บอลชุดนี้จับคู่สองเกมที่ทีมเยือนต่างมีทีเด็ดและพร้อมบุกไปสร้างความหงุดหงิดให้เจ้าถิ่น ในคู่แรก สโมสรฟุตบอลกรานาดามีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจนทั้งเรื่องการสร้างโอกาสเข้าทำและการครองบอล อีกทั้งเวลาพักที่มากกว่าน่าจะช่วยให้บดเอาชนะเรอัลโซเซียดัด B ได้ตลอด 90 นาที ส่วนในคู่ที่สอง ลิทัวเนียต้องการเพียงแค่ไม่แพ้เพื่อรั้งจ่าฝูงกลุ่มในศึกเนชันส์ลีกต่อไป และระเบียบเกมรับที่เหนียวแน่นจะช่วยหยุดยั้งอาเซอร์ไบจาน ทีมที่สร้างสรรค์โอกาสได้ดีแต่จังหวะจบสกอร์ฝืดเคืองอย่างหนัก
กรานาดามีสถิติจำนวนครั้งการยิงและเปอร์เซ็นต์การครองบอลเฉลี่ยเหนือกว่าเรอัลโซเซียดัด B ค่อนข้างมาก ซึ่งทางโซเซียดัด B มักเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเชิงสถิติอยู่บ่อยครั้งแม้จะได้เล่นในบ้าน เมื่อบวกกับความได้เปรียบด้านความสดที่มีเวลาพักมากกว่าเกือบ 4 วัน รวมถึงการติดโทษแบนของ คาซูนาริ คิตะ แนวรับตัวหลักของโซเซียดัด B ทำให้กรานาดาพร้อมคืนฟอร์มเก่งภายใต้การคุมทีมของกุนซือมากประสบการณ์อย่าง ปาเชตา
ในขณะเดียวกัน ลิทัวเนียเพิ่งเจอกับอาเซอร์ไบจานมาเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยจบลงด้วยผลเสมอกันไปแบบจืดชืดและแทบไม่มีจังหวะลุ้นประตูจากโอเพนเพลย์เลย ล่าสุดอาเซอร์ไบจานพับสนามบุกใส่ลิกเตนสไตน์อย่างหนักแต่ก็ยังส่งบอลซุกก้นตาข่ายไม่ได้ ยิ่งตอกย้ำปัญหาเรื้อรังในพื้นที่สุดท้าย ด้วยเวลาพักที่มากกว่า 1 วัน ลิทัวเนียสามารถวางหมากเน้นรัดกุมเพื่อเป้าหมาย 1 คะแนนตามที่ต้องการ ส่งผลให้โอกาสจบด้วยผลเสมอแบบสกอร์ต่ำมีสูงอย่างยิ่ง