[พรีวิววิเคราะห์ 26-27 UCL ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก] กาลาทาซาไรสปอร์คูลือบือ พบ บาร์เซโลนา คิกออฟ: 14 ตุลาคม เวลา 02:00 น. (เวลาประเทศไทย)
กาลาทาซาไรสปอร์คูลือบือและบาร์เซโลนามีคิวลงเตะศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบลีก นัดที่ 2 ที่สนามแรมส์ พาร์ค ในอิสตันบูล วันที่ 14 ตุลาคม เวลา 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย กาลาทาซาไรต้องการแต้มหลังจากแพ้มาในเกมแรก ส่วนบาร์เซโลนาก็หวังจะเดินหน้าเก็บชัยชนะรวดทุกรายการในฤดูกาลนี้ต่อไป การเพรสซิ่งช่วงต้นเกมของเจ้าถิ่นและการขึ้นเกมริมเส้นของทีมเยือนน่าจะเป็นจุดชี้ชะตาทิศทางของเกมนี้
1. ภาพรวมการแข่งขันและสถานการณ์ของทั้งสองทีม
กาลาทาซาไรบุกไปพ่ายสปอร์ติง 1-3 ในเกมนัดแรกของแชมเปียนส์ลีก ขณะที่บาร์เซโลนาเปิดบ้านถล่มเฟเยนูร์ด 5-1 บนตารางคะแนนจากศูนย์ข้อมูลเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม กาลาทาซาไรอยู่อันดับ 30 โดยยังไม่มีแต้ม ส่วนบาร์เซโลนามี 3 แต้มอยู่อันดับ 3 โอกัน บูรุก กุนซือของทีมย้ำว่าทุกคะแนนมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับกาลาทาซาไร พร้อมยกตัวอย่างเกมเหย้ากับลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งตอนนั้นกาลาทาซาไรได้จุดโทษจากจังหวะสวนกลับและได้ อูกูรจัน จักกึ ช่วยเซฟจนเอาชนะมาได้ 1-0 จึงเห็นได้ชัดว่าทำไมบูรุกถึงตั้งเป้าจะเก็บแต้มในบ้านให้ได้อีกครั้งในการเจอกับทีมแกร่ง
สถิติรวมในลีกและการลงเล่นทุกรายการอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นถึงความต่างของทั้งสองทีมอย่างชัดเจน กาลาทาซาไรนำเป็นจ่าฝูงซูเปอร์ลีกหลังผ่านไป 7 นัด มี 16 แต้ม แต่หากนับเกมทางการ 8 นัดในฤดูกาลนี้ พวกเขายิงได้ 17 ประตูและเสียไปถึง 14 ประตู ด้านบาร์เซโลนาคว้าชัย 8 นัดรวดตั้งแต่เปิดฤดูกาลลาลีกา เมื่อบวกกับชัยชนะในแชมเปียนส์ลีก ทำให้พวกเขาชนะรวด 9 นัด ยิงได้ 39 ประตู และเสียเพียง 8 ประตูเท่านั้น ทั้งนี้ ชัยชนะนอกบ้าน 4 นัดของบาร์เซโลนาในซีซั่นนี้เกิดขึ้นในสเปนทั้งหมด เกมที่อิสตันบูลจึงนับเป็นเกมนอกบ้านนัดแรกในฟุตบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลนี้ของพวกเขา
ผลงานรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ ผลงาน: กาลาทาซาไร ลงเล่น 8 นัด ชนะ 5 เสมอ 1 แพ้ 2 / บาร์เซโลนา ลงเล่น 9 นัด ชนะ 9 ประตูได้เสีย: กาลาทาซาไร ยิงได้ 17 เสีย 14 ประตู / บาร์เซโลนา ยิงได้ 39 เสีย 8 ประตู แชมเปียนส์ลีก นัดแรก: กาลาทาซาไร บุกแพ้สปอร์ติง 1-3 / บาร์เซโลนา เปิดบ้านชนะเฟเยนูร์ด 5-1
ฟอร์มช่วงหลังของกาลาทาซาไรได้รับผลกระทบจากทั้งอาการบาดเจ็บของ วิกเตอร์ โอซิมเฮน และโปรแกรมเตะนอกบ้าน ในช่วง 3 นัดที่ขาดโอซิมเฮน กาลาทาซาไรทำสถิติชนะ 1 แพ้ 2 และยิงเองได้เพียงลูกเดียว แต่เนื่องจาก 2 ใน 3 นัดนั้นเป็นเกมเยือนสปอร์ติงและแทรบซอนสปอร์ จึงไม่อาจชี้ชัดได้ว่าผลการแข่งขันที่ออกมาเป็นเพราะการขาดโอซิมเฮนเพียงอย่างเดียว ทว่าในเกมกับสปอร์ติง พวกเขามีโอกาสสับไกในกรอบเขตโทษถึง 8 ครั้ง แต่ได้ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองเท่านั้น การขาดโอซิมเฮนที่คอยแย่งบอลโด่งแดนหน้าและจบสกอร์จึงเป็นจุดที่น่าเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
โอซิมเฮนถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 77 ของเกมกับคาซิมปาซา และทำแอสซิสต์ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในเกมนั้นกาลาทาซาไรต้องเหลือผู้เล่น 10 คนจากการที่ ลูคัส ตอร์เรย์รา โดนใบแดงในนาทีที่ 65 แต่ลูกเปิดจากฝั่งซ้ายของอิสมาอิล ยาค็อบส์ ในช่วงท้ายเกมบวกกับเกมรุกของตัวสำรองก็ช่วยให้ทีมคว้าชัย 3-1 ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าโอซิมเฮนจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงหรือได้ลงเล่นกี่นาทีในเกมพบกับบาร์เซโลนา โดยสำนักข่าวซาบาห์รายงานเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า บูรุกกำลังพิจารณาจำกัดเวลาลงสนามของโอซิมเฮนที่เพิ่งหายเจ็บกลับมา
ฝั่งบาร์เซโลนาจะไม่มี ราฟินญา ซึ่งฤดูกาลนี้กดไปแล้ว 14 ประตู 3 แอสซิสต์จากการลงเล่น 8 นัด โดยเขารับบทบาททั้งตัวจบสกอร์และหัวหอกในการเพรสซิ่งแดนหน้า ฮันซี ฟลิค ยืนยันว่าราฟินญาไม่พร้อมลงเล่นทั้งในเกมกับเคตาเฟและกาลาทาซาไร ถึงอย่างนั้นในเกมกับเคตาเฟที่ไม่มีราฟินญา บาร์เซโลนาก็ยังเอาชนะไปได้ 3-0 โดยได้ประตูจากการกระชากไปยิงของแอนโทนี กอร์ดอน, การเพรสซิ่งสูงของกาเบรียล เชซุส และลูกเปิดของ ลามีน ยามาล อย่างไรก็ตาม เคตาเฟจัดแผงหลัง 5 คนเน้นตั้งรับลึกและมาเสียประตูจากลูกแฉลบตั้งแต่ 2 นาทีแรก นี่จึงจะเป็นครั้งแรกที่บาร์เซโลนาต้องเจอกับคู่แข่งที่พร้อมเดินหน้าเพรสซิ่งใส่อย่างดุดันโดยไม่มีราฟินญาอยู่ในสนาม
เกมรับก็มีการปรับเปลี่ยนจากปัญหาผู้เล่นขาดหายเช่นกัน กาลาทาซาไรจะไม่มี วิลฟรีด ซิงโก ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังฝั่งขวา และยังต้องลุ้นความพร้อมของโรลันด์ ซัลไล ทำให้บารึช อัลแปร์ ยึลมัซ ซึ่งยืนแบ็กขวาจำเป็นในเกมล่าสุด มีโอกาสต้องลงทำหน้าที่ตรงนั้นอีกครั้ง ส่วนบาร์เซโลนาไม่มีชื่อของ อันเดรียส คริสเตนเซน ในทริปเยือนนี้ ทำให้ต้องปรับคู่เซนเตอร์แบ็ก ซึ่งการปรับทัพตรงนี้จะต้องเจอบททดสอบในการรับมือลูกตั้งเตะของกาลาทาซาไร
ผลงานที่แรมส์ พาร์ค ยังเป็นจุดที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กาลาทาซาไร โดยพวกเขาไม่แพ้ใครในบ้านมา 9 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ (ชนะ 7 เสมอ 2) และซีซั่นก่อนก็เคยเปิดบ้านเชือดลิเวอร์พูล 1-0 ได้ถึงสองครั้ง ทว่าในเกมสโมสรยุโรป 11 นัดหลังสุดในบ้าน พวกเขากลับเสียไปถึง 14 ประตู ความได้เปรียบในถิ่นจึงไม่ได้การันตีว่าจะหยุดการเสียประตูได้ สำหรับสถิติการพบกันในเวทียุโรป บาร์เซโลนาเหนือกว่าด้วยผลงานชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 1 แต่การดวลกันครั้งล่าสุดต้องย้อนไปถึงยูโรปาลีกปี 2022 ซึ่งทั้งกุนซือและขุมกำลังเปลี่ยนไปจากตอนนั้นมาก จึงนำมาใช้อ้างอิงความได้เปรียบทางแท็กติกในปัจจุบันได้ยาก
เรื่องโปรแกรมเตะอาจส่งผลต่อการบริหารทีมในช่วงครึ่งหลัง กาลาทาซาไรลงเล่นกับคาซิมปาซาเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่บาร์เซโลนาลงเตะกับเคตาเฟในวันที่ 10 ตุลาคมแล้วจึงเดินทางมาอิสตันบูล แถมยังมีคิวต้องไปเยือนเรอัล เบติส และปารีส แซงต์-แชร์กแมง รออยู่ ฟลิคจึงอาจต้องบริหารเวลาลงสนามของตัวจริงในช่วงครึ่งหลัง ในทางกลับกัน กาลาทาซาไรก็มีตัวเลือกบนม้านั่งสำรองลดลงเนื่องจากมีนักเตะบางรายที่ไม่ได้ลงทะเบียนในรายชื่อของยูฟ่า
2. วิเคราะห์การประกบคู่และแท็กติก
โอกาสที่กาลาทาซาไรจะชิงความได้เปรียบอยู่ในช่วงต้นเกม ในเกมเยือนสปอร์ติง กาลาทาซาไรดันขึ้นไปเพรสซิ่งสูงถึงแดนคู่แข่งในช่วง 20-25 นาทีแรก และได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะชุลมุนหลังลูกทุ่มไกล ด้านบาร์เซโลนาเองก็เคยเสียประตูจากการเสียบอลในแดนตัวเองมาแล้วในฤดูกาลนี้ อย่างในเกมกับเซบียาก็เคลียร์บอลไม่ขาดจากลูกทุ่มริมเส้นจนเสียการครองบอล หากกาลาทาซาไรใช้ กาเบรียล ซารา และ มาริโอ เลมินา คอยตัดเส้นทางการจ่ายบอลไปที่โรดรี พร้อมทั้งดันแดนหน้าขึ้นไปกดดันเซนเตอร์แบ็กไม่ให้เล่นบอลง่าย ก็อาจสร้างโอกาสลุ้นยิงหรือเรียกฟาวล์เพื่อเล่นลูกตั้งเตะได้
แต่หากเพรสซิ่งไม่จน ความเสี่ยงก็สูงมากเช่นกัน ในเกมพบสปอร์ติง เอดูอาร์โด กวาเรสมา เซนเตอร์แบ็กคู่แข่ง พาบอลขึ้นหน้าในนาทีที่ 27 เพื่อดึงให้กาลาทาซาไรขยับขึ้นมาบีบ ก่อนจะถ่ายออกริมเส้นจนนำไปสู่ประตูตีเสมอ บาร์เซโลนามีโรดรีที่คอยถอยลงมาช่วยต่อบอลใกล้แผงหลัง และมีเปดริคอยเชื่อมเกมในแดนกลาง หากทั้งสองคนเอาตัวรอดจากการเพรสซิ่งได้ แนวรุกบาร์เซโลนาก็จะมีพื้นที่ว่างรับบอลด้านหลังแนวผู้เล่นที่ดันสูงของกาลาทาซาไร เซบียาเคยพยายามป่วนการบิลด์อัพของบาร์เซโลนาในครึ่งแรก แต่พอครึ่งหลังแรงเริ่มตก เปดริก็เริ่มเก็บบอลได้มากขึ้นจนบาร์เซโลนาเอาชนะไปได้ 3-1 กาลาทาซาไรจึงไม่สามารถพึ่งพาแค่การเพรสซิ่งช่วงต้นเกมเพื่อประคองไปตลอดทั้ง 90 นาทีได้
จุดปะทะที่น่าจับตาที่สุดจะเกิดขึ้นทางฝั่งขวาของกาลาทาซาไร เมื่อซิงโกพลาดลงสนามและยังต้องลุ้นความฟิตของซัลไล หากยึลมัซต้องถอยมายืนแบ็กขวา เขาจะต้องดวลกับกอร์ดอนและชูเอา กังเซโล ซึ่งกอร์ดอนเพิ่งโชว์ฟอร์มเลี้ยงผ่านแนวรับไปยิงประตูขึ้นนำในเกมกับเคตาเฟ หากยึลมัซต้องพะวงกับเกมรับ กาลาทาซาไรก็จะเสียตัวรุกในจังหวะสวนกลับไปหนึ่งคน โดยในเกมที่ชนะลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลก่อน ยึลมัซก็เป็นคนเรียกจุดโทษตัดสินเกม แต่ในทางกลับกัน หากยึลมัซเติมเกมรุกแล้วทีมเสียบอล กอร์ดอนก็พร้อมจะโจมตีพื้นที่ตรงนั้นทันที ซึ่งบูรุกเองก็เปรยไว้ว่าบทบาทของยึลมัซในเกมนี้จะต่างจากนัดที่พบคาซิมปาซา
ทางฝั่งซ้ายของกาลาทาซาไร จะเป็นการดวลกันระหว่างการเติมเกมของยาค็อบส์กับเกมรุกของยามาล ยาค็อบส์เป็นจุดเริ่มต้นของประตูชัยในเกมกับคาซิมปาซาจากการเปิดบอลเรียดทางกราบซ้ายช่วงท้ายเกม และยังเป็นคนทุ่มไกลจนนำไปสู่ประตูในเกมกับสปอร์ติงด้วย ทว่าหากยาค็อบส์เติมขึ้นไปเปิดบอลแล้วทีมเสียบอล ยามาลก็พร้อมจะโจมตีพื้นที่ว่างด้านหลังทันที ยามาลเพิ่งทำไป 2 ประตูในเกมพบเซบียาจากทั้งลูกเปิดและการจ่ายบอลทะลุช่อง หากกาลาทาซาไรเลือกที่จะจำกัดการเติมเกมของยาค็อบส์ อาวุธในเกมรุกที่เคยได้ผลในนัดก่อนก็ย่อมจะลดประสิทธิภาพลงไปด้วย
การขาดหายไปของราฟินญาเปิดช่องให้กาลาทาซาไรมีโอกาสตอบโต้ แม้เชซุสจะแสดงให้เห็นถึงความขยันในการไล่บีบแดนหน้าด้วยการตัดบอลจากกองหลังจนทำประตูได้ในเกมกับเคตาเฟ แต่นั่นก็เป็นเพียงนัดเดียวที่ลงเล่นโดยไม่มีราฟินญา จึงยังไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ว่าบาร์เซโลนาจะยังรักษาประสิทธิภาพในเกมรุกได้เหมือนเดิมหรือไม่เมื่อต้องเจอกับการเพรสซิ่งหนักตั้งแต่ต้นเกมของกาลาทาซาไร ขณะที่แผงหลังซึ่งไร้คริสเตนเซนก็ต้องเจองานหนักอีกแบบ กาลาทาซาไรได้ประตูจากลูกโหม่งของอับดุลเคริม บาร์ดากจี จากฟรีคิกของอเล็กเซ บาตราคอฟ ในเกมกับคาซิมปาซา และยิงใส่สปอร์ติงได้จากลูกตั้งเตะเช่นกัน ส่วนบาร์เซโลนาก็เพิ่งเสียประตูจากลูกเปิดริมเส้นเข้ามาโหม่งในเกมกับเซบียา หากกาลาทาซาไรดันขึ้นไปเรียกฟรีคิกหรือเตะมุมในแดนคู่แข่งได้ ลูกกลางอากาศก็น่าจะเป็นโอกาสทองในการลุ้นประตู
ทิศทางของเกมจะเปลี่ยนไปตามทีมที่ได้ประตูแรก หากบาร์เซโลนาออกนำก่อน กาลาทาซาไรที่ต้องการแต้มจะต้องเติมผู้เล่นในเกมรุกมากขึ้น และหากฟูลแบ็กเติมเกมแล้วเสียบอล บาร์เซโลนาก็พร้อมลงโทษด้วยความเร็วของยามาลและกอร์ดอน กาลาทาซาไรเคยเสียประตูติดๆ กันในเวลาสั้นๆ มาแล้วหลังจากโดนนำไปก่อนในเกมเยือนแทรบซอนสปอร์และสปอร์ติง อย่างไรก็ตาม ในเกมที่บาร์เซโลนานำห่างแล้วเริ่มถอดตัวหลักออก พวกเขาก็มีจังหวะเสียประตูให้เห็น หากกาลาทาซาไรส่งโอซิมเฮนลงมาในช่วงเวลานั้น ลูกเปิดและบอลโด่งก็อาจช่วยให้ทีมมีลุ้นทวงประตูคืนได้
แต่หากกาลาทาซาไรเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน บูรุกอาจเลือกถอยร่นลงไปตั้งรับลึกแล้วรอสวนกลับเหมือนในเกมกับลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เมื่อถึงจุดนั้น สิ่งสำคัญคือโอซิมเฮนจะเก็บบอลยาวในแดนหน้าได้หรือไม่ และยึลมัซจะสลัดจากตำแหน่งเกมรับขึ้นมาช่วยโต้กลับได้หรือเปล่า หากทั้งสองคนเก็บบอลไม่ได้ ภาระในเกมรับของกาลาทาซาไรจะหนักหนาสาหัสจากการที่บาร์เซโลนาเดินหน้าครองบอลบุกต่อเนื่อง แม้บาร์เซโลนาจะมีทั้งยามาลและกอร์ดอนที่เจาะแนวรับลึกได้ แต่แนวรุกชุดที่ไม่มีราฟินญาก็ยังไม่เคยเจอบททดสอบที่ต้องเร่งทำประตูทวงคืนจากการโดนนำไปก่อนในฤดูกาลนี้
3. บทสรุปและการคาดการณ์
เราคาดว่าบาร์เซโลนาจะบุกมาคว้าชัยชนะได้ โดยสกอร์ที่น่าจะเป็นไปได้คือ 1-3 หรือ 2-3 (อิงฝั่งเจ้าบ้านกาลาทาซาไร) รูปเกมน่าจะเป็นบาร์เซโลนาที่อาศัยการจ่ายบอลของโรดรีและเปดริแกะเพรสซิ่งช่วงต้นเกมของกาลาทาซาไรได้สำเร็จ ก่อนจะให้กอร์ดอนและกังเซโลเจาะเล่นงานพื้นที่ฝั่งขวาของเจ้าถิ่นที่ยึลมัซน่าจะลงมาคุมพื้นที่ หากบาร์เซโลนาทิ้งห่างได้ถึง 2 ประตู กาลาทาซาไรก็น่าจะทวงคืนได้หนึ่งลูกจากลูกตั้งเตะหรือการเล่นลูกกลางอากาศของโอซิมเฮนที่จะลงมาในครึ่งหลัง แต่เมื่อกาลาทาซาไรต้องดันสูงเพื่อไล่ตีเสมอ การเปิดพื้นที่ว่างด้านหลังน่าจะเปิดโอกาสให้บาร์เซโลนายิงฝังปิดกล่อง และเรามองว่าเกมมีโอกาสจบลงด้วยสกอร์ 1-3 มากที่สุด
มุมมองนี้ไม่ได้อิงแค่สถิติชนะรวดของบาร์เซโลนาเท่านั้น แต่การที่ซิงโกหมดสิทธิ์ลงเล่นจนยึลมัซต้องถอยมารับหน้าที่แบ็กขวา ทำให้กาลาทาซาไรต้องคอยระวังเกมรุกฝั่งซ้ายของบาร์เซโลนาจนต้องยอมลดกำลังในเกมสวนกลับลง แม้กาลาทาซาไรจะอาศัยการเพรสซิ่งจนยิงนำได้ก่อน แต่พวกเขาก็ต้องมีเกมรุกคอยตอบโต้เพื่อรักษาสกอร์นำตลอดช่วงเวลาที่บาร์เซโลนาครองบอลบดขยี้ การที่ฟลิคอาจถอดตัวหลักออกเพื่อถนอมร่างกายในครึ่งหลังอาจเปิดทางให้กาลาทาซาไรได้ลุ้น แต่ด้วยขุมกำลังสำรองที่จำกัด กาลาทาซาไรเองก็ต้องเจองานยากในการดันเกมขึ้นไปทวงประตูคืน
ตลาดเทน้ำหนักไปที่ชัยชนะของบาร์เซโลนาอย่างชัดเจนจากสถิติชนะรวดทุกรายการและผลงานนัดแรกที่กาลาทาซาไรพ่ายมา แม้เราจะมองไปที่ชัยชนะของทีมเยือนเช่นกัน แต่เราประเมินโอกาสทำประตูของกาลาทาซาไรไว้สูงกว่าสถิติที่เห็น เนื่องจากลูกตั้งเตะของกาลาทาซาไรน่าจะสร้างปัญหาให้แนวรับบาร์เซโลนาที่ไร้คริสเตนเซนได้ ประกอบกับบาร์เซโลนาที่ไม่มีราฟินญาต้องกระจายภาระทั้งการเพรสซิ่งและการจบสกอร์ หากโอซิมเฮนได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงและยืนระยะได้เกิน 60 นาที โอกาสที่กาลาทาซาไรจะยิงเพิ่มจนจบลงด้วยสกอร์ 2-3 ก็จะยิ่งเปิดกว้างขึ้น และหากซัลไลฟิตทันกลับมาเป็นตัวจริงจนทำให้ยึลมัซได้เล่นเกมรุกเต็มตัว เงื่อนไขทั้งเกมรุกฝั่งซ้ายของบาร์เซโลนาและเกมสวนกลับของกาลาทาซาไรก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งอาจทำให้เหตุผลสนับสนุนชัยชนะด้วยผลต่าง 2 ประตูมีน้ำหนักลดลงตามไปด้วย