ภาษา

วิเคราะห์ อ็องเชร์ พบ โลเรียง (25 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[ลีกเอิง ฤดูกาล 26-27] อ็องเชร์ พบ โลเรียง วิเคราะห์ก่อนเกม เวลาเริ่มเกม: 25 ตุลาคม 23:15 น. (เวลาประเทศไทย)

ลีกเอิง นัดที่ 8 อ็องเชร์ เปิดบ้านที่สต๊าด เรมงด์ โกปา พบ โลเรียง ในเวลา 23:15 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม (เวลาประเทศไทย) อ็องเชร์อยู่อันดับ 15 มี 7 คะแนน ห่างโซนตกชั้นแค่ 1 คะแนน ส่วนโลเรียงอยู่อันดับ 7 มี 11 คะแนน ตามกลุ่มหัวตารางอยู่ 3 คะแนน และอเล็กซองดร์ ดูฌูซ์ ที่เคยคุมอ็องเชร์มา 4 ฤดูกาล จะกลับมาเยือนด้วยการนำทัพโลเรียง

1. ภาพรวมเกมและสถานการณ์ของสองทีม

ผลงานล่าสุดของสองทีมต่างกันชัดเจน อ็องเชร์ของสเตฟาน ฌีลี แพ้ติดกัน 2 นัด โดนสตาด เบรสตัวส์ 29 และมาร์กเซยยิงใส่นัดละ 5 ประตู ส่วนโลเรียงของดูฌูซ์ชนะปารีส เอฟซี และโมนาโก 1-0 ทั้งสองนัด ฤดูกาลนี้ในลีก 7 นัด อ็องเชร์ยิงได้ 9 ประตู เสียไป 15 ประตู ส่วนโลเรียงยิงได้ 7 เสียไป 6 อันดับที่สูงของโลเรียงมาจากการเสียประตูน้อย ไม่ใช่การยิงได้เยอะ

ลีก 7 นัดแรกของฤดูกาลนี้ อันดับ·คะแนน: อ็องเชร์ อันดับ 15·7 คะแนน / โลเรียง อันดับ 7·11 คะแนน สถิติ: อ็องเชร์ ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 4 / โลเรียง ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิงได้·เสียประตู: อ็องเชร์ 9·15 / โลเรียง 7·6 ครึ่งแรกยิงได้·เสียประตู: อ็องเชร์ 4·11 / โลเรียง 2·3

ปัญหาแนวรับของอ็องเชร์อธิบายด้วยแพ้ยับสองนัดหลังอย่างเดียวไม่ได้ ใน 5 นัดที่มีข้อมูลค่าประตูที่ควรเสีย (xGA) อ็องเชร์มีค่า xGA 10.40 แต่เสียจริงถึง 14 ประตู แม้ 10 ประตูจะกระจุกอยู่ในสองนัดล่าสุด แต่ในเกมก่อนหน้านั้นกับเลออาฟร์ เอซี และทรัวส์ เอซี ก็ยังสกัดโอกาสของคู่แข่งไม่ได้เบ็ดเสร็จ เกมที่เสมอเลออาฟร์ เอซี 0-0 ได้อองตนี โลเปส เซฟ 6 ครั้งช่วยรักษาคลีนชีตไว้ ตอนที่ยังพึ่งการเซฟของผู้รักษาประตูก็ยังได้ผลลัพธ์ แต่นัดที่เจอสตาด เบรสตัวส์ 29 และมาร์กเซย การรับลูกเตะมุมและการป้องกันหลังเสียบอลกลายเป็นประตูที่เสีย

อ็องเชร์ไม่ใช่ทีมที่สร้างโอกาสในบ้านไม่ได้ ใน 4 นัดเหย้าฤดูกาลนี้ ค่าประตูที่ควรได้ต่อเกมอยู่ที่ 2.04 สูงกว่านัดเยือนที่ 0.99 อามีน สบาอี และโจเซฟ คาลูลู ขึ้นเกมทางซ้ายแล้วเปิดบอลเข้ากลาง ส่วนลูกเตะมุมของบรังโก ฟาน เดน บูเมน ก็เป็นอีกทางทำประตู แต่ 3 นัดที่แพ้ในบ้านล้วนเป็นนัดที่ตามหลังตอนจบครึ่งแรก พอเสียประตูแรกระหว่างที่บุกอยู่ ต่อให้ฌีลีส่งกองหน้าเพิ่มในครึ่งหลังก็พลิกเกมได้ยาก ฤดูกาลนี้อ็องเชร์เสียไป 11 ประตูในครึ่งแรก และแพ้ครบทั้ง 4 นัดที่ตามหลังตอนพักครึ่ง

โลเรียงปรับตัวจริงหลังแพ้ 1-2 ที่บ้านของเลอม็อง เอฟซี ซูเลย์มาน อิซัค ตูเร เข้ามาอยู่ในแนวรับสามคน ส่วนตำแหน่งแบ็กขวาที่ปาโนส กัตเซริส เคยเล่น เป็นของเดมโบ ซิลลา ด้วยรูปแบบนี้ โลเรียงไม่เสียประตูเลยทั้งนัดที่เจอปารีส เอฟซี และโมนาโก ทั้งสองนัดเป็นเกมเหย้าที่คู่แข่งครองบอลมากกว่า โลเรียงวางแนวรับอยู่ในพื้นที่ของตัวเองเพื่อปิดทางบุก พอแย่งบอลได้ก็เดินเกมผ่านฌอง-วิกตอร์ มาแกงโก และผู้เล่นริมเส้น กัตเซริสยังพักต่อ แต่ชุดที่ปรับบทบาททางขวานี้ก็ลงสนามมาแล้ว 2 นัด ส่วนจะได้ผลแบบเดิมในเกมเยือนครั้งนี้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ฝั่งอ็องเชร์ ฌอร์ด็อง เลอฟอร์ และอุสมาน กามารา กองหลังตัวกลางกลับมาพร้อมลงสนาม แนวรับจึงต่างจากนัดที่เจอมาร์กเซยซึ่งขาดทั้งสองคน กามาราเป็นคนที่คอยโหม่งลูกเตะมุมฝั่งรุกด้วย แต่ 2 ประตูจากลูกเตะมุมในเกมที่เจอสตาด เบรสตัวส์ 29 เกิดขึ้นตอนที่สองคนนี้ลงเล่นอยู่ การกลับมาอาจช่วยเรื่องการแย่งบอลลอยได้ แต่บอกไม่ได้ว่าปัญหาการยืนตำแหน่งในการป้องกันลูกเตะมุมจะหมดไปแล้ว อ็องเชร์ขาดบาเน ดิอัตตา ที่เจ็บข้อเท้า และมามาดู ดีอัลโล ที่โดนแบน ส่วนโลเรียงยังขาดกัตเซริส และจะใช้ซิลลาบุกทางขวาต่อไป มีรายงานว่าโนอาห์ เอ็มบัมบา และไอแซค เยนเซน พร้อมกลับมาลงสนามอีกครั้ง

ทั้งสองทีมไม่มีเกมกลางสัปดาห์และได้พัก 7 วัน เกมถัดไปของทั้งคู่ก็เป็นวันเดียวกัน คือ 31 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่น จึงไม่มีเหตุผลเรื่องโปรแกรมที่จะต้องเก็บตัวหลักไว้ก่อนเกมนี้ การพบกัน 2 นัดล่าสุด เจ้าบ้านชนะ 2-0 ทั้งสองนัด แต่ตอนนั้นคนที่คุมอ็องเชร์คือดูฌูซ์ ซึ่งตอนนี้นำโลเรียง และโค้ชโลเรียงก็เป็นอีกคน เอาผลนั้นมาตีเป็นความได้เปรียบเสียเปรียบของทีมในตอนนี้ได้ยาก

2. วิเคราะห์การเจอกัน

คนที่เลือกหน้าตาของเกมคืออ็องเชร์ ฌีลีใช้แผนสี่แบ็กในเกมที่ยืนยันได้ฤดูกาลนี้ และตัวจริงที่คาดไว้ก็เป็น 4-2-3-1 แต่เวสต์-ฟร็องซ์ (Ouest-France) รายงานว่าหลังแพ้ยับสองนัดติด ฌีลีอาจเลือกใช้ห้าแบ็ก ยังไม่มีการยืนยันว่าจะเปลี่ยนแผน ถ้าอ็องเชร์เป็นฝ่ายคุมเกมในบ้านเหมือนที่ทำมา โลเรียงก็ปล่อยบอลให้คู่แข่งแล้วตั้งรับได้เหมือนช่วงชนะสองนัดหลัง แต่ถ้าอ็องเชร์เพิ่มคนในแนวรับหรือเดินเกมช้าลง โลเรียงจะมีเวลาต้องเป็นฝ่ายครองบอลแล้วสร้างโอกาสนานขึ้น

เกมรุกทางซ้ายของอ็องเชร์ได้รับผลจากการเลือกนี้มากที่สุด ลูกครอสที่สบาอีและคาลูลูขึ้นไปเปิดจะเข้าไปยังกรอบเขตโทษที่มงตาสซาร์ ทัลบี และตูเร ของโลเรียงเฝ้าอยู่ ทัลบีโหม่งเคลียร์บอลมาแล้ว 32 ครั้งฤดูกาลนี้ และตูเรก็จัดการครอสได้หลายครั้งในเกมที่เจอปารีส เอฟซี การที่อ็องเชร์เปิดครอสเพิ่มก็ยังบอกไม่ได้ว่าโอกาสทำประตูจะเพิ่มตามทันที ในเกมเยือนเลออาฟร์ เอซี ที่เจอแผนสามแบ็กฤดูกาลนี้ อ็องเชร์ยิงได้ 9 ครั้ง ตรงกรอบ 1 ครั้ง และมีค่าประตูที่ควรได้ 0.59 เท่านั้น แต่นั่นเป็นเกมเยือนเพียงนัดเดียว จะสรุปว่าเกมรุกในบ้านจะอยู่ระดับเดียวกันก็ไม่ได้

ทางฝั่งเดียวกัน ซิลลาของโลเรียงสร้างปัญหาอีกแบบ หลังกัตเซริสหายไป ซิลลาเลี้ยงบอลขึ้นทางขวา และได้จุดโทษในเกมที่เจอโมนาโก ถ้าคาลูลูขึ้นไปช่วยบุก ซิลลาก็เจาะเข้าทางที่เขาทิ้งไว้ได้ นัดที่เจอสตาด เบรสตัวส์ 29 อ็องเชร์ก็เสียประตูหลังบัลเดเลี้ยงผ่านคาลูลู ถ้าอ็องเชร์จะรุกทางซ้ายต่อ ก็ต้องกำหนดด้วยว่าใครจะรับช่วงหลังคาลูลูขึ้นไป การใช้ห้าแบ็กจะเปลี่ยนบทบาทของคาลูลูและจำนวนคนรอบข้าง แต่แผนนั้นอ็องเชร์ยังไม่เคยใช้ในเกมฤดูกาลนี้

กองกลาง ฟาน เดน บูเมน และมาแกงโกของโลเรียงจะจับตาดูการเลือกของอีกฝั่ง ฟาน เดน บูเมน เป็นคนที่ขึ้นไปร่วมบุก ยิงเอง หรือเตะมุม ถ้าเขาขึ้นไปแล้วอ็องเชร์เสียบอลกลางสนาม มาแกงโกและกาแบ็ง แบร์นาร์โด ก็รับบอลหน้าแนวรับอ็องเชร์แล้วโจมตีได้ ในจังหวะประตูชัยของโลเรียงในเกมที่เจอปารีส เอฟซี มาแกงโกก็ขึ้นทางขวาแล้วทุบบอลเข้าทางให้แบร์นาร์โด แต่ถ้าอ็องเชร์เหลือคนไว้กลางสนาม โลเรียงจะได้โอกาสขึ้นเกมแบบนั้นยากขึ้น ถ้าโลเรียงต้องเป็นฝ่ายครองบอล การเล่นจากแดนหลังก็จะถูกทดสอบด้วย นัดที่เจอเลอม็อง เอฟซี โลเรียงเสียประตูหลังโดนกดดันช่วงต้นเกม และนัดที่เจอปารีส เอฟซี ก็เกิดจังหวะตัวต่อตัวจากการส่งพลาดของอีวอน เอ็มโวโก หลักฐานที่บอกว่าอ็องเชร์จะกดดันแบบเดียวกันได้ต่อเนื่องยังมีไม่พอ แต่ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อโลเรียงต้องเล่นบอลจากข้างหลังเป็นสิ่งที่เห็นมาแล้วจริง

นอกจากครอสแล้ว สิ่งที่อ็องเชร์ใช้ได้คือการเชื่อมเกมของเอล วาซานี และการวิ่งทะลุหลังแนวรับ เอล วาซานี ทำ 2 ประตู 2 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ และในนัดที่เจอทรัวส์ เอซี เขารับบอลแล้วทำให้สบาอีทำประตูได้ ถ้าเขาถอยลงมารับบอลแล้วทัลบีตามออกมา ก็อาจเกิดช่องให้ปีกของอ็องเชร์วิ่งเข้าหลังแนวรับ ถ้าทัลบียืนอยู่กับที่ เอล วาซานีก็ยังเชื่อมกับเพื่อนได้ แต่คนที่จะจบสกอร์ในกรอบเขตโทษก็น้อยลง 2 ประตูที่อ็องเชร์ทำได้ในการพบกันเมื่อเดือนตุลาคมที่แล้วก็ไม่ได้มาจากการโหม่งครอส แต่มาจากบอลที่ส่งและวิ่งเข้าหลังแนวรับโลเรียง ตอนนั้นโค้ชและการจัดแนวรับต่างจากตอนนี้ จึงคาดว่าจะเห็นจังหวะเดียวกันอีกไม่ได้ แต่ที่ชัดคือการเปิดครอสซ้ำ ๆ อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีทางบุกที่หลากหลายกว่านั้น

โอกาสทำประตูที่ตรงที่สุดอาจมาจากลูกเตะมุม ฤดูกาลนี้อ็องเชร์ยิงจากลูกเตะมุมได้ 2 ประตูด้วยลูกเตะของฟาน เดน บูเมน ส่วนโลเรียงเสีย 3 จาก 6 ประตูที่เกิดจากจังหวะลูกเตะมุม กามาราและการ์เลนส์ อาร์คุส ที่เกี่ยวข้องกับประตูของอ็องเชร์ก็อยู่ในตัวจริงที่คาดไว้ของนัดนี้ด้วย แต่หลังตูเรเข้ามา โลเรียงป้องกันลูกเตะมุมของปารีส เอฟซี ได้ทั้ง 9 ครั้ง จึงสรุปจากสถิติเสียประตูก่อนหน้าอย่างเดียวว่าจุดอ่อนนี้ยังอยู่ไม่ได้ อีกด้านหนึ่ง อ็องเชร์ก็เสียจากลูกเตะมุมไป 3 ประตูใน 2 นัดล่าสุด โลเรียงมีลูกเตะของเยนเซน และการโหม่งของมามาดู โกเน กับทัลบี นี่คือเหตุผลที่ต่อให้ทีมที่ยิงก่อนถอยมาตั้งรับ อีกฝั่งก็ยังมีลูกตั้งเตะเป็นทางไล่ตาม

ช่วงเวลาของเกมก็เปลี่ยนความหมายของประตูแรกด้วย ประตูที่อ็องเชร์เสียกระจุกอยู่ในครึ่งแรก แต่โลเรียงฤดูกาลนี้ยิงครึ่งแรกได้แค่ 2 จาก 7 ประตู หลักฐานที่บอกว่าโลเรียงจะยิงตั้งแต่ต้นเกมเหมือนทีมที่เพิ่งชนะอ็องเชร์ขาด ๆ ยังอ่อน ในทางกลับกัน 4 นัดที่โลเรียงเสมอกันตอนจบครึ่งแรก ทีมชนะ 3 เสมอ 1 และดูฌูซ์เคยเปลี่ยนแนวรุกช่วงนาทีที่ 60 กว่าแล้วทำประตูได้ในบางเกม ฌีลีก็เคยเพิ่มกองหน้าเมื่อเกมไม่มีผลแพ้ชนะหรือตามหลัง ถ้า 0-0 ลากไปถึงครึ่งหลัง การเปลี่ยนตัวของสองโค้ชจะงัดกัน และตอนนั้นการเปิดเกมบุกของอ็องเชร์ก็อาจเพิ่มโอกาสสวนกลับให้โลเรียง

3. ข้อสรุปและมุมมองสุดท้าย

สกอร์ที่เราคาดคือ อ็องเชร์ 1-1 โลเรียง ครึ่งแรกสองทีมระวังไม่ให้เสียประตูและน่าจะ 0-0 ครึ่งหลังเรามองว่าเกมที่เป็นไปได้มากที่สุดคือแต่ละฝั่งได้ประตูจากลูกเตะมุมของอีกฝั่งทีมละลูก โลเรียงยิงครึ่งแรกน้อย จึงยากจะบอกว่าเป็นคู่แข่งที่จะซ้ำรอยการเสียหนักตั้งแต่ต้นเกมของอ็องเชร์ช่วงหลัง อ็องเชร์มีลูกเตะของฟาน เดน บูเมน และการโหม่งของกามาราที่กลับมา จึงเจาะแนวรับโลเรียงได้ ส่วนโลเรียงก็ยังมีการเปลี่ยนตัวครึ่งหลังและลูกเตะมุมของเยนเซน ต่อให้อ็องเชร์ขึ้นนำก่อน ก็ยังมีทางตามตีเสมอ

ตลาดมองว่าทีมเยือนได้เปรียบเล็กน้อย โดยดูจากความต่างของอันดับ การเสีย 10 ประตูใน 2 นัดล่าสุดของอ็องเชร์ และการชนะสองนัดติดแบบคลีนชีตของโลเรียง แต่ชัยชนะสองนัดนั้นของโลเรียงเกิดในเกมเหย้าที่คู่แข่งครองบอลมากกว่า ถ้าอ็องเชร์เพิ่มคนในแนวรับ หรือไม่รีบบุก คราวนี้โลเรียงต้องเป็นฝ่ายครองบอลแล้วสร้างโอกาสเอง เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นั้น เราจึงให้โลเรียงได้เปรียบน้อยกว่าที่ตลาดมอง เงื่อนไขที่ทำให้ภาพเกมเปลี่ยนคือถ้าอ็องเชร์ใช้สี่แบ็กและดันคาลูลูกับฟาน เดน บูเมน ขึ้นไปต่อเนื่อง หากโลเรียงเล่นเกมตั้งรับสวนกลับได้แบบที่ชนะในช่วงหลัง เกมอาจเอียงไปทาง 0-1

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง