บาเยิร์นมิวนิกและยูเวนตุสต่างคุมพื้นที่ได้ด้วยการเพรสซิ่งและการขึ้นเกมริมเส้น ส่วนไฟรบวร์กกับอูนีโอเนสปอร์ตีวาเลชเชมีตัวรับบอลจังหวะบุกตรงและลูกตั้งเตะที่เปลี่ยนการแย่งบอลกลับมาได้เพียงครั้งเดียวให้กลายเป็นจังหวะเข้าทำในกรอบเขตโทษได้ จุดชี้ขาดของทั้งสองเกมคือบอลจังหวะถัดไปหลังลูกยิงถูกบล็อกหรือบอลเปิดถูกสกัด
ไฟรบวร์กมีทางแกะเพรสซิ่งของบาเยิร์นผ่านเอกเกสไตน์ หรือวางบอลเร็วไปหา Matanovic ก่อนจะต่อให้ Treu, เบสเต หรือ Scherhant รับบอลทางฝั่งไกล บาเยิร์นยังมี Kane กับ Olise แต่ตอนนี้ Kimmich, Pavlovic และ Neuer ไม่ได้อยู่ในชุดต่อบอลแรกและเก็บบอลจังหวะสอง เส้นทางบุกริมเส้นแบบนี้ของไฟรบวร์กก็เพิ่งใช้ในเกมกับเลเวอร์คูเซนมาแล้ว การเปิดบอลและการตามเล่นลูกตั้งเตะช่วยให้ไฟรบวร์กยังมีจังหวะตอบโต้ได้ แม้บาเยิร์นจะครองพื้นที่ได้ เราจึงเลือกไฟรบวร์กให้แพ้ไม่ขาด
ยูเวนตุสขึ้นเกมผ่าน Douglas Luiz และ Koopmeiners ไปยังวิงแบ็กกับ Woltemade ได้ ขณะที่เลชเชใช้ N'Dri และเฌอบเบิลส์หลังวางบอลแรกตรงไปข้างหน้า โลคาเตลลีและทูรามไม่มีชื่อในทีมยูเวนตุสชุดปัจจุบัน ส่วน Nico Gonzalez กับ Celik เพิ่งหมดสิทธิ์ลงเล่นหลังลงสนามพบแรนส์ ขณะที่เลชเชก็เพิ่งเสีย Coulibaly กับปิเอรอตติ หลังทั้งคู่ลงเล่นกับอูดิเนเซ และตัวแทนในแดนกลางก็เล่นจนจบเกมนั้น ลูกตั้งเตะของ Gallo และจังหวะยิงที่ N'Dri เคยใช้มาแล้ว อาจสร้างโอกาสเข้าทำอีกครั้งหลังยูเวนตุสสกัดบอล เราเลือกเลชเชให้ยันเสมอหรือคว้าผลการแข่งขันได้