เรอัลโซเซียดัดสามารถบุกกดดันซ้ำ ๆ ได้จากการเชื่อมเกมของโอยาร์ซาบัล ส่วนเลบันเต (สเปน) ก็มีโอกาสเล่นงานแนวรับที่ยังจัดระเบียบไม่ลงตัว ด้วยการสอดขึ้นมาของผู้เล่นและจังหวะเก็บบอลกระดอน รีโอ อาเวอ กับฟามาลิเคาเป็นอีกเกมที่ต้องวัดกันระหว่างการประสานเกมรุกที่ใช้การได้ กับการครองบอลที่มักจบลงด้วยการยิงที่ไม่ได้ลุ้นมากนัก สำหรับทั้งสองเกม คุณภาพของจังหวะรับบอลสำคัญกว่าการครองพื้นที่
โพสต์ทั้งหมด · หน้า 113
สตาดแรแนมีโอกาสเล่นให้ราซิงเกลิบเดอสทราซบูราลซัสต้องยืดตัวออกมา ทั้งจากการเล่นริมเส้นและการเข้าชนลูกที่เสาไกลในกรอบเขตโทษ ส่วนออแล็งปิกเดอมาร์แซย์ก็น่าจะกดดันเอาพื้นที่ได้ เพราะกองทัพคนจ่ายบอลริมเส้นกลับมาครบ ขณะที่เลออาฟวร์ อาเซยังมีทางออกหลังโดนเพรสซิ่งรอบแรก ทั้งสองเกมงานสำคัญอยู่หลังจังหวะส่งบอลแรก เมื่อต้องคอยดูคนวิ่งเข้าทำและลูกเก็บสองให้ดี
อูนีโอเนสปอร์ตีวาเลชเชมีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะและการเชื่อมบอลไปยังตัวพักบอล ขณะที่ยูเวนตุสน่าจะครองพื้นที่บุกได้ต่อเนื่องกว่า ส่วนเกมที่บรากาไปเยือนนาซิอองนาลเป็นการดวลคนละรูปแบบ ระหว่างการต่อบอลเจาะตรงกลางกับเจ้าบ้านที่มองหาจังหวะปล่อยบอลขึ้นหน้าเร็ว ทั้งสองเกมขึ้นอยู่กับว่าการครองบอลจะนำไปสู่การรับบอลในจุดที่ได้ลุ้นหน้าประตูหรือไม่
อ็องเชร์และโลเรียงจะมาวัดกันที่การขึ้นเกมริมเส้น การป้องกันในกรอบเขตโทษ และการเปลี่ยนจังหวะแรกหลังแย่งบอลกลับมาได้ ส่วนซันเดอร์แลนด์และลีดส์ (อังกฤษ) ต่างก็เจอกับโจทย์ที่คล้ายกันในการเชื่อมบอลจากคนรับบอลจังหวะแรกไปยังตัววิ่งคนถัดไป ในแต่ละแมตช์ บทบาทและหน้าที่ในสนามชั่วโมงนี้มีความสำคัญมากกว่าการเทียบผลการแข่งขันแบบตรง ๆ
เกมของเซลตาเดบิโกกับเรอัลเบติสจะวัดกันที่การรับบอลในแดนกลางและพื้นที่ด้านนอกแนวรับสามคนของเจ้าบ้าน ส่วนสปาร์ตาโรตเตอร์ดัมพบอาเอฟเซ ไอแอ๊กซ์ เป็นการดวลกันระหว่างทีมเยือนที่ครองบอลกับแนวรับที่ยืนกระชับและยังมีทางเลือกในการขึ้นเกมรุก ทั้งสองคู่มีบทบาทของตัวสำรองที่ลงตัว ซึ่งบอกอะไรได้มากกว่าผลการแข่งขันช่วงที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว
บาเยิร์นยังมีการประสานงานเกมรุกที่อันตรายจากเคนกับโอลิเซ่ ส่วนไฟรบวร์กก็มีโอกาสเข้าทำจากการเล่นริมเส้นและลูกตั้งเตะ อย่างไรก็ตาม การขาดมิดฟิลด์ตัวกลางชุดเดิมของบาเยิร์นทำให้การครองเกมต่อเนื่องเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แยกจากการสร้างโอกาสแรก ขณะที่ไฟรบวร์กมีศักยภาพแย่งบอลจังหวะสอง จึงมีแนวโน้มเป็นเกมที่สูสี
โอเซร์สามารถสร้างโอกาสเข้าทำได้จากการต่อบอลที่แม่นยำและจังหวะวิ่งทะลุแนวรับ โดยไม่จำเป็นต้องครองบอลเป็นส่วนใหญ่ เลอม็องมีตัวพักบอลในแดนหน้าที่เล่นบอลจังหวะเดียวได้ดี แต่ตำแหน่งเกมรับและฝั่งซ้ายของพวกเขากำลังมีการเปลี่ยนแปลง เกมนี้จุดตัดสินน่าจะอยู่ที่คุณภาพของการจ่ายบอลจังหวะสอง และการรับมือหลังจากการเคลียร์บอลจังหวะแรก
เอสโตริลอาจครองบอลและหาจังหวะยิงได้เยอะ แต่กลับเปลี่ยนพื้นที่ครองเกมเหล่านั้นให้เป็นความได้เปรียบแบบเด็ดขาดไม่ได้ ขณะที่โมไรเรนเซมีวิธีเล่นแบบไดเรกต์ที่โจมตีเข้าช่องว่างระหว่างแดนกลางกับแนวรับของเจ้าบ้าน จุดชี้ขาดสำคัญอยู่ที่การผ่านบอลจังหวะแรกขึ้นหน้าทันทีหลังแย่งบอลได้ ตามด้วยการคุมจังหวะในเกมบุกระลอกถัดไป
เกมรุกที่เล่นบอลออกด้านข้างได้หลากหลายของอาแซด อัลค์มาร์ จะเจอกับตแว็นเตอที่เพรสจังหวะจ่ายบอลแรกในแดนกลางและโจมตีพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กที่เติมสูงได้ ส่วนบาร์เซโลนาที่ครองบอลสูงกับเรอัลมาดริดที่โต้กลับเร็วจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง จะทำให้เกมมีจังหวะที่ต่างออกไปมาก ทั้งสองคู่ การครองบอลครั้งถัดไปหลังเสียบอลสำคัญกว่าจำนวนครั้งที่ยิงประตู แต่ละทีมยังมีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะที่ใช้เล่นงานคู่แข่งได้ แม้ต้องไม่มีบอลอยู่ช่วงหนึ่ง
ไฟรบวร์กใช้ลูกยาวกว้างและเกมริมเส้นสร้างแรงกดดันตั้งแต่ต้นเกมใส่แนวรับสูงของบาเยิร์นมิวนิกได้ ส่วนบาเยิร์นก็ตอบโต้ด้วยการแย่งบอลคืนต่อเนื่องและจ่ายบอลเร็วเข้ากรอบเขตโทษ อูนีโอเนสปอร์ตีวาเลชเช พบ ยูเวนตุส คืออีกคู่ที่ต้องดูว่าลูกตั้งเตะจะสู้การเดินบอลทางตรงกลางได้แค่ไหน และทั้งสองทีมมีโอกาสไล่เก็บบอลที่สองได้ทั้งคู่ การจบสกอร์หลังเข้าทำครั้งแรกน่าจะเป็นตัวชี้ขาดทั้งสองเกม
ตัวสร้างสรรค์เกมหลักของเรอัลโซเซียดัด (สเปน) สามารถดึงแนวรับของเลบันเต (สเปน) ให้ขยับเข้าหาบอล ก่อนจ่ายให้ตัววิ่งเติมทางริมเส้นได้ เลบันเตแสดงให้เห็นแล้วว่ารับมือบอลจังหวะสองได้รวดเร็ว เมื่อแรงกดดันเปิดพื้นที่ด้านหลัง ขณะที่นาซิอองนาลก็มีทางออกจากการครองบอลของบรากาด้วยการเล่นบอลยาวไปทางซ้าย การประสานงานทางขวาของบรากาเองทำให้การจัดแนวรับใหม่ครั้งแรกมีความสำคัญในทั้งสองนัด
การลำเลียงบอลและการเปิดบอลเข้าทำของอ็องเชร์จะต้องเจอกับแนวรับโลเรียงที่คอยตัดเกมรุกคู่แข่งในกรอบเขตโทษของตัวเองมาโดยตลอด ขณะที่สตาดแรแนสามารถใช้วิงแบ็กดันสูงเพื่อดึงแนวสกรีนของราซิงเกลิบเดอสทราซบูราลซัสให้เปิดออก ส่วนสทราซบูร์ก็สามารถเจาะเข้าพื้นที่ว่างที่วิงแบ็กเหล่านั้นทิ้งไว้ได้เช่นกัน ทั้งสองคู่ต่างมีช่องทางลุ้นประตูจากการจ่ายบอลแรกออกด้านข้าง และจังหวะเข้าปะทะของเกมรับถัดจากบอลจังหวะนั้นน่าจะเป็นจุดตัดสิน
เซลตาเดบิโกกับเรอัลเบติสน่าจะผลัดกันครองบอลเป็นช่วง ๆ แต่จังหวะเข้าทำในระยะหลังยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นโอกาสยิงแรกที่มีคุณภาพเท่ากัน ที่รอตเตอร์ดัม อาเอฟเซ ไอแอ๊กซ์อาจเพรสซิ่งสูง ขณะที่สปาร์ตาโรตเตอร์ดัมมองหาการวางบอลยาวและเก็บบอลจังหวะสอง ทั้งสองเกมน่าจะตัดสินกันที่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเคลียร์บอลครั้งแรก ผู้เล่นริมเส้นและลูกตั้งเตะเป็นช่องทางที่แต่ละทีมใช้เปลี่ยนจังหวะเกมได้ตั้งแต่ต้น
โอเซร์พบเลอม็อง น่าจะเป็นเกมที่ทั้งสองทีมงัดกันตั้งแต่จังหวะส่งบอลแรก แต่มาจากคนละรูปทรงกันเลย แนวรับที่เกาะกลุ่มแน่นของโอเซร์ปล่อยบอลผ่านกลางสนามไปหาแนวสอดที่ขึ้นไปอยู่หลังแนวรับได้ ส่วนเลอม็องก็กดดันจุดส่งบอลนั้น แล้วมองหามาฟูตาหรือจังหวะลูกตั้งเตะ คุณภาพของการยิงที่สะอาดครั้งแรกน่าจะเป็นตัวชี้ว่าช่วงกดดันของฝั่งไหนสำคัญกว่า
เรอัลโซเซียดัดและเลบันเตมีทางทำร้ายกันได้ทั้งคู่ เมื่อผ่านแนวรับแรกเข้าไปได้ ส่วนอาแซด อัลค์มาร์กับตแว็นเตอก็ส่งบอลเข้าสู่จุดยิงทั้งริมเส้นและกลางสนามได้เหมือนกัน แต่สกอร์ใหญ่ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีมมาจากสถานการณ์คู่แข่งที่ต่างกันมาก ทั้งสองคู่นี้ จำนวนการเข้าทำต่อเนื่องที่สะอาดสำคัญกว่าตัวเลขการยิงรวม
ซันเดอร์แลนด์กับลีดส์ต่างก็เปลี่ยนจังหวะแรกที่เสียการควบคุมให้เป็นเกมบุกทันทีได้ ลีดส์มีแนวรับที่เหลือคอยคุมพื้นที่และวิงแบ็กที่เติมริมเส้นได้กว้าง จึงกดดันสูงได้ ขณะที่ซันเดอร์แลนด์ต่อบอลขึ้นมาทางชาก้ากับซาดิกี หรือวางบอลยาวให้กองหน้าตัวเป้าได้ การครองบอลเกมรับครั้งแรกหลังจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสร้างโอกาสได้จะสำคัญพอ ๆ กับการครองพื้นที่ ช่วงหลังทั้งสองทีมยังมีช่องว่างระหว่างการพาบอลเข้าเขตโทษกับการจบสกอร์ให้คม
เอซี มิลาน สามารถบีบเพรสซิ่งใส่ อูดีเนเซกัลโช และขึ้นเกมผ่าน โมดริช ไปเปิดบอลจากด้านข้างได้ ขณะที่ อูดีเนเซ วางแผนเน้นเกมรับที่รัดกุมกว่าเดิมและใช้การจ่ายบอลจังหวะแรกแบบไดเรกต์ ส่วน บาร์เซโลนา (สเปน) และ เรอัลมาดริด น่าจะเปิดเกมบดใส่กันพร้อมกับออกบอลเร็วไปยังตัวรับบอลที่แข็งแกร่งที่สุด ทั้งสองคู่จะถูกตัดสินด้วยว่าโอกาสแรกจะนำไปสู่จังหวะเข้าทำครั้งที่สองที่ชัดเจนหรือไม่
ออแล็งปิกเดอมาร์แซย์น่าจะเดินเกมบุกผ่านริมเส้นที่ได้เปรียบเรื่องจำนวนคน ส่วนเลออาฟวร์ก็มองหาผู้รับตรงๆ ที่อยู่หลังแบ็ก ขณะที่ซันเดอร์แลนด์พบลีดส์เป็นอีกแมตช์ที่ต้องสู้กันระหว่างบอลจากริมเส้นกับการสัมผัสบอลแรกให้คมหลังจากนั้น ทั้งสองแมตช์ คลื่นลูกที่สองหลังการเคลียร์ครั้งแรกน่าจะเป็นตัวกำหนดสกอร์
สตาดแรแนและบรากาต่างสามารถสร้างแรงกดดันในแดนคู่แข่งผ่านพื้นที่ริมเส้นได้ทั้งคู่ ส่วนราซิงเกลิบเดอสทราซบูราลซัสและนาซิอองนาลเล่นเกมรับแล้วส่งบอลขึ้นหน้าโดยตรงจนถึงกรอบเขตโทษได้โดยไม่ต้องครองบอลนาน เกมเหล่านี้จึงขึ้นอยู่กับว่าจังหวะเอาตัวรอดครั้งแรกนั้นจะสามารถเชื่อมต่อไปสู่จังหวะเข้าทำต่อเนื่องได้หรือไม่ หลังจากที่แรงกดดันจากทีมเหย้าหรือทีมเยือนกลับมาอีกครั้ง
บาเยิร์นมิวนิกและยูเวนตุสต่างคุมพื้นที่ได้ด้วยการเพรสซิ่งและการขึ้นเกมริมเส้น ส่วนไฟรบวร์กกับอูนีโอเนสปอร์ตีวาเลชเชมีตัวรับบอลจังหวะบุกตรงและลูกตั้งเตะที่เปลี่ยนการแย่งบอลกลับมาได้เพียงครั้งเดียวให้กลายเป็นจังหวะเข้าทำในกรอบเขตโทษได้ จุดชี้ขาดของทั้งสองเกมคือบอลจังหวะถัดไปหลังลูกยิงถูกบล็อกหรือบอลเปิดถูกสกัด