ปัญหาเรื่องการจบสกอร์ของฟอเรสต์มีอยู่จริง แต่กลาสเนอร์ก็พูดถึงอีกด้านไว้แล้วว่า เขาไม่คิดว่าฟอเรสต์จะสร้างโอกาสได้มากเท่ากับเกมที่คริสตัล พาเลซ นี่คือประเด็นที่น่าสนใจของเกมนี้ ทีมที่ยิง 24 ครั้งแต่ยังแพ้ 1-3 ต้องหาทางทำประตูจากโอกาสที่น้อยลง เมื่อต้องเจอกับแชมป์ที่ไม่มีวิลเลียม ซาลิบา ขณะที่อิกอร์ เฆซุสก็ลงเล่นไม่ได้ และต้องจับตาความพร้อมของกิ๊บส์-ไวต์
เริ่มที่ฟอเรสต์ เกมกับพาเลซพวกเขายิง 24 ครั้งและมี xG 2.97 เทียบกับเจ้าบ้านที่ยิง 13 ครั้งและมี xG 2.38 แสดงว่าการสร้างโอกาสไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นการจบสกอร์และการเสีย 3 ประตูต่างหากที่ทำให้ทีมพลาด สปอร์ตส์โมลระบุว่าฟอเรสต์ยิงได้ 5 ประตูจาก 6 นัดในลีก ส่วนเดแลปทำได้ 1 ประตูจากการลงเล่น 350 นาที กลาสเนอร์บอกว่าเขาขอให้คริส วูดช่วยพูดคุยกับบรรดากองหน้าเรื่องการจบสกอร์ในการซ้อม บันทึกจากงานแถลงข่าววันศุกร์ของกลาสเนอร์ระบุว่าเฆซุส (น่อง) และซาโวนา (เข่า) จะลงเล่นไม่ได้ ส่วนกิ๊บส์-ไวต์พลาดการซ้อมตลอดสัปดาห์ ก่อนคาดว่าจะกลับมาซ้อมในวันเสาร์ ฟอเรสต์ยังขึ้นนำพาเลซตั้งแต่นาทีที่ 3 ด้วย จึงเห็นได้ว่าพวกเขากดดันคู่แข่งตั้งแต่ต้นเกมได้
ฝั่งอาร์เซนอล อาร์เตตายืนยันในงานแถลงข่าวว่าซาลิบา (หลัง โดยจะตรวจ MRI อีกครั้งในสัปดาห์หน้า), โทลิสโซ และฮินคาปิเอ จะลงเล่นไม่ได้ ส่วนซูบิเมนดียังต้องประเมินอาการหลังการซ้อมวันเสาร์ ตัวเลขช่วงหลังดูไม่สวยหรูเท่าที่เห็น: ในเกมแชมเปียนส์ลีกที่ชนะลีลล์ 3-0 บันทึกของเราแสดงว่าอาร์เซนอลยิง 16 ครั้งและมี xG 1.85 ขณะที่ลีลล์ยิง 4 ครั้ง แต่ประตูทั้งหมดเกิดขึ้นหลังนาทีที่ 64 ส่วนเกมกับไบรท์ตันเมื่อเดือนกันยายน พวกเขาครองบอล 60% และมี xG 1.63 แต่แพ้ 0-3
เราเลยไม่มองเกมนี้ว่าเป็นการเจอกันระหว่างทีมบุกแข็งกับทีมบุกอ่อน คำถามคือแนวรับอาร์เซนอลที่มีผู้เล่นขาดหายไปหลายคน ซึ่งตามรายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดไว้ในบันทึกของเราอาจให้คอนซาลงยืนเซ็นเตอร์แบ็ก จะเสี่ยงมากกว่าในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกหรือช่วงท้ายเกม และฟอเรสต์ที่มีโอกาสให้พลาดน้อยลงจะฉวยโอกาสทำประตูตั้งแต่ต้นได้หรือไม่ หากกิ๊บส์-ไวต์ไม่พร้อมลงเล่น เส้นทางนี้ก็จะแคบลง