เกมเหล่านี้ล้วนตัดสินกันที่คุณภาพของการจ่ายบอลจังหวะแรกหลังโดนบีบกดดัน สกอร์ที่เห็นในระยะหลังไม่ได้สะท้อนเลยว่าแต่ละทีมสร้างโอกาสลุ้นยิงเหน่งๆ ได้ต่างกันแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นตัวสำรอง จังหวะเก็บบอลจังหวะสอง หรือการทิ้งบอลให้ตัวรุกวิ่งเข้าพื้นที่ว่าง ล้วนเปลี่ยนจังหวะบุกถัดไปได้ทันที ซึ่งผู้เล่นที่พร้อมลงสนามมีส่วนกำหนดเส้นทางเหล่านี้มากกว่าผลการแข่งขันที่ออกมาเสียอีก
เกียวโต ซังงะ สามารถบีบเพรสแดนกลางของ คองอัน ฮานอย เอฟซี แล้วตัดบอลส่งต่อให้ เอเลียส, มาร์โก ทูลิโอ และ อเล็กซ์ ซูซา เล่นงานจากจังหวะแย่งบอลแดนบนได้ ฝั่ง คองอัน ฮานอย มีทีเด็ดตอบโต้คือการให้ เปเรีย เก็บบอลจังหวะแรกแล้วแทงต่อให้ เลโอ หลุดเข้าไปหลังแนวรับที่ดันสูง ซึ่งคู่นี้ประสานงานกันตลอดในเกมกับเซี่ยงไฮ้ และต่อมายังช่วยกันทำประตูตีเสมอท้ายเกมที่บ้านของ ซงลาม เหงะอาน ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การดันเกมรุกดุดันของ เกียวโต ก็เปิดช่องให้คู่แข่งระดับหัวแถวในลีกได้ลุ้นแบบจะแจ้งมาแล้วเช่นกัน
ทั้ง เปเรีย และ เลโอ ต่างลงเล่นในเกมกับ ซงลาม เหงะอาน หลังออกสตาร์ทจากม้านั่งสำรอง ส่วน มาวก์ ได้ลงเล่นในเกมลีกนัดนั้นแต่มีรายงานว่าติดโทษแบนในบอลถ้วยเอเชียรายการนี้ โดยที่ 11 ตัวจริงนัดนี้ยังไม่ยืนยัน เกียวโต น่าจะคอยดักบีบจังหวะขึ้นเกมแรก ขณะที่ คองอัน ฮานอย ซึ่งออกบอลไปข้างหน้าได้เร็วกว่า น่าจะพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายในกรอบเขตโทษได้เอง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเลือกอยู่ฝั่ง คองอัน ฮานอย เอฟซี ว่าจะใช้การตอบโต้ในบ้านให้เป็นประโยชน์
เกมในลีกของการท่าเรือ MTI เอฟซี ที่ประสานงานกันระหว่าง อ็อตตอน, ธีรศักดิ์ และ บรูโน เคยผลิตสกอร์ในเกมเจอ ระยอง ได้ก็จริง แต่บอลจังหวะแรกไปข้างหน้าของพวกเขายังสร้างโอกาสสับไกจะแจ้งในระดับทวีปได้น้อยมาก ยามออกไปเยือน โจฮอร์ ครึ่งแรกจบแบบไร้สกอร์และแม้จะแก้เกมเปลี่ยนตัวไปสองคน ก็ยังไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบสักหน ส่วนทาง เป่ย์จิงกั๋วอัน เพิ่งสร้างจังหวะได้ลุ้นจากบอลจังหวะสองในลูกตั้งเตะและจังหวะตามซ้ำลูกเซฟในเกมกับ ช็อนบุก แถมยังมี ซีเจ๋อ, หลิน และ อวี้หนิง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเข้าทำ
กุนซือการท่าเรือระบุว่ากองหลังอย่าง มาเตอุส ลินส์ และตัวปั้นเกมอย่าง กาก้า เมนเดส ไม่พร้อมลงสนาม โดยทั้งคู่ไม่ได้ลงเล่นในเกมเยือน โจฮอร์ ด้าน เป่ย์จิง ก็มี ฟาบิโอ ที่เจ็บจนต้องออกจากสนามในเกมก่อนหน้าและพลาดนัดเจอ ช็อนบุก ทว่า อาโคโล กับ ดุดเซีย ยังช่วยกันผลิตสกอร์ได้ การท่าเรืออาจเริ่มต้นด้วยการคุมโซนแน่นหนา แต่จังหวะบดซ้ำและความต่อเนื่องในการเติมเข้ากรอบเขตโทษหลังบล็อกแรกของ เป่ย์จิง น่าจะช่วยให้ทีมมีโอกาสจบสกอร์ถัดไปที่เด็ดขาดกว่า ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเลือกอยู่ฝั่ง เป่ย์จิงกั๋วอัน ว่าจะเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตูตัดสินเกม
อีสต์ เบงกัล กับ อัล ซีบ เสมอกันแบบไร้สกอร์ที่โอมาน ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างพาบอลเข้าไปในพื้นที่อันตรายได้ รามิเรซ และ ราชิด เป็นตัวลำเลียงบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ อีสต์ เบงกัล แถมมีจังหวะเตะมุมที่ไปถึงตัวสำรองอย่าง โลบา จ่อๆ หน้าประตู ขณะที่ อัล ซีบ ใช้บอลด้านกว้างเจาะไปถึง เมเย และตัวสำรองที่ลงมาทีหลังก็บีบให้ผู้รักษาประตูต้องออกแรงเซฟเพิ่มได้อีก ด้วยสถานการณ์ในกลุ่มบีบให้ทั้งสองฝ่ายต้องเดินหน้าล่าชัยชนะ
มีรายงานว่า มาเฮช กับ ราคิป มีอาการบาดเจ็บ แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ลงสนามตั้งแต่เกมนัดแรกอยู่แล้ว ส่วนการคาดหมายว่า โลบา จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงก็ยังเป็นเพียงแค่การคาดการณ์ ทางฝั่ง เมเย ได้ลงเล่นในเกมนัดแรก และเส้นทางขึ้นเกมริมเส้นรวมถึงทีเด็ดจากม้านั่งสำรองของ อัล ซีบ ก็เห็นได้ชัดเจนแม้จะจบด้วยการไม่มีประตูก็ตาม อีสต์ เบงกัล น่าจะพยายามชิงความได้เปรียบในแดนกลางมากขึ้น ส่วน อัล ซีบ ก็พร้อมโต้ตอบผ่านริมเส้นและการแก้เกมช่วงหลัง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเลือกอยู่ฝั่งที่มองว่าทั้งสองทีมจะปิดจังหวะเข้าทำที่เป็นจุดเด่นของตัวเองได้สำเร็จทั้งคู่