ชาล็อต ฮอร์เน็ตส์ กับไมแอมี ฮีต ต่างมีจุดแข็งที่ช่วยให้ได้ครองบอลเพิ่ม แรงกดดันช่วงแรกที่ใส่ผู้เล่นถือบอลของชาล็อตจะเป็นตัวกำหนดว่าการครองบอลเหล่านั้นจะจบด้วยการยิงหรือเสียบอล ไมแอมีเจาะเข้าไปทำแต้มในเขตสีได้ผ่านยานนิสกับแบม ส่วนชาล็อตต้องเริ่มตอบโต้ด้วยการเก็บรีบาวด์และแต้มจากผู้เล่นตัวรอง การเล่นครั้งถัดไปหลังจากมีการแซงขึ้นนำจะบอกอะไรได้มากเป็นพิเศษ
ชาล็อตเก็บรีบาวด์เกมรุกได้ 19 ครั้ง แม้จะแพ้แอตแลนตาแบบขาดลอย และเรดกับอัลเลนก็ช่วยให้ทีมตอบโต้บรูคลินได้ หลังเน็ตส์ขึ้นนำอยู่ช่วงสั้น ๆ ไมแอมีเสียรีบาวด์เกมรุกให้มินนิโซตาถึง 17 ครั้ง และให้ดีทรอยต์ 12 ครั้ง ทำให้เดียบาเต้ เรด และคาล์กเบรนเนอร์มีช่องทางลุ้นเก็บบอลจังหวะสองในเกมนี้ การเสียบอลของชาล็อตที่มากที่สุดในฤดูกาลเกิดจากการโดนแอตแลนตาฉกบอลถึง 17 ครั้ง ส่วนไมแอมีโดนฉกบอล 7 และ 8 ครั้งในสองเกมที่ผ่านมา จึงเปิดโอกาสให้ชโรเดอร์กับเจมส์เริ่มเกมบุกด้วยการจ่ายบอลแรกได้ง่ายขึ้น ไวต์ นิวเพล และแกรนต์ วิลเลียมส์พลาดลงเล่นทั้งสองเกมของชาล็อต และยังไม่ยืนยันว่าจะกลับมาเมื่อไร ดังนั้นการวิเคราะห์นี้จึงยึดบทบาทที่ชาล็อตใช้จริง
ยานนิสทำแต้มได้มากในทั้งสองเกมของไมแอมี แต่เกมรับของทีมยังปิดการครองบอลของคู่แข่งได้ไม่สม่ำเสมอ และแต้มจากผู้เล่นสนับสนุนก็ขึ้น ๆ ลง ๆ หากชาล็อตเปลี่ยนรีบาวด์ของตัวเองเป็นแต้ม แล้วเก็บรีบาวด์หลังไมแอมีบุกครั้งถัดไปได้ เรดกับอัลเลนก็จะช่วยให้ชาล็อตยังคุมเกมที่สูสีไว้ได้ เราเลือกแทงชาล็อต ฮอร์เน็ตส์เป็นผู้ชนะ