นางาซากิยิงได้ 11 ประตูจากเกมลีก 10 นัด ส่วนซานเฟรซ ฮิโรชิมะ จ่าฝูง เสียประตูเพียง 6 ลูกจาก 10 นัด นี่คือภาพรวมของเกมนี้: ทีมที่สร้างโอกาสลำบากต้องเจอกับทีมที่แทบไม่เปิดช่องให้ใคร คำถามที่เราสนใจกว่าคือเมื่อนางาซากิใช้แผนแรกไม่ได้ผล พวกเขาจะทำอย่างไร เพราะผลงานช่วงหลัง ทั้งบุกแพ้คาชิมา 0-2 และเสมอชิบะ 1-1 บอกว่าพวกเขาประคองเกมได้นาน แต่แทบไม่มีจังหวะลุ้นชนะ
ฝั่งฮิโรชิมะ ข้อมูลของเราระบุว่าพวกเขามี 23 แต้มจาก 10 นัด ยิงได้ 25 ประตูและเสีย 6 ประตู ฟอร์มช่วงหลังร้อนแรงด้วยการชนะเกียวโต 3-0 บุกชนะเวอร์ดี 2-0 และก่อนหน้านั้นถล่มเซเรโซ 6-1 กลางสัปดาห์พวกเขายังลงเล่นลีกคัพที่ยามางาตะ และบุกชนะ 1-0 แสดงว่ามีการใช้งานผู้เล่นสำรองอยู่บ้าง แต่ก็ได้พักหลายวันก่อนเกมนี้ ชื่อเดียวที่ถูกระบุในข้อมูลความพร้อมคือกองหลังไดจิ ยามาซากิ ซึ่งอยู่ในสถานะต้องรอเช็กจากเครื่องหมายอาการบาดเจ็บของทีมเท่านั้น จึงยังไม่ยืนยันว่าจะลงไม่ได้
ฝั่งนางาซากิ กองหน้าสองคนอย่างเดโอเกลเซียโน เอมเมอร์สัน และนอร์แมน แคมเบล มีเครื่องหมายอาการบาดเจ็บในข้อมูลชุดเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ยืนยันเช่นกัน หากทั้งคู่ลงไม่ได้ เกมรุกจะต้องฝากความหวังไว้กับมาเตอุส เจซุส และจูเนียร์ โจนาทัน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ระบุไว้ เมื่อเจอกับทีมที่ยิงเซเรโซไป 6-1 ทั้งที่นางาซากิเสมอกับเซเรโซ 1-1 ในบ้าน เราจะจับตาว่านางาซากิจะปิดพื้นที่ให้แคบและเล่นเกมรับโดยไม่มีบอลได้นาน 60 นาทีหรือไม่ พร้อมกับยังมีคนวิ่งทำทางด้านหลังเมื่อฟูลแบ็กของฮิโรชิมะเติมเกมขึ้นไป
มุมมองของเรา: ตารางคะแนนบอกว่าเกมนี้สูสีไม่มาก แต่จุดชี้ขาดจริง ๆ คือประตูแรก ถ้าฮิโรชิมะยิงได้เร็ว แนวรุกที่มีตัวเลือกจำกัดของนางาซากิจะต้องเปิดเกม และนั่นอาจเป็นจังหวะให้ฮิโรชิมะยิงเป็นชุดเหมือนที่ทำได้ในช่วงหลัง แต่ถ้ายังเสมอกันจนถึงครึ่งหลัง รูปแบบเกมที่ยิงประตูน้อยของเจ้าบ้านก็อาจดูเป็นแผนที่ได้ผลมากกว่าจะเป็นปัญหา คุณจะจับตาอะไรเป็นอย่างแรก?