ภาษา

วิเคราะห์ เฟเยนูร์ด พบ โกโม 1907 (14 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[26-27 UCL ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก] วิเคราะห์พรีวิวก่อนเกม เฟเยนูร์ด พบ โคโม 1907 เวลาแข่งขัน: 14 ตุลาคม เวลา 23:45 น. (เวลาประเทศไทย)

เฟเยนูร์ด และ โคโม 1907 เตรียมลงฟาดแข้งในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบลีก นัดที่ 2 ณ สนามเดอ ไคป์ ในเมืองร็อตเตอร์ดัม ในวันที่ 14 ตุลาคม เวลา 23:45 น. ตามเวลาประเทศไทย ฝั่งเฟเยนูร์ดที่แพ้มาขาดลอยในเกมนัดแรกต้องการแต้มแรกในบ้านเป็นอย่างยิ่ง ส่วนโคโม 1907 ที่คว้าชัยในเกมประเดิมเวทียุโรปได้สำเร็จก็หวังจะรักษาฟอร์มอันร้อนแรงไว้ในเกมนอกบ้านนัดแรก การพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทั้งสองทีมนี้ น่าจะตัดสินกันตรงที่โคโม 1907 จะเอาตัวรอดจากการบดบีบพื้นที่ของเฟเยนูร์ดได้ดีแค่ไหน

1. ภาพรวมของเกมและสถานการณ์ของทั้งสองทีม

เฟเยนูร์ดออกไปพ่ายบาร์เซโลนา 1-5 จนอยู่อันดับ 33 ของรอบลีก ณ วันที่ 13 ตุลาคม ขณะที่โคโม 1907 เปิดบ้านถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก 4-1 รั้งอันดับ 6 แม้การออกสตาร์ตจะสวนทางกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็ต้องดูผลงานในลีกในประเทศประกอบด้วย โดยซีซั่นนี้เฟเยนูร์ดนำเป็นจ่าฝูงเอเรดิวิซีหลังลงเล่นไป 8 นัด ชนะ 6 เสมอ 2 ยิงได้ 27 ประตูและเสีย 7 ประตู ส่วนโคโม 1907 อยู่อันดับ 6 ในเซเรีย อา หลังผ่านไป 6 นัดด้วยผลงานชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา เฟเยนูร์ดจบอันดับ 2 ในเอเรดิวิซี ขณะที่โคโม 1907 คว้าอันดับ 4 ในเซเรีย อา

ข้อมูลเปรียบเทียบ แชมเปียนส์ลีก นัดแรก: เฟเยนูร์ด ออกไปแพ้ บาร์เซโลนา 1-5 / โคโม 1907 เปิดบ้านชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 4-1 ลีกในประเทศฤดูกาลนี้: เฟเยนูร์ด ในเอเรดิวิซี 8 นัด ชนะ 6 เสมอ 2 / โคโม 1907 ในเซเรีย อา 6 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 ผลงานนัดล่าสุด: เฟเยนูร์ด เปิดบ้านชนะ อาแซด อัลค์มาร์ 2-0 / โคโม 1907 เปิดบ้านเสมอ อาแอส โรมา 0-0

หากดูแค่ผลงานช่วงหลังผิวเผินจะเห็นความต่างค่อนข้างชัด เพราะเฟเยนูร์ดคว้าชัยในลีก 3 นัดรวดหลังเกมพ่ายบาร์เซโลนา พร้อมถล่มไป 14 ประตูโดยไม่เสียคลีนชีตเลย ทว่าการเอาชนะ พีอีซี ซโวลล์ 7-0 และ เอฟซี อูเทร็คท์ 5-0 คงนำมาเทียบกับจำนวนประตูที่จะเกิดขึ้นในเกมพบโคโม 1907 ได้ยาก เกมที่เปิดบ้านชนะ อาแซด อัลค์มาร์ 2-0 ในรูปเกมที่ต้องครองบอลสู้กัน จึงเป็นตัวอย่างที่นำมาอ้างอิงได้ใกล้เคียงกว่า แม้เฟเยนูร์ดจะขึ้นนำได้จากการเพรสซิ่งช่วงต้นเกม แต่หลังจากนั้นทีมก็ต้องพึ่งพา เอร์นส์ต ที่เซฟจังหวะดวลเดี่ยว รวมถึง รีด ที่ช่วยบล็อกลูกยิงไว้ได้ ดังนั้นผลลัพธ์ที่เป็นคลีนชีตเพียงอย่างเดียว จึงไม่อาจบอกได้ว่าความเสี่ยงในเกมรับหมดไปแล้ว

ด้านโคโม 1907 หลังชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก พวกเขากลับยิงไม่ได้เลยตลอด 2 นัดหลังสุดในลีก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าโอกาสเข้าทำของทีมจะหมดไป ในเกมเยือนที่แพ้โฟรซิโนเน 0-2 พวกเขาสร้างโอกาสยิงได้ถึง 27 ครั้งและมีค่าความน่าจะเป็นในการได้ประตู (xG) สูงถึง 2.12 ขณะที่ในเกมเสมอ อาแอส โรมา 0-0 นิโก ปาซ ก็ยังสร้างจังหวะอันตรายได้ ปัญหาอยู่ที่จังหวะการเสียประตูให้คู่แข่ง โดยโฟรซิโนเนใช้การเพรสซิ่งใส่ มิยา และ ดา กุนญา จนทำลายการขึ้นเกมของโคโม 1907 ได้สำเร็จ แถมยังตัดบอลจากลูกเตะมุมของโคโม 1907 แล้วสวนกลับเร็วเป็นประตูตอกย้ำชัยชนะ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องพิจารณาเรื่องการเล่นเกมรับหลังจากเสียการครองบอลควบคู่ไปกับฟอร์มฝืดช่วงหลัง

ทั้งสองทีมออกสตาร์ตฤดูกาลนี้จากจุดที่แตกต่างกัน เฟเยนูร์ดที่ได้ บรอนคฮอร์สต์ กลับมากุมบังเหียน มีการปรับผู้เล่นใหม่ทั้งในตำแหน่งผู้รักษาประตู แดนกลาง และกองหน้าตัวเป้า แต่ประสิทธิภาพการทำประตูในลีกกลับเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามกับโคโม 1907 ของ ฟาเบรกัส ที่ยังคงรักษาโครงสร้างหลักและแนวรุกแถวสองจากชุดที่พาทีมจบอันดับ 4 เซเรีย อา เมื่อซีซั่นก่อนไว้ได้ การที่แนวรุกชุดใหม่ของเฟเยนูร์ดจะยืนระยะรับมือคู่แข่งระดับหินได้ดีแค่ไหน จึงยังไม่อาจตัดสินได้จากเกมเยือนบาร์เซโลนาเพียงนัดเดียว ขณะที่โคโม 1907 เองก็จำเป็นต้องเค้นฟอร์มเกมรุกอันยอดเยี่ยมแบบนัดเจอไลป์ซิกออกมาให้ได้ในเกมนอกบ้านนัดแรกบนเวทียุโรป

บรอนคฮอร์สต์ ออกมาระบุชัดเจนว่าเกมนี้ต้องชนะให้ได้สถานเดียว และจากการที่ยังไม่มีแต้มในเกมยุโรป จึงไม่มีสัญญาณว่าจะพักผู้เล่นตัวหลัก วาตานาเบะ ที่พลาดเกมพบ อาแซด อัลค์มาร์ ก็ฟิตกลับมาพร้อมลงสนามแล้ว ทว่าตำแหน่งแบ็กซ้ายที่ขาดทั้ง สมาล และ บอส ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามจนกว่าจะประกาศรายชื่อ ว่าจะใช้ ฆาบี โลเปซ ต่อไป หรือจะโยก มาร์โมล ไปยืนแทน นอกจากนี้ นิวคูป และ เบเลน ก็ยังชวดลงสนาม ทำให้ทางเลือกในการปรับแผงหลังระหว่างเกมมีค่อนข้างจำกัด

สำหรับโคโม 1907 มอยส์ คีน มีอาการบาดเจ็บ ทำให้คาดว่า ดูวิคาส จะได้รับหน้าที่ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า คีนเพิ่งลงเล่นไป 4 นัด รวม 158 นาทีในฤดูกาลนี้ ความเสียหายจึงอยู่ที่การขาดตัวเลือกบนม้านั่งสำรองมากกว่าการเปลี่ยนตัวจริงในแดนหน้า เพราะหากตกเป็นฝ่ายตามหลัง พวกเขาจะไม่มีศูนย์หน้าธรรมชาติคอยเปลี่ยนลงไปแทนดูวิคาสได้เลย อีกทั้ง กาเกอเรต์ ก็ไม่ได้ลงทะเบียนในแชมเปียนส์ลีก ทำให้ไม่สามารถใช้งานแผนตัวจริงเหมือนในเกมเจอโรมาที่ส่งเขาลงเล่นแทน บาตูรินา ได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ ดิเยา, นิโก ปาซ และ บาตูรินา จะลงประสานงานคอยสนับสนุนดูวิคาส

ทั้งสองสโมสรไม่เคยพบกันมาก่อนในเกมทางการ แม้สถิติการเล่นในบ้านของเฟเยนูร์ดยามรับมือทีมจากอิตาลีจะทำได้ดีด้วยการชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 1 จาก 8 นัด แต่นั่นเกิดขึ้นในยุคของกุนซือและผู้เล่นคนละชุด จึงนำมาใช้อ้างอิงแท็กติกในปัจจุบันได้ยาก ขณะที่โคโม 1907 นี่ถือเป็นเกมนอกบ้านนัดแรกในฟุตบอลถ้วยยุโรปของพวกเขา อีกทั้งเฟเยนูร์ดยังมีเวลาพักฟื้นร่างกายมากกว่าโคโม 1907 ถึง 17 ชั่วโมง 45 นาที นับจากเกมนัดล่าสุด แม้ทั้งสองทีมจะมีโปรแกรมเตะต่อเนื่องรออยู่ แต่คาดว่าจะจัดชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน และในช่วงเวลาคิกออฟที่ร็อตเตอร์ดัม สภาพอากาศก็ไม่มีรายงานเรื่องฝนตกหรือลมกระโชกแรงแต่อย่างใด

2. วิเคราะห์การประกบคู่และแท็กติก

หัวใจสำคัญในช่วงต้นเกมคือการจ่ายบอลจังหวะแรกจากคู่เซนเตอร์แบ็กของโคโม 1907 หากเฟเยนูร์ดส่ง เฟร์รี เข้าไปกดดันเซนเตอร์แบ็ก และให้ เซฮีล กับ ตาร์กัลลีน รุมบีบ มิยา และ ดา กุนญา ก็อาจทำให้โคโม 1907 เสียบอลในแดนกลางได้ง่าย เฟเยนูร์ดเป็นทีมที่เมื่อแย่งบอลกลับมาได้แล้วจะดัน เฟร์รี, ฮัดจ์ มูซา และ วาเลนเต้ ขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่โคโม 1907 เคยโดนเล่นงานจากการโดนบีบกลางสนามและโดนสวนกลับในเกมพบโฟรซิโนเน

อย่างไรก็ดี แผนการยืนตำแหน่งพื้นฐานของเฟเยนูร์ดเพียงอย่างเดียว อาจไม่ทำให้รูปเกมออกมาซ้ำรอยนัดเจอโฟรซิโนเนเสมอไป เพราะในเกมนั้น โฟรซิโนเนส่งคนตามประกบ นิโก ปาซ ติดตัวตลอด หากเฟเยนูร์ดมอบหมายหน้าที่นั้นให้ ฟาน เฮาเตน แดนกลางหน้าแผงหลังก็อาจจะเปิดว่าง แต่ถ้าปล่อยไว้ นิโก ปาซ ก็จะมีพื้นที่พลิกบอลไปข้างหน้าได้สะดวก นอกจากนี้ การดันสูงของเซฮีลและตาร์กัลลีนในการเข้าบดมิยาและดากุนญา ก็จะมีผลต่อภาระของฟานเฮาเตนด้วย กุญแจสำคัญจึงอยู่ที่ว่าเฟเยนูร์ดจะตัดบอลจากการเพรสซิ่ง พร้อมกับจำกัดเวลาในการจ่ายบอลไปถึงนิโก ปาซ ได้ดีแค่ไหน

โคโม 1907 เองก็มีช่องทางในการแก้เพรสซิ่งเช่นกัน ในเกมพบ แอร์เบ ไลป์ซิก พวกเขาต่อบอลสั้นจากแดนหลังก่อนที่ บาตูรินา จะแทงบอลทะลุช่องให้ ดูวิคาส วิ่งสอดเข้าไปทำประตู และเมื่อไลป์ซิกเติมเกมรุกขึ้นมามากเกินไป ก็เปิดโอกาสให้ทีมสวนกลับผ่าน นิโก ปาซ และ ดิเยา หากเฟเยนูร์ดไม่สามารถแย่งบอลได้ตั้งแต่แดนบน ในจังหวะที่กองกลางและฟูลแบ็กกำลังวิ่งถอยกลับตำแหน่ง นิโก ปาซ ก็พร้อมจ่ายบอลให้ดูวิคาสวิ่งโจมตีพื้นที่ว่างหลังแนวรับทันที เหมือนในเกมพบ บาร์เซโลนา ที่เฟเยนูร์ดดันสูงเพื่อทวงประตูคืนในนาทีที่ 57 แต่กลับป้องกันลูกจ่ายทะลุช่องระหว่างคู่เซนเตอร์ไม่ได้จนต้องเสียประตูที่สาม

แต่เราก็ไม่อาจนำชัยชนะเหนือไลป์ซิก 4-1 มาคาดหวังกับเกมนี้ได้ทั้งหมด เพราะในวันนั้นไลป์ซิกใช้ผู้เล่นหน้าใหม่ถึง 8 คน และโคโม 1907 ก็จบสกอร์ได้อย่างเฉียบคม ยิงตรงกรอบ 6 ครั้งได้ถึง 4 ประตู แม้จังหวะเอาตัวรอดจากการเพรสซิ่งจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโคโม 1907 แต่ก็ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าจะรักษาความเฉียบคมระดับเดิมได้ตลอด และการเพรสซิ่งของเฟเยนูร์ดก็อาจไม่เหมือนกับโฟรซิโนเนเสียทีเดียว สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่าเฟเยนูร์ดจะนำรูปแบบที่สร้างปัญหาให้คู่แข่งมาปรับใช้ในสนามจริงได้มากน้อยเพียงใด

ในส่วนของริมเส้น เกมรุกฝั่งขวาของเฟเยนูร์ดจะเป็นบททดสอบเกมรับฝั่งซ้ายของโคโม 1907 อย่างหนัก โดย รีด จะเติมเกมขึ้นไปครอสบอลเลียด และ ฮัดจ์ มูซา จะตัดจากขวาเข้าในเพื่อหาจังหวะยิง หากโคโม 1907 ส่ง บาเย ลงเล่นแบ็กซ้ายและดันขึ้นไปช่วยเกมรุก พื้นที่ตรงนั้นจะเปิดว่างให้ฮัดจ์ มูซา และรีดโจมตีได้ทันที ช่วงเวลาที่ บาตูรินา ลงมาช่วยซ้อนเกมรับจึงมีความสำคัญมาก ในทางกลับกัน หากโคโม 1907 เลือกใช้ ไคกี ลงเป็นตัวจริง ทั้งโครงสร้างเกมรับและการเติมเกมรุกทางกราบซ้ายก็จะเปลี่ยนไป ส่วนทางกราบขวาของโคโม 1907 ดิเยา มีความสามารถในการดวลตัวต่อตัวกับแบ็กซ้ายของเฟเยนูร์ด ดังนั้นการตัดสินใจเลือกผู้เล่นตำแหน่งแบ็กซ้ายของ บรอนคฮอร์สต์ จะส่งผลกระทบต่อเกมรุกของทั้งสองฝั่งอย่างมีนัยสำคัญ

หลังจากมีประตูแรกเกิดขึ้น ไพ่บนม้านั่งสำรองของทั้งสองกุนซือก็มีความแตกต่างกัน โคโม 1907 เคยส่ง เคมพฟ์ ลงมาขันแนวรับเป็นหลังสามหรือ 5-4-1 เพื่อรักษาสกอร์นำมาแล้ว หากเฟเยนูร์ดเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน โคโม 1907 อาจต้องดันฟูลแบ็กขึ้นสูงขึ้น แต่ด้วยการที่ไม่มีคีน ทำให้การเปลี่ยนกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติลงมาทำได้ยาก ในทางกลับกัน การส่ง เดียร์รา ลงมาวิ่งทะลุช่องหลังแนวรับคู่แข่ง จะกลายเป็นอาวุธเสริมชั้นดีของเฟเยนูร์ด แต่หากเฟเยนูร์ดเป็นฝ่ายตามหลัง พวกเขายังมีลุ้นทวงคืนจากลูกตั้งเตะและการเปลี่ยนตัวในแดนหน้า แม้จะต้องแบกรับความเสี่ยงจากการโดนโคโม 1907 สวนกลับ ในสภาพที่ตัวสำรองในแนวรับมีจำกัดก็ตาม

การเปลี่ยนแปลงของรูปเกมตามช่วงเวลาก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตา ในเกมพบ อาแซด อัลค์มาร์ เฟเยนูร์ดโหมบดอย่างหนักในช่วง 35 นาทีแรก แต่หลังจากนั้นต้องตกเป็นฝ่ายต้านทานการบุกของคู่แข่ง ส่วนโคโม 1907 ในเกมเจอไลป์ซิก หลังจากเอาตัวรอดจากการเพรสซิ่งช่วงแรกมาได้ พวกเขาก็ครองบอลและสร้างโอกาสยิงได้มากขึ้นในครึ่งหลัง ดังนั้นคำถามคือเจ้าบ้านจะสามารถชิงความได้เปรียบในช่วงต้นเกม พร้อมกับตัดการจ่ายบอลของมิยาและดากุนญาอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ หากโคโม 1907 เอาตัวรอดโดยไม่เสียประตูในช่วงแรก บอลที่ส่งไปถึงนิโก ปาซ บ่อยขึ้นจะส่งผลต่อรูปเกมอย่างมาก อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่มีอยู่อาจยังไม่มากพอที่จะฟันธงได้ว่าความเข้มข้นในการบดบีบจะตกลงไปในช่วงเวลาใดอย่างแน่นอน

3. บทสรุปและการคาดการณ์

มองว่ามีโอกาสสูงที่เจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายคว้าชัย โดยเฟเยนูร์ดน่าจะใช้การเพรสซิ่งช่วงต้นเกมทำประตูขึ้นนำ และบวกประตูเพิ่มได้ในจังหวะที่โคโม 1907 ต้องดันสูงเพื่อทวงประตูคืน สกอร์ที่คาดคือ 3-1 หรือ 2-1 หากลูกแรกมาเร็วและบีบให้โคโม 1907 ต้องเปิดหน้าแลกอยู่นาน เฟเยนูร์ดก็มีลุ้นยิงถึง 3 ประตู แต่โคโม 1907 ก็ยังมีทีเด็ดจากการจ่ายบอลของนิโก ปาซ และเกมริมเส้นของดิเยาที่จะเจาะตาข่ายคืนได้สัก 1 ประตู จึงไม่คิดว่าเฟเยนูร์ดจะเก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

การคาดการณ์นี้อ้างอิงจากแท็กติกและขุมกำลังของทั้งคู่เป็นหลัก เมื่อโคโม 1907 ใช้แนวรุกชุดเดียวกันนี้ลงเล่นกับโฟรซิโนเนแล้วโดนบดในแดนกลาง พวกเขาเจอปัญหาใหญ่ในการหยุดเกมรุกคู่แข่งหลังเสียบอล ซึ่งเฟเยนูร์ดมีทั้ง เฟร์รี, ฮัดจ์ มูซา และ วาเลนเต้ ที่พร้อมสปีดขึ้นหน้าทันที อีกทั้ง บรอนคฮอร์สต์ ยังพร้อมส่ง เดียร์รา ลงมาโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลัง และแม้โคโม 1907 จะปรับหมากเน้นเกมรับได้ดีหากขึ้นนำ แต่ถ้าตกเป็นฝ่ายตามหลัง การขาดหายไปของคีนทำให้พวกเขาไม่มีตัวเลือกในการปรับเปลี่ยนแดนหน้า

ในตลาดมองว่าทีมเยือนดูเหลื่อมกว่าเล็กน้อย โดยอ้างอิงจากชัยชนะขาดลอยของโคโม 1907 เหนือไลป์ซิก ความพ่ายแพ้ยับเยินของเฟเยนูร์ดต่อบาร์เซโลนา รวมถึงผลงานในลีกเมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งข้อเท็จจริงเรื่องโครงสร้างที่ลงตัวของโคโม 1907 และการที่ขุมกำลังใหม่ของเฟเยนูร์ดยังไม่ผ่านการทดสอบกับทีมแกร่งยังคงมีน้ำหนัก ทว่าผลลัพธ์จากนัดแรกเกิดขึ้นต่างสถานที่และต่างคู่แข่งกัน โดยเฉพาะการที่เกมเพรสซิ่งแล้วโต้กลับเร็วของเฟเยนูร์ดดันไปตรงกับจุดอ่อนในการเสียประตูช่วงหลังของโคโม 1907 พอดี เราจึงให้น้ำหนักกับโอกาสเก็บชัยชนะของเจ้าบ้านมากกว่า ทัศนะนี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่าเฟเยนูร์ดจะต้องแย่งบอลจากมิยาและดากุนญาในช่วงต้นเกมเพื่อเปลี่ยนเป็นโอกาสลุ้นประตูให้ได้ แต่หากโคโม 1907 เอาตัวรอดจากการเพรสซิ่งได้ต่อเนื่อง ส่งบอลถึงนิโก ปาซ จนชิงขึ้นนำได้ก่อน พวกเขาก็มีศักยภาพพอที่จะปรับแผนขันเกมรับเพื่อบุกมาคว้าชัยชนะในเกมเยือนได้เช่นกัน

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง