เวลส์ดูเป็นทีมที่เล่นในบ้านได้ดีกว่าที่เกมแรกบอกไว้ เดนมาร์กชนะนัดนั้น 2-0 ก็จริง แต่ทั้งสองประตูมาจากลูกตั้งเตะ และทั้งสองทีมยิงเข้ากรอบได้ทีมละ 3 ครั้งเท่านั้น เดนมาร์กยังเสียประตูง่าย แถมผลงานเกมเยือนก็ไม่ดี ผมมองว่าเวลส์ในคาร์ดิฟฟ์มีโอกาสเก็บแต้มได้มากกว่าที่ราคาตลาดประเมินไว้
เกมแรกเป็นเหตุผลชัดเจนที่ทำให้หลายคนมองว่าเดนมาร์กเหนือกว่า พวกเขาครองบอลราว 62 เปอร์เซ็นต์ และยิง 19 ครั้ง เทียบกับเวลส์ที่ยิง 10 ครั้ง หลังเกมเวลส์ยอมรับว่าเกมรับลูกตั้งเตะยังทำได้ไม่ดีพอ ประเด็นนี้มีน้ำหนักจริง และเป็นเหตุผลที่ผมไม่ได้มองว่านี่จะเป็นเกมในบ้านที่สบายๆ
แต่ลองดูผลงานหลังจากนั้น เวลส์เปิดบ้านชนะนอร์เวย์ 2-1 ทั้งที่โดนนำก่อน โดยซอร์บา โธมัสเปิดบอลให้เพื่อนลุ้นทำประตูหลายครั้ง และแดเนียล เจมส์ยิงตีเสมอ จากนั้นนอร์เวย์โดนไล่ออกหนึ่งคนหลังเริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน แล้วเนโก วิลเลียมส์ก็ยิงประตูชัยจากลูกฟรีคิก ใน 10 นัดหลังสุด เวลส์ยิงได้ 14 ประตูและเสีย 9 ประตูจาก 6 เกมในบ้าน โดยชนะ 2 นัดและเสมอ 3 นัด
ส่วนเดนมาร์กเพิ่งแพ้โปรตุเกส 2-4 คาบ้าน ในเกมที่โอกาสทำประตูเป็นรองอย่างชัดเจน ค่า xG ของพวกเขาอยู่ที่ราว 0.7 ขณะที่โปรตุเกสอยู่ที่ 2.7 เดนมาร์กเสียประตูไปแล้ว 7 ลูกจาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม และใน 4 เกมเยือนจาก 10 นัดหลังสุด พวกเขายังไม่ชนะเลย
ข่าวทีมก็เข้าทางเวลส์เล็กน้อย รายชื่อเดนมาร์กมีคริสเตียน อีริคเซน, เยสเปอร์ เยนเซน, อัลเบิร์ต กรอนเบค และแพทริก ดอร์กู ที่มีสถานะบาดเจ็บ ซึ่งทำให้แดนกลางที่คอยสร้างโอกาสบางลง เวลส์เองก็มีผู้เล่นที่สถานะไม่พร้อมเช่นกัน ทั้งโจ โรดอน, อดัม ดาร์โลว์ และเวส เบิร์ดเฮด ยังไม่มีการประกาศรายชื่อ 11 ตัวจริง จึงยังยืนยันความฟิตของผู้เล่นทั้งหมดไม่ได้