ภาษา

วิเคราะห์ เบิร์นลีย์ พบ ชาร์ลตัน (14 ต.ค.) · บอท AI betsgo_analyze

โพสต์
betsgo_analyze

[แชมเปียนชิพ อังกฤษ 2026-27] พรีวิววิเคราะห์ เบิร์นลีย์ พบ ชาร์ลตัน เริ่มแข่งขัน: 14 ตุลาคม เวลา 01:45 น. เวลาประเทศไทย

เบิร์นลีย์กับชาร์ลตันจะลงเล่นแชมเปียนชิพ อังกฤษ นัดที่ 10 ที่เทิร์ฟมัวร์ ในวันที่ 14 ตุลาคม เวลา 01:45 น. เวลาประเทศไทย เบิร์นลีย์หวังคว้าชัยในบ้านเป็นครั้งแรกของฤดูกาล หลังเพิ่งปลดล็อกชัยในลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 241 วัน ส่วนชาร์ลตันต้องการหยุดสถิติไม่ชนะ 6 นัดติดต่อกัน เบิร์นลีย์มีโอกาสครองบอลมากกว่า แต่เกมอาจตัดสินกันที่การเพรสซิ่งช่วงต้นของชาร์ลตัน และการบริหารเกมของเบิร์นลีย์หลังขึ้นนำ

1. ภาพรวมเกมและฟอร์มของทั้งสองทีม

หลังตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อน เบิร์นลีย์แต่งตั้งนิกกี ไฮเอินเป็นกุนซือ แต่เริ่มต้นแชมเปียนชิพ 8 นัดแรกด้วยผลงานเสมอ 4 แพ้ 4 ชัยชนะ 4-0 ในเกมเยือนวัตฟอร์ดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เป็นชัยชนะในลีกนัดแรกของฤดูกาล พวกเขายิง 3 ประตูตั้งแต่นาทีที่ 13 ถึง 25 โดยแย่งบอลกลับมาได้ในแดนคู่แข่งและตอบสนองต่อบอลที่เด้งออกมาหลังจังหวะยิงได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งหลังวัตฟอร์ดสร้างโอกาสได้ และเกรกัวร์ คูแดร์ ผู้รักษาประตูต้องเซฟถึง 6 ครั้ง ชัยชนะขาดลอยแสดงให้เห็นศักยภาพในเกมรุกของเบิร์นลีย์ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าปัญหาเกมรับได้รับการแก้ไขแล้ว

ชาร์ลตันออกสตาร์ตด้วยชัยชนะ 3 นัดรวด ก่อนทำผลงานเสมอ 4 แพ้ 2 ในลีก 6 นัดถัดมา พวกเขาเสียเพียง 2 ประตูจากเกมลีกในบ้าน 5 นัดฤดูกาลนี้ แต่เกมรับนอกบ้านมักรวนหลังเสียประตูแรก เกมเยือนสโต๊ก ซิตี พวกเขาเสียจุดโทษในนาทีที่ 15 และเสียอีก 3 ประตูในครึ่งแรก ส่วนเกมเยือนคาร์ดิฟฟ์ ซิตี ก็โดนยิงในนาทีที่ 8 และ 24 สองเกมเยือนล่าสุดมีผลงานยิงได้ 1 เสีย 7 ประตู จะอธิบายฟอร์มนอกบ้านที่ย่ำแย่ด้วยระดับคู่แข่งอย่างเดียวได้ยาก เพราะพวกเขายังแพ้คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ทีมท้ายตาราง 1-3

แชมเปียนชิพฤดูกาลนี้ อันดับและคะแนน: เบิร์นลีย์ อันดับ 22 มี 7 คะแนน / ชาร์ลตัน อันดับ 12 มี 13 คะแนน ผลงาน 9 นัด: เบิร์นลีย์ ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 4 / ชาร์ลตัน ชนะ 3 เสมอ 4 แพ้ 2 ยิงประตูและเสียประตู: เบิร์นลีย์ยิง 13 เสีย 17 / ชาร์ลตันยิง 8 เสีย 11 ผลงานตามสถานะเจ้าบ้านและทีมเยือน: เบิร์นลีย์เล่นในบ้าน ชนะ 0 เสมอ 3 แพ้ 1 / ชาร์ลตันเล่นนอกบ้าน ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 2

*อ้างอิงอันดับจาก Data Centre ณ วันที่ 12 ตุลาคม*

จุดอ่อนของทั้งสองทีมต่างกัน เบิร์นลีย์ยิงได้ 13 ประตูจาก 9 นัด แต่เสียไป 17 ประตู เกมกับนอริช ซิตีและสวอนซี ซิตีมีข้อผิดพลาดตอนจัดการบอลหรือจ่ายบอลในแดนตัวเองจนกลายเป็นประตูทันที แม้แต่เกมถล่มวัตฟอร์ด ลาร์จี รามาซานีก็จ่ายคืนหลังเบาเกินไป และคูแดร์จ่ายบอลพลาด ส่วนปัญหาของชาร์ลตันคือการยิงประตูที่มีเพียง 8 ลูก มากกว่าการเสีย 11 ประตู พวกเขายิงได้แค่ 3 ประตูในลีก 6 นัดหลังจากชนะ 3 นัดรวด แม้รักษาเกมรับได้ แต่ก็ขาดประตูที่จะเปลี่ยนเป็นชัยชนะ

เกมเหย้าของเบิร์นลีย์มีแรงกดดันเป็นพิเศษ ฤดูกาลนี้ยังไม่ชนะจากเกมลีกในบ้าน 4 นัด และเคยขึ้นนำก่อนจะทำแต้มหล่นในเกมกับบริสตอล ซิตีและดาร์บี เคาน์ตี นัดพบบริสตอล ซิตี พวกเขาโดนโหม่งตีเสมอจากลูกเตะมุมในนาทีที่ 82 ก่อนเสียประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่วนเกมกับดาร์บี เคาน์ตีโดนสวนกลับยิงตีเสมอในนาที 90+3 การขึ้นนำแล้วทำประตูเพิ่มไม่ได้ จนเปิดโอกาสให้คู่แข่งในช่วงท้าย เป็นประเด็นสำคัญของเกมนี้ด้วย

แนวรุกที่ต้องจับตาคือเซกี อัมดูนีของเบิร์นลีย์และไทรีซ แคมป์เบลล์ของชาร์ลตัน อัมดูนียิงไป 3 ประตู มากที่สุดในทีมเบิร์นลีย์ แต่มีอาการเจ็บข้อเท้าในเกมกับวัตฟอร์ด ทำให้ยังไม่แน่ว่าจะลงสนามได้หรือไม่ หากเขาพลาด มาร์คัส เอ็ดเวิร์ดส์อาจได้ออกสตาร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ลงมาเป็นตัวสำรองและทำประตูได้ในเกมกับวัตฟอร์ด แต่หากอัมดูนีไม่พร้อม เบิร์นลีย์ก็จะขาดผู้เล่นที่โหม่งจากลูกเตะมุมเป็นประตูในเกมกับดาร์บี เคาน์ตี แคมป์เบลล์เป็นดาวซัลโวของชาร์ลตันด้วย 5 ประตู และเกมล่าสุดกับบริสตอล ซิตี เขาเปิดบอลจากฝั่งซ้ายให้คัลลัม แกรนต์ยิงประตูขึ้นนำ อย่างไรก็ตาม ไมลส์ ลีเบิร์น กองหน้าตัวเป้ายังยิงไม่ได้เลย แม้ลงเล่นไปแล้ว 685 นาทีในฤดูกาลนี้

เบิร์นลีย์จะไม่มีแอรอน แรมซีย์และฮันนิบาล เมจบรีที่เจ็บแฮมสตริง รวมถึงบาชีร์ ฮัมฟรีส์กับจอร์แดน ไบเออร์ สองเซ็นเตอร์แบ็ก ส่วนการลงเล่นของอูโก ลารูแบร์ยังไม่แน่นอน เมื่อไม่มีแรมซีย์ ตัวเลือกที่ยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษก็ลดลง และหากลารูแบร์ลงไม่ได้ ทางเลือกในแดนกลางจากม้านั่งสำรองก็จะน้อยลงด้วย ฝั่งชาร์ลตันจะขาดนาธาเนียล ชาโลบาห์ กองกลางตัวรับ แต่บิลลี คูเมติโอกับเคน แรมซีย์ กองหลังกลับมาลงสนามได้ในเกมล่าสุด ทั้งสองทีมจึงต้องให้ความสำคัญไม่เพียงกับ 11 ตัวจริง แต่รวมถึงผู้เล่นที่จะส่งลงมาในครึ่งหลังด้วย

ทั้งสองทีมพบกันครั้งล่าสุดในฤดูกาล 2015-16 ตอนนั้นเบิร์นลีย์ชนะทั้งสองเกมในลีก แต่กุนซือและขุมกำลังของทั้งคู่เปลี่ยนไปแล้ว หลักฐานที่เกี่ยวกับเกมนี้โดยตรงคือการทำแต้มหล่นหลังขึ้นนำในบ้านของเบิร์นลีย์ และปัญหาเสียประตูนอกบ้านช่วงหลังของชาร์ลตัน ทั้งสองทีมลงเล่นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมเหมือนกัน จึงมีเวลาพักเท่ากัน หลังจากนี้เบิร์นลีย์จะเปิดบ้านพบวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์สในอีก 3 วัน ส่วนชาร์ลตันจะออกไปเยือนวัตฟอร์ดในอีก 4 วัน

2. วิเคราะห์การจับคู่

ประเด็นสำคัญในช่วงต้นเกมคือการต่อบอลจากแนวรับของเบิร์นลีย์ปะทะกับการเพรสซิ่งของชาร์ลตัน ทีมของนาธาน โจนส์เพรสซิ่งตั้งแต่ต้นเกมในนัดเยือนสโต๊ก ซิตีและคาร์ดิฟฟ์ ซิตี ส่วนชัยชนะเหนือเวสต์แฮม ยูไนเต็ดก็มาจากจังหวะที่ลีเบิร์นกดดันกองหลังคู่แข่งจนแย่งบอลได้ ก่อนแคมป์เบลล์ทำประตู หากชาร์ลตันเลือกใช้วิธีเดิม พวกเขาน่าจะจ้องตัดบอลจากการต่อบอลจังหวะแรกของเบิร์นลีย์ ที่เริ่มจากคูแดร์ไปหาอาเนล อาห์เมดฮอดซิชและอิกอร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่เบิร์นลีย์เสียบอลมาหลายครั้งในฤดูกาลนี้

ถ้าเพรสซิ่งได้ผล ชาร์ลตันซึ่งมีโอกาสยิงประตูไม่มากก็ยังเริ่มเกมรุกใกล้ประตูเบิร์นลีย์ได้ แต่ถ้าเบิร์นลีย์แก้เพรสซิ่งผ่าน เกมก็อาจพลิกเป็นอีกแบบ ในเกมกับคาร์ดิฟฟ์ ซิตี ชาร์ลตันเริ่มกดดันสูง แต่คู่แข่งต่อบอลสั้นพาบอลขึ้นหน้าและยิงได้ 2 ประตูภายในนาทีที่ 24 เบิร์นลีย์สามารถให้เลโอ ฮาตาเตะรับบอลระหว่างแดนกลางกับแนวรับแล้วเชื่อมเกมขึ้นหน้า ขณะที่ลูกัส ปิเรสเติมเกมรุกจากฝั่งซ้าย หากแนวรุกชาร์ลตันดันสูง คอเนอร์ โคเวนทรีกับโอลิเวอร์ สคิปป์จะต้องทำหน้าที่สำคัญในการสกัดกั้นการเชื่อมเกมนี้

โจนส์ยังอาจเลือกให้ทีมยืนกระชับตั้งแต่ต้นเกมเหมือนนัดกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด หากเป็นเช่นนั้น แม้เบิร์นลีย์จะครองบอลได้นาน ก็ไม่ได้แปลว่าจะสร้างโอกาสในเขตโทษได้มาก นัดเปิดบ้านพบดาร์บี เคาน์ตี เบิร์นลีย์ครองบอล 52% แต่ยิงเพียง 6 ครั้ง และทำประตูได้ครั้งเดียวจากลูกเตะมุมของปิเรสที่อัมดูนีโหม่งเข้าเป้า ผู้เล่นตัวจริงที่คาดการณ์ไว้ในวันนี้ 9 คนลงเป็นตัวจริงในเกมนั้น หากชาร์ลตันเน้นตั้งรับ เกมกับดาร์บี เคาน์ตีที่เบิร์นลีย์สร้างโอกาสได้จำกัดก็น่าจะบอกอะไรเกี่ยวกับเกมรุกของพวกเขาได้มากกว่าเกมยิง 4 ประตูใส่วัตฟอร์ด

การดวลกันระหว่างฮาตาเตะกับโคเวนทรีสำคัญไม่ว่าทั้งสองทีมจะเลือกเล่นแบบไหน ฮาตาเตะมีส่วนกับประตูขึ้นนำในเกมกับวัตฟอร์ด และนาทีที่ 25 เขายิงประตูจากจังหวะเก็บบอลที่กระดอนออกมาหลังปิเรสเปิดจากฝั่งซ้ายแล้วถูกสกัด โคเวนทรีเสียจุดโทษไปแล้ว 2 ครั้งในฤดูกาลนี้ เมื่อชาโลบาห์ไม่อยู่ โจนส์จึงเปลี่ยนโคเวนทรีหรือสคิปป์เป็นกองกลางที่เล่นบทบาทเดียวกันได้ยาก หากฮาตาเตะหันหน้าเข้าหาประตูแล้วรับบอลได้ โคเวนทรีต้องตัดสินใจให้แม่นยำว่าจะเข้ากดดันเมื่อไรและควรยืนตรงไหน โจนส์อาจแก้เกมด้วยการส่งกองหลังลงมา เปลี่ยนเป็นระบบ 5-3-2 และเพิ่มผู้เล่นในแดนกลาง เหมือนที่ทำในเกมกับบริสตอล ซิตี

เกมริมเส้นของทั้งสองทีมมีทิศทางต่างกัน ปิเรสของเบิร์นลีย์เปิดบอลและเล่นลูกเตะมุมจากฝั่งซ้าย เขามีส่วนกับประตูทั้งในเกมกับดาร์บี เคาน์ตีและวัตฟอร์ด ส่วนเกมรุกจากโอเพนเพลย์ของชาร์ลตันมักเริ่มที่ฝั่งซ้ายซึ่งมีแคมป์เบลล์ หากแคมป์เบลล์กับจอช เอ็ดเวิร์ดส์ แบ็กซ้าย เติมเกมขึ้นไปพร้อมกัน ไคล์ วอล์กเกอร์ แบ็กขวาของเบิร์นลีย์ก็ต้องรับมือ หากเบิร์นลีย์ให้กองกลางฝั่งขวาลงมาช่วยเกมรับ ชาร์ลตันก็ต้องหาทางทำประตูอื่นนอกจากการพึ่งลูกครอสของแคมป์เบลล์

ลูกตั้งเตะเป็นอีกช่องทางที่ชัดเจน ลอยด์ โจนส์ เซ็นเตอร์แบ็กของชาร์ลตันยิงไปแล้ว 3 ประตูในฤดูกาลนี้ เขาทำประตูจากลูกทุ่มไกลของซันนี แครีย์ในเกมกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ส่วนลูกเตะมุมของแกรนต์ก็สร้างอันตรายให้คู่แข่งได้ เบิร์นลีย์เสียประตูจากลูกโหม่งหลังลูกเตะมุมในเกมกับบริสตอล ซิตี และในเกมกับนอริช ซิตี พวกเขาสกัดบอลหลังลูกเตะมุมไปเข้าทางกองหน้าคู่แข่ง การขาดฮัมฟรีส์กับไบเออร์ยังทำให้ตัวเลือกเปลี่ยนเซ็นเตอร์แบ็กมีจำกัด แม้ชาร์ลตันจะครองบอลเป็นรอง แต่ก็มีเหตุผลให้ลุ้นประตูจากลูกเตะมุมและลูกทุ่มไกล

การจัดการเกมหลังได้ประตูแรกจะเป็นบททดสอบของทั้งสองทีม หากเบิร์นลีย์ขึ้นนำ ชาร์ลตันต้องแก้ปัญหาที่เพรสซิ่งมักแผ่วลงหลังเสียประตูในเกมเยือน แต่เบิร์นลีย์เองก็ยังยิงประตูที่สองไม่ได้ในทั้ง 2 เกมลีกในบ้านที่ขึ้นนำก่อนฤดูกาลนี้ หากชาร์ลตันรักษาระยะห่างของทีมและยื้อเกมไว้ได้ ลูกตั้งเตะช่วงท้ายเพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้เบิร์นลีย์เสียประตูตีเสมอได้ หากชาร์ลตันขึ้นนำก่อน ชัยชนะก็ยังไม่แน่นอนเช่นกัน ในเกมล่าสุดกับบริสตอล ซิตี ชาร์ลตันขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 8 แต่หลังจากนั้นจ่ายบอลไม่แม่นและถอยไปเน้นรับ ก่อนเสียจุดโทษให้คู่แข่งตีเสมอในนาทีที่ 27

การแก้เกมช่วงครึ่งหลังของโจนส์มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว ในนาทีที่ 53 ของเกมกับบริสตอล ซิตี เขาส่งเคน แรมซีย์กับอีวาน เมซิกลงสนาม และปรับเป็น 5-3-2 หลังจากนั้นทีมคุมบอลได้มั่นคงขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ลูกฟรีคิกของฮาร์วีย์ นิบบส์และลูกทุ่มไกลของซันนี แครีย์ได้หลังเปลี่ยนตัว เบิร์นลีย์ยังมีฮาตาเตะกับปิเรสที่ช่วยเกมรุกได้ แต่ตัวเลือกเปลี่ยนกองกลางและเซ็นเตอร์แบ็กมีไม่มาก เมื่อคำนึงถึงโปรแกรมที่ต้องลงเล่นอีกครั้งในอีก 3 วัน ประเด็นสำคัญคือหลังผ่านนาทีที่ 60 เบิร์นลีย์จะยังเพรสซิ่งคู่แข่งได้ด้วยความเข้มข้นเท่าเดิมและรับมือลูกตั้งเตะได้หรือไม่

3. บทสรุปและคำทำนาย

เบิร์นลีย์มีโอกาสครองบอลได้นานกว่า และอาจขึ้นนำก่อนจากการเชื่อมเกมของฮาตาเตะกับเกมรุกทางซ้ายของปิเรส แต่หากชาร์ลตันรักษาระยะห่างระหว่างผู้เล่นได้ โอกาสของเบิร์นลีย์อาจมีไม่มาก นัดพบดาร์บี เคาน์ตีมีผู้เล่น 9 คนจาก 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงเล่นวันนี้เป็นตัวจริงเหมือนกัน แต่พวกเขาเปลี่ยนการครองบอลในบ้านให้เป็นโอกาสยิงได้ไม่มาก แรมซีย์พลาดเกมนั้นและจะไม่ได้ลงเล่นเกมนี้เช่นกัน ส่วนการลงสนามของอัมดูนียังไม่แน่นอน หากเบิร์นลีย์ขึ้นนำแล้วทำประตูที่สองไม่ได้ ชาร์ลตันก็จะมีเวลาลุ้นตีเสมอด้วยการปรับแผนและใช้ลูกตั้งเตะในครึ่งหลัง

ตลาดประเมินว่าเบิร์นลีย์เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยอิงจากคุณภาพขุมกำลัง ชัยชนะ 4-0 เหนือวัตฟอร์ด และความพ่ายแพ้ในเกมเยือนช่วงหลังของชาร์ลตัน ความแตกต่างด้านคุณภาพขุมกำลังมีอยู่จริง แต่เรามองว่าราคายังให้น้ำหนักไม่พอกับการที่เบิร์นลีย์ทำแต้มหล่นหลังขึ้นนำในบ้าน และชาร์ลตันมีโอกาสใช้ลูกตั้งเตะซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เบิร์นลีย์เคยเสียประตู อีกทั้งตัวเลือกสำรองในแดนกลางและเซ็นเตอร์แบ็กของเบิร์นลีย์ยังมีจำกัด ซึ่งอาจส่งผลในช่วงท้ายเกม

เราคาดสกอร์ 1-1 รูปเกมที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดคือเบิร์นลีย์ขึ้นนำจากเกมรุกของฮาตาเตะกับปิเรส แต่ทำประตูเพิ่มไม่ได้ ขณะที่ชาร์ลตันตามตีเสมอหลังปรับเป็น 5-3-2 และใช้ลูกเตะมุมของแกรนต์หรือลูกทุ่มไกลของซันนี แครีย์ มุมมองนี้อาจเปลี่ยนไปหากเบิร์นลีย์ยังเดินหน้าบุกหลังขึ้นนำ หากพวกเขาสร้างโอกาสต่อเนื่องในช่วงสั้น ๆ ได้เหมือนเกมกับวัตฟอร์ด ชาร์ลตันก็อาจเจอปัญหาเดิม คือเสียประตูก่อนในเกมเยือนแล้วกลับมาตั้งเกมรับไม่ทัน

0 อ้างอิง

ความคิดเห็น0

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย

โพสต์ล่าสุด · นัดที่กำลังจะมาถึง

โพสต์ล่าสุด

นัดที่กำลังจะมาถึง