ภาษา

วิเคราะห์ สโมสรฟุตบอลโปร์ตู พบ พีเอสวี (21 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026-27] พรีวิววิเคราะห์ โปร์ตู พบ พีเอสวี เริ่มแข่งขัน: 21 ตุลาคม เวลา 02:00 เวลาประเทศไทย

สโมสรฟุตบอลโปร์ตู พบ พีเอสวี ที่เอสตาดิโอ ดู ดราเกา ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบลีก นัดที่ 3 ฤดูกาล 2026-27 โดยเริ่มเวลา 02:00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตามเวลาไทย ทั้งสองทีมคว้าแชมป์ลีกในประเทศเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ยังไม่ชนะในรายการนี้ โปร์ตูเน้นเพรสซิ่งสูง ส่วนพีเอสวีเน้นครองบอล การขาดผู้เล่นแนวรุกและเวลาพักที่ต่างกันอาจส่งผลต่อเกมในครึ่งหลัง

1. ภาพรวมเกมและสถานการณ์ของทั้งสองทีม

โปร์ตูชนะรวดทั้ง 8 นัดแรกในลีกโปรตุเกส และนำอันดับ 2 อยู่ 5 คะแนน แต่ในแชมเปียนส์ลีกแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 คาบ้าน และแพ้เรอัล เบติส 2-3 ในเกมเยือน จึงยังไม่มีคะแนนและอยู่อันดับ 30 ส่วนพีเอสวีเสมอชัคตาร์ โดเนตส์ค 1-1 ก่อนแพ้แอร์เบ ไลป์ซิก 0-1 มี 1 คะแนน อยู่อันดับ 26 ทั้งสองทีมต่างหวังคว้าชัยนัดแรกจากการแข่งขันรอบลีก 8 นัด ในนัดที่ 3

เงื่อนไขก่อนเกม แชมเปียนส์ลีก 2 นัด: โปร์ตูแพ้ 2 นัด ยิงได้ 2 เสีย 5 / พีเอสวีเสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 1 เสีย 2 เวลาพักหลังเกมล่าสุด: โปร์ตู 6 วัน / พีเอสวี 3 วัน ตัวแปรสำคัญในแนวรุก: โปร์ตูไม่มีวิลเลียม โกมีส แต่ซามู อาเกโฮวากลับมา / พีเอสวีขาดกองหน้าอาชีพ 3 คนและรูเบน ฟาน บอมเมล ส่วนกุส ทิลยังไม่แน่ว่าจะลงเล่นได้หรือไม่

ผลงานในประเทศไม่ได้บอกภาพในเวทียุโรปได้ทั้งหมด ช่วง 10 นัดหลังสุด โปร์ตูยิง 11 ประตูและเสียเพียงประตูเดียวใน 5 นัดแรก แต่ใน 5 นัดถัดมายิงได้ 11 ประตูเท่าเดิมและเสีย 8 ประตู โดย 5 ประตูมาจากเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้และเรอัล เบติส คู่แข่งในลีกเคยยิงนำก่อน แต่โปร์ตูพลิกกลับมาชนะได้ในครึ่งหลังด้วยเกมรุกและการเปลี่ยนตัว ทว่าในแชมเปียนส์ลีกทั้งสองนัด พวกเขาเสียประตูแรกทันทีหลังเริ่มครึ่งหลังและลงเอยด้วยความพ่ายแพ้

เกมกับเรอัล เบติสแสดงให้เห็นทั้งอันตรายและพลังเกมรุกของโปร์ตู กาบริ เบย์กายิงฟรีคิก และซามู อาเกโฮวาที่ลงมาเป็นตัวสำรองทำประตูให้ทีมนำ 2-1 แต่หลังจากนั้นโปร์ตูรับมือจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของคู่แข่งไม่ได้ จนแพ้ 2-3 วิคเตอร์ โฟรโฮลด์ตอธิบายหลังเกมว่า ทีมเพรสซิ่งสูงและสร้างโอกาสได้ แต่เสีย 2 ประตูจากจังหวะเปลี่ยนเกม นี่เป็นตัวอย่างว่าหากคู่แข่งแย่งบอลได้และสวนกลับเร็ว ขณะที่โปร์ตูส่งผู้เล่นขึ้นไปบุก ทีมก็ยังเสียประตูได้แม้จะเป็นฝ่ายนำอยู่

จุดเปลี่ยนของพีเอสวีเริ่มจากแนวรุก ริคาร์โด เปปีเจ็บราวนาทีที่ 10 ของเกมกับทเวนเต และ 4 นัดหลังจากนั้นทีมชนะ 1 แพ้ 3 ในเกมกับทเวนเต พีเอสวีขึ้นนำจาก 2 ประตูของกุส ทิล ก่อนเสีย 2 ประตูในนาทีที่ 79 และ 83 ส่วนเกมกับแอร์เบ ไลป์ซิก พวกเขาพลาดจุดโทษ แล้วเสียประตูชัยจากจังหวะต่อเนื่องหลังเตะมุมในนาทีที่ 75 ความพ่ายแพ้ต่อเอดีโอ เดน ฮากในนัดล่าสุดต้องพิจารณาด้วยว่า สเวน ไมจ์แนนส์โดนไล่ออกนาทีที่ 43 และทีมต้องเล่นครึ่งหลังด้วยผู้เล่น 10 คน ผลแพ้เกมเยือน 3 นัดติดจึงไม่ได้หมายความว่าทั้งสามนัดมีรูปเกมเหมือนกัน

เมื่อเปปี ซาม ลัมเมอร์ส และอาลาซาน เปลอาไม่พร้อม พีเอสวีต้องเตรียมลงเล่นโดยไม่มีกองหน้าอาชีพ รูเบน ฟาน บอมเมล ซึ่งมักวิ่งสอดจากฝั่งซ้ายไปด้านหลังแนวรับก็ไม่ได้เดินทางมากับทีม คาดว่าไมจ์แนนส์ซึ่งเล่นเป็นมิดฟิลด์ในฤดูกาลนี้และยิงไปแล้ว 5 ประตูจะยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า แต่ต่างจากตอนเล่นมิดฟิลด์ตัวรุกที่คอยสอดเข้าเขตโทษ เขาจะต้องรับบอลโดยมีเซ็นเตอร์แบ็กประกบและเชื่อมเกมให้เพื่อนด้วย ทิลซึ่งมักเข้าชาร์จลูกครอสจากฝั่งขวาด้วยลูกโหม่งเดินทางไปด้วย แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะลงสนามได้หรือไม่

ฝั่งโปร์ตูจะขาดวิลเลียม โกมีส ปีกตัวจริงที่เจ็บข้อเท้า มีโอกาสสูงที่บอร์ฆา ไซนซ์จะได้ออกสตาร์ตเหมือนในเกมกับเรอัล เบติส นั่นทำให้ตัวเลือกส่งไซนซ์ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังหายไป แต่ยังมีซามูและออสการ์ เปียตูเชฟสกี ทั้งคู่ลงมาเป็นตัวสำรองและทำประตูได้ในเกมกับเรอัล เบติสและมาริติโมตามลำดับ แนวรับอาจได้ยาน เบดนาเร็กกลับมาหลังพ้นโทษแบน หากเขายืนคู่กับยากุป กีวียอร์ ปาโบล โรซาริโอซึ่งเล่นเซ็นเตอร์แบ็กในเกมกับเรอัล เบติสก็จะกลับไปเล่นมิดฟิลด์

ฟรานเชสโก ฟาริโอลีใช้ระบบ 4-3-3 กับโปร์ตู และมักจัดตัวจริงค่อนข้างต่อเนื่อง ส่วนปีเตอร์ บอสซ์เคยพักผู้เล่นบางคนก่อนและหลังเกมยุโรป แต่ตอนนี้ตัวเลือกของเขาน้อยลงจากการขาดผู้เล่นแนวรุก โปร์ตูมีเวลาพัก 6 วันหลังเกมกับเรอัล เบติส โดยไม่มีเกมลีกช่วงสุดสัปดาห์ ส่วนพีเอสวีเพิ่งลงเล่นเกมเยือนเอดีโอ เดน ฮากเมื่อ 3 วันก่อน โดยส่งกองหลังตัวจริงที่คาดไว้ 4 คนและมิดฟิลด์ตัวรับ 2 คนลงสนามเป็นตัวจริง หลังเหลือผู้เล่น 10 คน พวกเขายังต้องเล่นครึ่งหลังด้วย ก่อนเดินทางไปโปรตุเกสเมื่อวันจันทร์

ทั้งสองสโมสรไม่ได้พบกันอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 1993 ตัวอย่างที่ใกล้กว่านั้นคือเกมที่ฟาริโอลีคุมอาแจ็กซ์พบทีมพีเอสวีของบอสซ์ 2 นัดในฤดูกาล 2024-25 และชนะทั้งสองนัด ตอนนั้นพีเอสวีครองบอลมากกว่าในทั้งสองเกมแต่ไม่ได้ผลการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม วันนี้ทีมของฟาริโอลีคือโปร์ตู ไม่ใช่อาแจ็กซ์ และก่อนเกมเขาประกาศว่าจะเพรสซิ่งหนักเพื่อลดเวลาและพื้นที่ของเซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่ง สิ่งสำคัญคือแนวทางที่ทั้งสองโค้ชเลือกใช้ในวันนี้ มากกว่าผลจากการพบกันครั้งก่อน

2. วิเคราะห์การจับคู่

ประเด็นสำคัญในช่วงต้นเกมคือพีเอสวีจะขึ้นบอลจากแดนตัวเองหนีการเพรสซิ่งของโปร์ตูได้อย่างไร ฟาริโอลีมองว่าเซ็นเตอร์แบ็กพีเอสวีเล่นได้ทั้งบอลสั้น บอลยาว และเปลี่ยนแกนไปริมเส้น แต่ก็ยืนยันว่าจะเพรสซิ่งอย่างหนัก หากโปร์ตูแย่งบอลได้ในแดนคู่แข่ง เบย์กาและโฟรโฮลด์ตก็จะวิ่งเข้าเขตโทษ ส่วนเปเปซึ่งทำไป 5 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้จะช่วยเชื่อมเกมรุก พีเอสวีเคยโดนตัดบอลจากการจ่ายขวางสนามระหว่างขึ้นเกมช่วงต้นนัดกับเอสซี ฮีเรนวีน และเปิดโอกาสให้คู่แข่งบุกขึ้นมา นั่นคือจังหวะที่แผนของโปร์ตูต้องการเล่นงาน

พีเอสวีก็มีวิธีรับมือ บอสซ์กล่าวว่าแม้เล่นเกมเยือน เขาจะยังใช้แนวทางเดิมเป็นหลัก แต่จะปรับบางอย่าง หากอีวาน เปริซิชและฟิลิป คอสติชต่อบอลกันทางฝั่งซ้าย และเอสมีร์ บายรักตาเรวิชพาบอลขึ้นทางขวา พวกเขาก็อาจผ่านแนวเพรสซิ่งด้านหน้าไปได้ จากนั้นผู้เล่นโปร์ตูที่เข้ามาเพรสต้องรีบกลับไปประจำตำแหน่ง นี่คือจังหวะที่ความเสี่ยงจากเกมกับเรอัล เบติสอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่พีเอสวีไม่มีเปปีและฟาน บอมเมลให้รับบอลในพื้นที่ว่างนั้น หากไมจ์แนนส์พักบอลยาวไว้ไม่ได้ เพื่อนร่วมทีมริมเส้นก็อาจขึ้นมาสนับสนุนไม่ทัน

เส้นทางทำประตูที่ชัดที่สุดของพีเอสวีอยู่ทางฝั่งขวา บายรักตาเรวิชเปิดบอลจากด้านขวาจนเพื่อนทำประตูได้ในเกมกับสปาร์ตา รอตเทอร์ดัมและเอสซี ฮีเรนวีน ส่วนทิลโหม่งปิดบัญชีจากลูกครอสริมเส้นในเกมกับทเวนเตและเอสซี ฮีเรนวีน เกมรุกแบบนี้จะโจมตีแนวรับฝั่งซ้ายของโปร์ตู ประตูตีเสมอของเรอัล เบติสก็มาจากริมเส้นฝั่งนั้น เมื่ออันโตนีจ่ายย้อนให้กูโช เอร์นันเดซยิง ฟาริโอลียังไม่เปิดเผยว่าใครจะได้ยืนแบ็กซ้าย ฟรานซิสโก มูราน่าจะได้ลงอีกครั้ง หรืออาจเป็นไซดูที่ยังไม่ได้ลงเล่นหลังหายเจ็บ

ฝั่งซ้ายเดียวกันอาจเป็นจุดเริ่มเกมรุกของโปร์ตูด้วย หากไซนซ์ทำให้เซร์จินโญ เดสต์ต้องถอยไปตั้งรับ เดสต์ก็จะเติมไปช่วยเกมรุกของบายรักตาเรวิชได้น้อยลง แต่หากเดสต์ดันสูง ไซนซ์ก็อาจวิ่งเข้าไปเล่นพื้นที่ด้านหลังของเขา การดวลนี้ไม่ได้มีแค่การเลี้ยงกินตัวของผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ระยะการเติมเกมของเดสต์จะส่งผลทั้งต่อจำนวนลูกครอสของพีเอสวีและโอกาสบุกทางซ้ายของโปร์ตู

ตรงกลางสนามต้องจับตาว่ามิดฟิลด์พีเอสวีจะตามเบย์กาอย่างไร ฤดูกาลนี้เบย์กาลงเล่น 10 นัด ยิง 5 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์ เขาเชื่อมเกมจากแดนกลางแล้วเติมเข้าเขตโทษเพื่อจบสกอร์ โกได ซาโนะและเมาโร จูเนียร์ต้องช่วยขึ้นเกมพร้อมกับรับมือการเติมของเบย์กา หากโปร์ตูแย่งบอลได้ใกล้บริเวณนั้น ทั้งคู่ก็มีเวลาน้อยในการกลับไปตั้งรับ ส่วนเมาโร จูเนียร์ยังเป็นอีกตัวแปร โดยจะตัดสินใจเรื่องการลงเล่นหลังการฝึกซ้อมก่อนเกมหนึ่งวัน

อีกฝั่งหนึ่ง ตำแหน่งที่ไมจ์แนนส์รับบอลเมื่อเจอกับเบดนาเร็กและกีวียอร์เป็นเรื่องสำคัญ หากเขาถอยลงมา เซ็นเตอร์แบ็กโปร์ตูต้องตัดสินใจว่าจะตามไปหรือคงตำแหน่งไว้ อย่างไรก็ตาม พีเอสวีมีผู้เล่นแนวรุกไม่มากพอที่จะวิ่งไปรับบอลที่ไมจ์แนนส์เชื่อมไปด้านหลังแนวรับ หากทิลลงเล่น พีเอสวีก็จะมีทั้งคนรับลูกครอสทางขวาและผู้เล่นที่วิ่งเข้ากลาง ช่วยลดข้อจำกัดนี้ได้บางส่วน หากทิลไม่ได้ลง ไมจ์แนนส์ก็ต้องรับภาระทั้งเชื่อมเกมและจบสกอร์มากขึ้น

เมื่อเกมผ่าน 1 ชั่วโมง ความแตกต่างของตัวสำรองอาจมีผลมากขึ้น ฟาริโอลีเคยเปลี่ยนผู้เล่นหลายคนในช่วงราวนาทีที่ 60 เมื่อทีมตามหลัง เพื่อเพิ่มความดุดันในเกมรุก หากซามูไม่ได้เป็นตัวจริง เขาก็ส่งลงมาได้ และเปียตูเชฟสกีก็เคยลงมายิงประตูในฐานะตัวสำรองเช่นกัน บอสซ์ก็เคยเปลี่ยนผู้เล่นหลายคนพร้อมกัน แต่ตอนนี้ไม่มีเปปีและฟาน บอมเมลให้เลือกใช้ แนวรับพีเอสวีเพิ่งเล่นครึ่งหลังด้วยผู้เล่น 10 คนในเกมกับเอดีโอ เดน ฮาก เรื่องนี้ยังไม่พอจะยืนยันว่าพวกเขาจะหมดแรงในครึ่งหลังวันนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าโปร์ตูมีตัวเลือกหลากหลายกว่าเมื่อต้องส่งแนวรุกลงมาในช่วงท้ายเกม

ลูกตั้งเตะเป็นอีกทางที่ทั้งสองทีมมีโอกาสทำประตูได้ แม้ช่วงนั้นคู่แข่งจะเป็นฝ่ายเล่นได้เหนือกว่า โปร์ตูมีเบย์กาซึ่งยิงฟรีคิกโดยตรงในเกมกับเรอัล เบติส และหากเบดนาเร็กกลับมา เขาก็จะช่วยแย่งบอลกลางอากาศในเขตโทษคู่แข่งร่วมกับกีวียอร์ได้ พีเอสวีใช้ลูกเตะมุมของเปริซิชและลูกกลางอากาศของอาร์มันโด โอบิสโปได้เช่นกัน มาเตย์ โควาร์ซึ่งเซฟหลายครั้งในเกมกับแอร์เบ ไลป์ซิกอาจหยุดโอกาสทำประตูของโปร์ตูได้ แต่จะสรุปว่าปัญหาเกมรับพีเอสวีหมดไปเพียงเพราะโควาร์ต้องเซฟซ้ำ ๆ ไม่ได้

3. บทสรุปและคำทำนาย

เราคาดว่าโปร์ตูจะชนะด้วยผลต่าง 2 ประตู จุดเริ่มต้นอยู่ที่ตัวผู้เล่นในเกมนี้ มากกว่าการชนะรวดในลีก หากโปร์ตูเพรสซิ่งตามแผน พีเอสวีต้องมีผู้เล่นแนวหน้าที่รับบอลและพักบอลไว้ได้ แต่พวกเขาขาดกองหน้าอาชีพทั้ง 3 คน ทำให้ไมจ์แนนส์มีแนวโน้มต้องรับหน้าที่นั้น แม้พีเอสวีจะผ่านการเพรสซิ่งไปได้ ก็ยังขาดเปปีและฟาน บอมเมลซึ่งเคยวิ่งทะลุแนวรับ ขณะที่โปร์ตูอาจได้เบดนาเร็กกลับมา ทำให้โรซาริโอขยับไปเล่นมิดฟิลด์ได้ และยังส่งซามูกับเปียตูเชฟสกีลงมาในครึ่งหลังได้

ตลาดให้น้ำหนักไปทางโปร์ตู โดยดูจากการเล่นในบ้าน การชนะรวดในลีก การแพ้เกมเยือนต่อเนื่องของพีเอสวี และปัญหาผู้เล่นขาดหาย ทิศทางที่เราเลือกตรงกับมุมมองนั้น แต่ต่างกันที่ผลต่างประตู การขาดผู้เล่นของพีเอสวีอยู่ในแนวรุกเป็นหลัก ส่วนโควาร์และแนวรับยังอยู่ครบ จึงยังไม่ควรยึดผลชนะขาดตั้งแต่ 3 ประตูขึ้นไปเป็นผลลัพธ์หลัก ขณะเดียวกัน ดูแค่สถิติผลการแข่งขันในตลาดก็ยังอธิบายไม่ได้ว่าผู้เล่นแนวรับพีเอสวีซึ่งเพิ่งเล่นด้วย 10 คนเมื่อ 3 วันก่อนจะรับมือกับตัวสำรองแนวรุกของโปร์ตูใน 30 นาทีสุดท้ายได้ดีแค่ไหน

เรามองว่าโปร์ตูจะขึ้นนำจากการแย่งบอลในแดนสูง ก่อนบวกประตูเพิ่มในครึ่งหลังเมื่อพีเอสวีต้องดันขึ้นไปเพื่อตีเสมอ หากทิลลงเล่นและจบสกอร์จากลูกครอสทางขวาได้ เราคาดสกอร์ 3-1 แต่ถ้าทิลไม่ได้ลงและเกมรุกทางนั้นถูกจำกัด คาดสกอร์ 2-0 แผนเพรสซิ่งของโปร์ตูมุ่งโจมตีจังหวะที่พีเอสวีเคยเสียบอลระหว่างขึ้นเกม ส่วนหลังผ่านการเพรสซิ่งไปได้ พีเอสวีก็มีตัวเลือกวิ่งทะลุแนวรับน้อยลง โปร์ตูยังส่งเปียตูเชฟสกีลงมาในครึ่งหลังได้ และหากซามูไม่ได้เป็นตัวจริงก็ยังใช้เขาเป็นตัวสำรองได้ อย่างไรก็ตาม หากแนวรับพีเอสวีหยุดเกมรุกของตัวสำรองเหล่านี้ได้ตลอด 30 นาทีสุดท้าย โปร์ตูอาจชนะโดยทำผลต่างได้ไม่ถึง 2 ประตูตามที่เราคาด

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง