[บุนเดิสลีกา เยอรมนี 2026-27] สตุ๊ตการ์ท พบ โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค พรีวิวและวิเคราะห์ เริ่มแข่งขัน: 24 ตุลาคม เวลา 01:30 (เวลาประเทศไทย)
สตุ๊ตการ์ทจะเปิดสนามเอ็มเอชพี อารีนา รับมือโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค ในเกมบุนเดิสลีกานัดที่ 7 ซึ่งจะแข่งขันวันที่ 24 ตุลาคม เวลา 01:30 ตามเวลาประเทศไทย ทีมอันดับ 13 อย่างสตุ๊ตการ์ทหวังยุติช่วงฝืดเกมรุกในการเล่นลีกในบ้านครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน ส่วนทีมบ๊วยอย่างโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค แพ้รวด 6 นัด หากแพ้อีกจะกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์บุนเดิสลีกาที่เปิดฤดูกาลด้วยการแพ้ 7 นัดติด
1. ภาพรวมเกมและสถานการณ์ของทั้งสองทีม
ผลงานในลีกฤดูกาลนี้ของสตุ๊ตการ์ทคือชนะ 2 แพ้ 4 ส่วนโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคแพ้ทั้ง 6 นัด ทั้งสองทีมยิงได้ 8 ประตูเท่ากัน แต่สตุ๊ตการ์ทเสีย 10 ประตู ขณะที่โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคเสีย 20 ประตู อย่างไรก็ตาม หากมองว่าตัวเลขเสียประตูทั้งหมดสะท้อนเกมรับปัจจุบันของทีมกลัดบัค ก็อาจมองข้ามพัฒนาการหลังเปลี่ยนโค้ชได้ 4 นัดแรกพวกเขาเสียถึง 16 ประตู ส่วน 2 นัดภายใต้การคุมทีมของอเล็กซานเดอร์ เบลสซิน แพ้ 1-2 ทั้งคู่
บุนเดิสลีกาฤดูกาลนี้ อันดับและคะแนน: สตุ๊ตการ์ท อันดับ 13 มี 6 คะแนน / โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค อันดับ 18 มี 0 คะแนน ชนะ-เสมอ-แพ้: สตุ๊ตการ์ท ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 4 / โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค ชนะ 0 เสมอ 0 แพ้ 6 ยิงได้-เสียประตู: สตุ๊ตการ์ท 8-10 / โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค 8-20
สตุ๊ตการ์ทสร้างโอกาสได้มาก แต่ยังเปลี่ยนเป็นประตูไม่ดีนัก จาก 3 เกมลีกฤดูกาลนี้ที่ศูนย์ข้อมูลมีสถิติประตูคาดหวัง ทีมทำได้ 2 ประตูจากค่าประตูคาดหวัง 5.03 นัดเยือนฮัมบูร์กพวกเขายิง 24 ครั้งแต่แพ้ 0-1 ส่วนเกมกับดอร์ทมุนด์ก็พาบอลขึ้นไปถึงแดนคู่แข่งได้ แต่สร้างโอกาสยิงที่มีอันตรายไม่มากพอและแพ้คาบ้าน 0-1 ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่าการที่ทีมซึ่งจบอันดับ 4 ในลีกฤดูกาลก่อนรั้งอันดับ 13 ในฤดูกาลนี้ ไม่ได้เกิดจากการขาดโอกาสทำประตูเพียงอย่างเดียว
ในรายการอื่น สตุ๊ตการ์ทแสดงให้เห็นว่าคุมเกมได้ดี พวกเขาเก็บ 7 คะแนนจาก 3 นัดในแชมเปียนส์ลีก และเสมอแอตเลติโก มาดริด 1-1 เมื่อสามวันก่อน ช่วงครึ่งแรกของเกมนั้นพวกเขาใช้การเพรสซิงสูงรบกวนการขึ้นเกมจากแดนหลังของคู่แข่ง อันเจโล ชตีเลอร์แย่งบอลกลับมาได้ก่อนที่เจมี เลอเวอลิงจะยิงให้ทีมขึ้นนำ แต่แม้คู่แข่งจะโดนใบแดงในครึ่งหลัง สตุ๊ตการ์ทก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้ ปัญหาการจบสกอร์ในลีกยังคงอยู่ แม้รูปเกมจะดี
ผลงานแพ้ 6 นัดติดของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคต้องแยกดูช่วงก่อนและหลังเปลี่ยนโค้ช 4 นัดแรกเสีย 16 ประตู แต่ภายใต้เบลสซิน พวกเขาเสียเฉลี่ย 2 ประตูต่อเกม ขณะเดียวกันเกมรุกก็ยิงได้เพียงนัดละ 1 ประตูต่อเนื่อง ในนัดล่าสุดที่พบฮอฟเฟนไฮม์ พวกเขาตีเสมอได้ในนาทีที่ 49 ก่อนเสียประตูอีกครั้งในอีก 5 นาทีถัดมา ค่าประตูคาดหวังในเกมนั้นอยู่ที่ 0.47 ตามข้อมูลของศูนย์ข้อมูล โมริตซ์ นิโคลัส เซฟ 6 ครั้งช่วยให้ทีมแพ้ห่างเพียงประตูเดียว แต่หลังตีเสมอ โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคก็ไม่ได้สร้างแรงกดดันต่อคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง
ผลงานเกมรุกในบ้านและนอกบ้านก็สำคัญต่อการประเมินเกมนี้ โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคยิง 7 ประตูจากเกมลีกในบ้าน 3 นัดฤดูกาลนี้ แต่เกมเยือน 3 นัดยิงได้เพียงประตูเดียวในเกมกับโคโลญ พวกเขาแพ้ไลป์ซิกและไฟรบวร์กนอกบ้าน 0-3 และ 0-5 ตามลำดับ แต่ความพ่ายแพ้ขาดลอยทั้งสองนัดเกิดขึ้นก่อนเบลสซินเข้ารับตำแหน่ง ตัวอย่างเกมเยือนภายใต้โค้ชคนปัจจุบันมีเพียงนัดเดียว คือแพ้โคโลญ 1-2 จึงยังสรุปไม่ได้ว่าผลงานเกมเยือนก่อนหน้านั้นจะเกิดซ้ำอีก
ทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่น สตุ๊ตการ์ทจะขาดโยชา วักโนมัน แบ็กขวาที่เจ็บต้นขาจากเกมกับแอตเลติโก มาดริด เขาออกสตาร์ตครบทั้ง 6 นัดในลีกฤดูกาลนี้ พร้อมทำ 2 ประตู 1 แอสซิสต์ ผู้เล่นที่จะมาแทนจึงต้องรับบทบาทมากกว่าการลงไปเล่นเกมรับทางขวา เพราะวักโนมันยังเติมเข้าเขตโทษเพื่อยิงและเปิดบอลได้ด้วย โลเรนซ์ อาสิญง ซึ่งลงมาแทนในเกมกับแอตเลติโกเป็นตัวเลือกสำหรับตำแหน่งตัวจริง แต่ฤดูกาลนี้เขายังไม่เคยลงเล่นครบ 90 นาทีในฐานะตัวจริง
ฝั่งโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค เบลสซินระบุว่ามีผู้เล่นเจ็บ 9 คน ทิม ไคลน์เดียนส์ต กัปตันทีม และอิซัค ลิดเบิร์ก ต่างหมดสิทธิ์ลงเล่น ทำให้ชูโตะ มาจิโนะเป็นกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ แนวรับก็จะไม่มีโค อิตากูระและยัน เลชชีญสกี คาดว่าฟาบิโอ เคียโรเดียกับไดกิ ฮาชิโอกะจะลงเล่นในแนวรับสามคน และหากฮาชิโอกะถอยไปเล่นเกมรับ ฟิลิปป์ ซันเดอร์ก็อาจกลับไปประจำแดนกลาง เบลสซินบอกว่าแผนใช้กองหน้าตัวหลอกก็เป็นไปได้ ไม่ว่าใครจะยืนหน้าเป้า โจทย์คือการครองบอลหลังเจอแรงกดดันและเปิดเวลาให้ผู้เล่นแถวสองเติมขึ้นมา
ด้านโปรแกรม โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคได้พักมากกว่าสองวัน สตุ๊ตการ์ทต้องลงสนามอีกครั้งหลังเกมกับแอตเลติโก มาดริดเพียงสามวัน และเซบาสเตียน โฮเนสก็ปรับตัวจริงอยู่เสมอเมื่อต้องเล่นห่างกันไม่นาน รายชื่อ 11 ตัวจริงที่ลีกอินไซเดอร์คาดการณ์ไว้ไม่มีเดนิซ อุนดาฟและบิลาล อัลคันนุส แต่มีเออร์เมดิน เดมีโรวิชกับเพจชิโนวิชเข้ามาแทน รายชื่อนี้ยังไม่ใช่การยืนยัน หากใช้ชุดนี้ บทบาทของเกมรุกในครึ่งแรกและการเปลี่ยนตัวช่วงหลังอาจแตกต่างจากเกมกับแอตเลติโก
สตุ๊ตการ์ทมีสถิติชนะ 6 แพ้ 3 จากการพบกัน 9 นัดหลังสุด ฤดูกาลก่อนพวกเขาชนะทั้งสองนัด โดยชนะในบ้าน 1-0 และบุกชนะ 3-0 อย่างไรก็ตาม โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคสร้างโอกาสดีได้ก่อนในทั้งสองเกม และการเซฟของอเล็กซานเดอร์ นือเบล ผู้รักษาประตูสตุ๊ตการ์ทในตอนนั้นมีผลต่อผลการแข่งขัน เกมนี้โค้ชและแนวรุกของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนสตุ๊ตการ์ทให้เดนิซ ไซเมนเฝ้าเสาในช่วงหลัง สิ่งที่นำมาอ้างอิงได้จากเกมก่อนจึงเป็นวิธีที่สตุ๊ตการ์ทฉวยความผิดพลาดของคู่แข่งและใช้เกมริมเส้นทำประตู มากกว่าผลสกอร์เดิม
2. วิเคราะห์การประกบกัน
ดวลสำคัญอยู่ที่การเพรสซิงแดนหน้าของสตุ๊ตการ์ทกับการจ่ายบอลแรกของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค ในเกมกับแอตเลติโก มาดริด สตุ๊ตการ์ทแย่งบอลกลับมาได้ในแดนบนก่อนทำประตูขึ้นนำ ส่วนเกมแรกของเบลสซินกับโคโลญ พวกเขาถูกตัดบอลจากการจ่ายคืนหลังสั้น ๆ และเสียประตูชัยหลังทำบอลเสียในแดนกลาง เกมกับฮอฟเฟนไฮม์ก็มีช่วงหนึ่งก่อนพักครึ่งที่พวกเขาจ่ายบอลกันในแนวรับซ้ำไปมาและขึ้นเกมไม่ได้ นัดนี้ยังขาดผู้เล่นในแนวรับตัวกลางด้วย หากสตุ๊ตการ์ทเริ่มเพรสตั้งแต่จังหวะส่งบอลไปถึงกองหลังคู่แข่ง ก็อาจสร้างโอกาสยิงในแดนของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคได้
ถ้าเบลสซินวางมาจิโนะเป็นหน้าเป้า ทีมก็สามารถใช้บอลยาวหลบการเพรสซิงได้ แต่ทางเลือกนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อมาจิโนะเก็บบอลได้และเปิดโอกาสให้ฮูโก โบลินกับวาเอล โมยาเข้ามาร่วมเกมรุก หากใช้กองหน้าตัวหลอก ผู้เล่นแถวสองจะถอยลงมารับบอลได้ แต่ทีมก็จะไม่มีกองหน้าธรรมชาติสำหรับปะทะกับเซ็นเตอร์แบ็กของสตุ๊ตการ์ทและพักบอลไว้ การขยับซันเดอร์กลับไปเล่นแดนกลางตามที่คาดอาจช่วยให้โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคต่อบอลได้ดีขึ้น หากจะใช้บอลสั้นแก้เพรสซิง พวกเขาต้องส่งบอลให้ซันเดอร์ได้ตั้งแต่จังหวะที่สตุ๊ตการ์ทเริ่มกดดัน
สตุ๊ตการ์ทเองก็ต้องรับมือกับเงื่อนไขเรื่องการเปลี่ยนตัวจริง อัลคันนุสมีส่วนสำคัญกับการเพรสซิงและการแย่งบอลในเกมกับแอตเลติโก แต่ไม่มีชื่อในตัวจริงที่คาดการณ์ไว้ วักโนมันก็ลงไม่ได้ ส่วนเฟือริช เลอเวอลิง และชตีเลอร์ เพิ่งออกสตาร์ตในเกมเมื่อสามวันก่อน หากโฮเนสปรับผู้เล่นแต่ยังรักษาความเข้มข้นของการเพรสซิงได้ ทีมก็มีโอกาสกดดันให้คู่แข่งทำพลาดในแดนหลัง หากแรงกดดันลดลง โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคอาจต่อบอลผ่านซันเดอร์ขึ้นมาถึงแดนกลางได้ และสตุ๊ตการ์ทก็อาจเจอสถานการณ์เหมือนเกมกับฮัมบูร์กที่ครองบอลนานแต่ทำประตูไม่ได้
ผลกระทบจากการขาดผู้เล่นริมเส้นของทั้งสองทีมแตกต่างกัน อาสิญงต้องรับหน้าที่เติมเกมและมีส่วนร่วมกับเกมรุกทางขวาแทนวักโนมัน ส่วนลูคัส อุลริช แบ็กซ้ายของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคซึ่งจะเผชิญหน้ากับเขา เปิดบอลจากทางซ้ายให้โจ สคัลลีตีเสมอในเกมกับโคโลญ หากอุลริชเติมขึ้นมา ทีมก็อาจสร้างโอกาสได้ แต่พื้นที่ด้านหลังเขาจะเปิดให้เลอเวอลิงวิ่งเข้าโจมตี อีกฝั่งหนึ่ง สคัลลีต้องรับมือกับการเลี้ยงบอลและการเพรสซิงของเฟือริช หากโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคตามหลังแล้วดันฟูลแบ็กทั้งสองข้างขึ้นสูง สตุ๊ตการ์ทก็อาจมีโอกาสทำประตูเพิ่ม
ลูกตั้งเตะเป็นอีกทางเลือกในการทำประตูของสตุ๊ตการ์ท หากพวกเขาเพรสซิงแล้วไม่อาจเจาะแนวรับได้ เจฟฟ์ ชาโบยิงประตูขึ้นนำด้วยลูกโหม่งในเกมกับพาเดอร์บอร์น 07 และประตูที่สองในเกมกับโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคเมื่อเดือนมกราคมก็เริ่มจากลูกเตะมุมของเฟือริช ส่วนโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคเสียประตูในเกมกับโคโลญ หลังเคลียร์บอลจากฟรีคิกแล้วจัดการบอลต่อไม่ได้ ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าจะมีประตูจากลูกตั้งเตะในเกมนี้ แต่หากสตุ๊ตการ์ทบุกอยู่ในแดนคู่แข่งนานจนได้เตะมุม โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคก็ต้องป้องกันจังหวะยิงให้ได้ แม้เคลียร์บอลแรกออกไปแล้ว
โอกาสโต้กลับของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคก็ยังมีอยู่ โมยาทำประตูตีเสมอในเกมกับฮอฟเฟนไฮม์หลังจังหวะบุกเร็ว ส่วนลูกเปิดของอุลริชนำไปสู่ประตูในเกมกับโคโลญ สตุ๊ตการ์ทเองก็เสียประตูชัยในเกมกับฮอฟเฟนไฮม์ฤดูกาลนี้ หลังถูกตัดบอลจากการจ่ายพลาด หากโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคตัดบอลจากการต่อบอลในแนวรับของสตุ๊ตการ์ท หรือเล่นสวนออกริมเส้นทันทีหลังหลุดจากการเพรสซิง ก็อาจสร้างโอกาสทำประตูได้ แต่การขาดผู้เล่นแนวรุกทำให้มีตัวเลือกน้อยลงในการพักบอลและต่อเกมบุก จึงยากที่จะทำเช่นนี้ได้ตลอดทั้งเกม
3. บทสรุปและทรรศนะ
เรามองว่าสตุ๊ตการ์ทมีโอกาสชนะสูงกว่า และน่าจะใช้เวลาเล่นในแดนของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคมากกว่า การเพรสซิงของสตุ๊ตการ์ทสามารถเล่นงานแนวรับตัวกลางและจังหวะจ่ายบอลแรกจากแดนกลางของคู่แข่งได้ แม้โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคจะเสียประตูน้อยลงหลังเบลสซินเข้าคุมทีม แต่การขาดกองหน้าตัวเป้าสองคนทำให้มีทางเลือกจำกัดในการแก้เพรสซิงและต่อเกมรุก โฮเนสยังสามารถส่งอุนดาฟกับอัลคันนุสลงมาเพิ่มความอันตรายในช่วงครึ่งหลังได้ แม้จะปรับตัวจริงก็ตาม
ตลาดก็ให้น้ำหนักไปทางเจ้าบ้าน โดยพิจารณาจากการแพ้รวดของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค จำนวนประตูที่เสีย และการสร้างโอกาสของสตุ๊ตการ์ท ทิศทางผู้ชนะจึงไม่ได้แตกต่างกันมาก จุดที่เห็นไม่ตรงกันคือจำนวนประตูรวม โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคเสีย 20 ประตูในฤดูกาลนี้ แต่ 16 ประตูเกิดขึ้นใน 4 นัดก่อนเบลสซินเข้ารับตำแหน่ง และหลังจากนั้นจำนวนประตูที่ทีมยิงได้ก็ลดลง สตุ๊ตการ์ทต้องลงเล่นอีกครั้งหลังผ่านไปเพียงสามวัน และคาดว่าจะปรับแนวรุกบางตำแหน่ง ดังนั้นจึงยากจะคาดหวังว่าคู่นี้จะมีประตูมากเท่ากับยอดเสียประตูสะสมของโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคในฤดูกาลนี้
สกอร์ที่คาดคือ สตุ๊ตการ์ทชนะในบ้าน 2-0 หรือ 3-0 รูปเกมที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดคือสตุ๊ตการ์ทแย่งบอลคืนได้จากการเพรสซิงและขึ้นนำในครึ่งแรก ก่อนจะหาประตูเพิ่มระหว่างที่โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคดันฟูลแบ็กขึ้นไปเพื่อโต้กลับ ประตูที่สองในครึ่งหลังอาจมาจากตัวสำรองในแนวรุกหรือบอลที่เด้งออกมาหลังเตะมุม หากอัลคันนุสกับอุนดาฟได้ออกสตาร์ต ความอันตรายในเกมรุกครึ่งแรกก็อาจเพิ่มขึ้นและทำให้สกอร์ขยับไปถึง 3-0 เงื่อนไขที่อาจทำให้ภาพนี้เปลี่ยนไปคือโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัคเปลี่ยนลูกเปิดของอุลริชหรือความผิดพลาดในการต่อบอลจากแดนหลังของสตุ๊ตการ์ทให้กลายเป็นประตูได้