เอสตูเดียนเตส ริโอ กัวร์โต พบ ราซินกลุบเดอาเบยาเนดา ดูเผิน ๆ เหมือนเกมที่ทีมครึ่งล่างตารางเจอกับทีมชื่อชั้นดีกว่า แต่ทั้งคู่มีจุดรั่วคนละแบบ คำถามคืออีกฝ่ายจะเจาะจุดนั้นได้จริงแค่ไหน ผมมองว่า 20 นาทีสุดท้ายน่าจับตากว่าช่วงต้นเกม เพราะเอสตูเดียนเตสยิงได้แค่ประตูเดียวจาก 5 นัดเหย้าในลีก ส่วนราซิงสร้างโอกาสได้มากแต่ยังแพ้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะมักปิดเกมไม่ลง
เริ่มที่เอสตูเดียนเตส ตอนนี้อยู่อันดับ 15 ของตาราง ผลงานในบ้านชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิงได้ 1 ประตูและเสีย 3 ประตู เรื่องราวไม่ได้เป็นแค่การโดนคู่แข่งเล่นงาน ที่สนามของเบลกราโน พวกเขายิง 16 ครั้ง เทียบกับคู่แข่ง 15 ครั้ง และมี xG 1.17 ต่อ 1.01 ทั้งที่ครองบอลเพียง 37% พวกเขาขึ้นนำในนาที 74 ก่อนเสียประตูตีเสมอในนาที 82 แล้วก็เสียอีกครั้งในนาทีที่ 5 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ปัญหาดูจะเป็นการจบสกอร์ในบ้านกับการรักษาสกอร์นำให้ได้ มากกว่าการสร้างโอกาสไม่เป็น พวกเขายังมีช่วงพักยาวนับจากเกมนั้น ราว 2 สัปดาห์ตามข้อมูลโปรแกรม และข้อมูลของเราไม่มีรายงานว่ามีผู้เล่นคนไหนขาดแน่นอน
ฝั่งราซิงกลับเป็นภาพตรงกันข้าม เกมกับบานฟิลด์พวกเขายิง 22 ครั้ง ครองบอล 81% และทำ xG ได้ 2.11 แต่ยิงเข้ากรอบแค่ 2 ครั้งและแพ้ 0-1 ส่วนเกมกับอาร์เจนติโนส พวกเขาเหลือ 10 คนตั้งแต่นาที 21 ก่อนแพ้ 1-2 ในเกมกับอัตเลติโก ตูกูมาน พวกเขาตีเสมอได้ในนาที 71 แต่กลับเสียประตูในนาที 90 ผลงานเกมเยือนในลีกยังไม่ชนะ เสมอ 1 แพ้ 3 ยิงได้ 3 ประตูและเสีย 7 ประตู ข้อมูลระบุโดยอนุมานว่า ฮวน วอยโวดา เข้ามารับงานต่อจาก กุสตาโว กอสตาส ช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยดูจากชื่อโค้ชในรายชื่อผู้เล่น ไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการ นับจากนั้นพวกเขาชนะ 1 จาก 5 นัด โดยชัยชนะล่าสุดไม่เกิดขึ้น เพราะเกมล่าสุดคือการแพ้โบคา 2-3 ในบอลถ้วยเมื่อสัปดาห์ก่อน ฟอร์เนริสกับดิ เชซา มีเครื่องหมายบาดเจ็บในรายชื่อทีม แต่ข้อมูลระบุแค่ว่า “บาดเจ็บ” ไม่ได้บอกว่าจะพลาดเกมนี้หรือไม่
จุดที่สองทีมนี้มาบรรจบกันจึงน่าสนใจ ถ้าราซิงครองบอลและได้ยิงตั้งแต่ต้น เกมที่เอสตูเดียนเตสยิงได้น้อยในบ้านก็คงยังลงโทษพวกเขาไม่ได้ในทันที แต่ถ้าเอสตูเดียนเตสฉวยโอกาสขึ้นนำ ประวัติที่ผ่านมาบอกว่าเกมยังไม่จบ ขณะที่ราซิงก็มีแนวโน้มดันผู้เล่นขึ้นไปกดดันต่อ ช่วงท้ายเกมจึงเป็นเวลาที่ผมคาดว่าเรื่องราวจะเข้มข้นขึ้น สถิติการพบกันที่ผ่านมาในข้อมูลของเรามีเพียงเกมเดียว คือราซิงชนะ 2-0 เมื่อเดือนมีนาคม ผมคงไม่ให้น้ำหนักกับผลนัดเดียวจากยุคของโค้ชคนละคนมากนัก