุดพ่ายเอลเวอร์สแบร์ก 2-3 ในเกมเยือนนัดเปิดฤดูกาล ก็กลับมาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งในลีกและเวทียุโรป ภายใต้การคุมทัพของ คาร์เลส มาร์ตีเนส พวกเขาได้ประตูจากการเปิดบอลของ มิเกล กูตีเอร์เรซ, การประสานงานระหว่าง อิบราฮิม มาซา กับ แพทริก สิคค์ และลูกตั้งเตะของ อาเลย์ช การ์เซีย อย่างไรก็ตาม ชัยชนะ 5 นัดรวดในเกมทางการก็ไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งแบบเบ็ดเสร็จทุกนัด ในเกมเยือนไมนซ์พวกเขายิงได้ 4 ประตูแต่ก็เสียไปถึง 3 ประตู ส่วนเกมกับไฟรบวร์กก็เฉือนชนะ 2-1 จากประตูชัยของ สิคค์ ในนาทีที่ 76 ขณะที่ชัยชนะเหนือเลช พอซนาน 4-0 ในยูโรปาลีกก็มาจากจุดโทษ 2 ลูก

การจัดทัพตัวจริงของทั้งสองกุนซือก็มีความต่างกัน คอนติส ยังคงยึดระบบ 3-4-3 ในเกมยุโรปพร้อมใช้ผู้เล่นตัวหลักเป็นแกน แล้วจึงค่อยหมุนเวียนนักเตะ 5 ตำแหน่งในเกมลีกกับคาลามาตาหลังกลับจากเยือนแรนส์ ขณะที่ มาร์ตีเนส ค่อนข้างยึดตัวหลักในลีก แต่ในยูโรปาลีกเคยหมุนเวียนผู้เล่นจากเกมลีกก่อนหน้าถึง 6 ตำแหน่ง นัดนี้ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน อาจปรับทัพบางจุดอีกครั้ง แต่ตำแหน่งกองหน้าตัวเป้ามีข้อจำกัดชัดเจน เมื่อ มาร์แตง เตอร์เรียร์ และ คริสเตียน โคฟาเน มีอาการบาดเจ็บ ส่วน วิกเตอร์ โอโก โบนิฟาเซ ไม่มีชื่อในถ้วยยูโรปาลีก หากต้องพัก สิคค์ ทีมก็จะไม่มีกองหน้าอาชีพที่ทำหน้าที่ในบทบาทเดียวกันลงเล่นแทน

การขาดหายไปครั้งใหญ่ที่สุดของ โอเอฟไอ เครต คือ คริสโตจอร์กอส ที่ได้ลงตัวจริงตลอด 7 นัดในเกมทางการฤดูกาลนี้ แต่ต้องหลุดจากทีมชุดนี้เนื่องจากมีอาการเจ็บที่คอ (ดิ แอธเลติก, 21 ตุลาคม) ในเกมพบฮอฟเฟนไฮม์เขาเซฟไปถึง 5 ครั้ง และประตูแรกก็เริ่มจากการเปิดบอลยาวของเขาไปให้ เคนาน โคโดร สำหรับ คลิดมาน ลิโล ที่คาดว่าจะได้ลงเฝ้าเสาแทน เพิ่งลงเล่นในฤดูกาลนี้ไปเพียง 45 นาทีในเกมพบคาลามาตา ส่วนในแนวรับเมื่อขาด คริสตอส ซิเอลิส และ นิโคลาอส มารินาคิส ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลับมาใช้สามประสาน อคิลเลียส ปูนกูราส, ดิมิทริออส นิโคลาอู และ เครซิเมียร์ คริซมานิช เหมือนในเกมเยือนแรนส์ ขณะที่ ทักซีอาร์คิส ฟูนตัส กองหน้าของทีมมีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้ ทว่าจากอาการปวดหลังและเอวที่ทำให้เวลาลงเล่นลดลงในช่วงหลัง จึงยังไม่แน่ชัดว่าจะฟิตพอลงเล่นครบ 90 นาทีหรือไม่

การพบกันเพียงครั้งเดียวของทั้งคู่เกิดขึ้นในศึกอินเตอร์โตโตคัพเมื่อปี 1995 ซึ่ง ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน เปิดบ้านชนะ 1-0 ทว่าทั้งขุมกำลัง กุนซือ และสนามแข่งขันในปัจจุบันต่างเปลี่ยนไปจากตอนนั้นทั้งหมด ข้อมูลอ้างอิงที่ตรงจุดกว่าสำหรับรูปเกมในวันนี้ คือวิธีการที่ โอเอฟไอ เครต เอาชนะฮอฟเฟนไฮม์ที่สนามพานกริติโอ และวิธีที่ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน เจาะเกมรับของคู่แข่งที่เน้นรับลึก สำหรับเกมนี้ บัตรเข้าชมที่สนามพานกริติโอขายไปได้มากกว่า 14,000 ใบจนต้องเปิดอัฒจันทร์เพิ่ม (เคิล์นเนอร์ ชตัดท์-อันไซเกอร์, 21 ตุลาคม) นอกจากนี้ช่วงเวลาคิกออฟคาดว่าจะไม่มีฝนหรือลมแรง ทำให้สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเล่นบอลยาวและเปิดบอลจากด้านข้างของทั้งสองฝั่ง (ข้อมูลสภาพอากาศจาก โอเพนเมเทโอ, 22 ตุลาคม)

2. วิเคราะห์แท็กติกและการประกบคู่

คาดว่ารูปเกมจะเป็น ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ที่ครองบอลบุกเข้าใส่ ขณะที่ โอเอฟไอ เครต จะดึงวิงแบ็กถอยต่ำลงมาตั้งรับด้วยแนวรับ 5 คน โดย โอเอฟไอ เครต เคยมีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเพียง 32% และ 33% ในเกมกับฮอฟเฟนไฮม์และแรนส์ตามลำดับ อีกทั้งกุนซือ คอนติส ก็ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่เปลี่ยนระบบเพียงเพราะเพิ่งเสียประตูมาในนัดหลัง ๆ (โนวาสปอร์ตส์, 21 ตุลาคม) กุญแจสำคัญจึงอยู่ที่ว่าแผงรับนี้จะรับมือลูกเปิดด้านข้างของ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ได้ดีแค่ไหน แม้ฮอฟเฟนไฮม์จะสับไกถึง 21 ครั้งแต่ยิง โอเอฟไอ เครต ไม่เข้า ทว่าลูกตรงกรอบมีเพียง 5 ครั้งเท่านั้น แต่ฝั่ง ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน มี สิคค์ ที่พร้อมวิ่งสอดแนวรับเข้าไปจบสกอร์จากลูกครอสของ กูตีเอร์เรซ และยังมี มาซา ที่สามารถพาบอลตะลุยเข้ากรอบเขตโทษเองหรือจ่ายเชื่อมให้ สิคค์ ได้อีกด้วย

แนวรับของ โอเอฟไอ เครต มีความสามารถพอที่จะดวลตรงกลางกับ สิคค์ ได้ แต่ปัญหาคือจังหวะเซ็ตพีซและบอลสองหลังจากลูกเปิดด้านข้างที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ คอนติส ระบุว่า 3 ประตูที่เสียให้เออีเค เอเธนส์ ล้วนมาจากลูกตั้งเตะ ขณะที่ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ได้ 2 ประตูจากเตะมุมในเกมพบเซลเย โดยมีตัวเล่นลูกกลางอากาศอย่าง ฟาคุนโด เมดินา และ เอ็ดมงด์ แทปโซบา คอยเติมขึ้นมาลุ้นบอลเปิดของ การ์เซีย ส่วน ลิโล ต้องเข้ามารับหน้าที่จัดการลูกเปิดและลูกยิงในกรอบเขตโทษแทนมือหนึ่ง แม้การลงสนามเพียง 45 นาทีจะยากต่อการชี้วัดความสามารถ แต่การเปลี่ยนทั้งผู้รักษาประตูและแผงหลังสามคนพร้อมกันย่อมส่งผลกระทบต่อเส้นทางการโจมตีหลักของ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน โดยตรง

ในทางกลับกัน ช่วงเวลาหลังแย่งบอลกลับมาได้ของ โอเอฟไอ เครต จะทวีความสำคัญยิ่ง คอนติส ประเมินว่า ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ดันสูงมาเพรสซิ่งแบบประกบตัวต่อตัว ซึ่งจะเปิดพื้นที่ว่างข้างหลังทิ้งไว้ (ดอคูเมนโต นิวส์, 21 ตุลาคม) ในเกมกับฮอฟเฟนไฮม์ ประตูขึ้นนำมาจากการที่ โคโดร เก็บบอลยาวแถวเส้นกึ่งกลางสนามได้แล้วจ่ายให้ ไอตอร์ คันตาลปิเอดรา หากวันนี้ โคโดร ยังแย่งบอลจังหวะแรกชนะได้อีก ติอาโก นุส และ คันตาลปิเอดรา ก็สามารถวิ่งทะลุแนวรับของ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ได้เช่นกัน และหาก กูตีเอร์เรซ เติมเกมขึ้นสูงเพื่อเปิดบอล โลเรนโซ ดิกแมนน์ วิงแบ็กขวาของ โอเอฟไอ เครต ก็พร้อมใช้พื้นที่ว่างด้านหลังนั้นโจมตี

อย่างไรก็ดี คงหวังลุ้นประตูจากรูปแบบเดิมเหมือนเกมเจอฮอฟเฟนไฮม์ได้ไม่ง่ายนัก เพราะ คริสโตจอร์กอส ที่เป็นคนวางบอลยาวลูกแรกในตอนนั้นหมดสิทธิ์ลงเล่น จึงบอกได้ยากว่า ลิโล จะทำหน้าที่เปิดบอลยาวแบบเดียวกันไปให้ โคโดร ได้หรือไม่ และหาก เมดินา หรือ แทปโซบา ชิงจังหวะเอาชนะ โคโดร ได้ก่อน ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ก็จะเปิดเกมบุกระลอกใหม่ในแดนบนได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้น แม้ โอเอฟไอ เครต จะแก้เพรสซิ่งได้ แต่หากไม่สามารถหาโอกาสยิงเพิ่มได้เหมือนในเกมกับแรนส์ ครึ่งหลังพวกเขาก็จะต้องก้มหน้าก้มตาป้องกันลูกครอสและลูกตั้งเตะต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ในแดนกลาง ต้องจับตาการขับเคี่ยวระหว่าง มาซา กับ อันเดรอัส บูชาลาคิส โดย มาซา ทั้งยิงตีเสมอและจ่ายให้ สิคค์ ซัดประตูชัยในเกมกับไฟรบวร์ก ส่วน บูชาลาคิส ดันขึ้นสูงไปแย่งบอลจนนำไปสู่ประตูขึ้นนำในเกมเยือนแรนส์ หากเขายืนปักหลักหน้าแนวรับสามคนเพื่อตามประกบ มาซา โอกาสที่ โอเอฟไอ เครต จะแย่งบอลในแดนบนอาจลดลง แต่หากเขาขยับขึ้นไปร่วมเพรสซิ่ง มาซา ก็จะมีพื้นที่รับบอลหน้าแนวรับทันที นี่จึงเป็นเหตุผลที่ โอเอฟไอ เครต จำเป็นต้องรักษาสมดุลตรงกลางขณะที่ปล่อยให้คู่แข่งครองบอล พร้อมทั้งหาทางจุดประกายเกมสวนกลับไปในตัว

หลังจากมีประตูแรกเกิดขึ้น การแก้เกมของโค้ชทั้งสองฝั่งจะมีผลต่อระยะห่างของสกอร์ หาก โอเอฟไอ เครต ยิงนำก่อน ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน จะต้องเดินหน้าบุกใส่เกมรับที่ถอยไปตั้งโซนลึก แม้พวกเขาจะเคยมีปัญหาเจาะไม่เข้าในเกมกับเอลเวอร์สแบร์ก แต่ตอนนั้นเป็นนัดประเดิมคุมทีมในลีกของ มาร์ตีเนส ซึ่งคู่เซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงยังไม่ลงตัวเหมือนปัจจุบัน ในทางกลับกัน หาก ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน โอเอฟไอ เครต น่าจะยังคงระบบ 3-4-3 ไว้แล้วอาศัยการเติมเกมของวิงแบ็กและการส่งตัวสำรองลงมาทวงประตูคืน เหมือนในเกมกับฮอฟเฟนไฮม์ที่ตัวสำรองอย่าง บอร์ฆา กอนซาเลซ เปิดเตะมุมให้ จอร์จิออส คาเนลโลปูลอส โหม่งเข้าไปในนาทีที่ 84 ซึ่งทั้งคู่ต่างก็มีชื่อพร้อมลงเล่นในนัดนี้เช่นกัน

3. บทสรุปและการคาดการณ์

เรามองว่าเกมนี้โอกาสเอียงไปทาง ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน มากกว่า การโจมตีด้วยลูกเปิดด้านข้างของ กูตีเอร์เรซ กับ สิคค์, การขยับหาช่องในกรอบเขตโทษของ มาซา และลูกเตะมุมของ การ์เซีย จะสร้างความกดดันให้แผงหลังและผู้รักษาประตูชุดใหม่ของ โอเอฟไอ เครต อย่างหนัก แม้ โอเอฟไอ เครต จะยังมีแบบแผนเกมรับและช่องทางสวนกลับเหมือนตอนชนะฮอฟเฟนไฮม์ แต่การขาด คริสโตจอร์กอส ที่ทั้งเซฟและวางบอลยาวได้อย่างแม่นยำถือเป็นจุดเปลี่ยน หาก ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน เดินหน้าบอมบ์เข้ากรอบเขตโทษอย่างต่อเนื่อง แนวรับชุดใหม่ของเจ้าถิ่นจะต้องรับมือให้ได้ทั้งจังหวะลูกเปิดและบอลจังหวะสองจากลูกตั้งเตะหากคิดจะรอดพ้นจากการเสียประตู

สกอร์ที่คาด ให้ฝั่งเจ้าบ้าน โอเอฟไอ เครต ขึ้นก่อน คือ 1-2 หรือ 1-3 โดยรูปเกมที่ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ชิงขึ้นนำก่อนจากลูกเปิดด้านข้างหรือเตะมุม แล้ว โอเอฟไอ เครต มาได้ประตูตีไข่แตกในช่วงครึ่งหลังจากจังหวะเปลี่ยนผ่านเกมหรือลูกตั้งเตะของตัวสำรอง มีน้ำหนักเอียงไปทางสกอร์ 1-2 มากที่สุด แต่หาก ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน นำเร็วแล้วเลือกให้ สิคค์ และ มาซา อยู่ในสนามนานเพื่อบุกกดดันต่อเนื่อง สกอร์ก็มีโอกาสไหลไปถึง 1-3 ได้เช่นกัน

ในตลาดมองว่าความต่างของมาตรฐานลีก ฟอร์มชนะรวดของ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน และสถิติเกมเยือนที่ย่ำแย่ของ โอเอฟไอ เครต ในช่วงหลัง ให้น้ำหนักกับการที่ทีมเยือนจะชนะขาดลอยอยู่พอสมควร เราเห็นด้วยว่าทีมเยือนมีโอกาสชนะสูงกว่า ทว่าความพ่ายแพ้ระยะหลังของ โอเอฟไอ เครต ล้วนเกิดขึ้นนอกบ้านทั้งสิ้น อีกทั้ง ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ยังมีคิวต้องออกไปเยือนฮอฟเฟนไฮม์รออยู่ในอีกสามวันข้างหน้า หาก มาร์ตีเนส เน้นคุมสถานการณ์หลังขึ้นนำ ประกอบกับตัวเลือกสำรองในแดนหน้าที่ลดลงจากปัญหาบาดเจ็บ ก็อาจทำให้การเดินหน้ายิงประตูลำบากขึ้น ขณะที่ โอเอฟไอ เครต เองก็ยังมีทีเด็ดในการรักษารูปขบวนแล้วอาศัยลูกตั้งเตะช่วงท้ายเกมเพื่อทวงประตูคืนได้ ทัศนะนี้อาจเปลี่ยนไปได้หาก ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน ได้ประตูนำแล้วยังเลือกใช้งาน สิคค์ และ มาซา เกินกว่า 70 นาทีเพื่อเปิดเกมบุกไม่ยั้งต่อไป

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง