ทั้งชิกะ เลกส์และนางาซากิต่างก็เกาะกลุ่มอยู่ที่อัตราการชนะราว .400-.444 ในตารางคะแนนบีลีกที่มี 26 ทีม แต่เส้นทางของทั้งคู่กลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง: ชิกะเน้นเปิดหน้าแลกแต้ม (ทำแต้มและเสียแต้มเฉลี่ยเกือบ 90 แต้มต่อเกม) ส่วนนางาซากิจะชนะก็ต่อเมื่อแต้มรวมออกมาต่ำ คำถามที่ผมอยากชวนมองคือ ชิกะจะสามารถลากทีมที่ทำแต้มได้เฉลี่ยแค่ราว 72 แต้มต่อคืนให้มาเล่นเกมเร็วเปิดหน้าแลกกันได้หรือไม่ หรือว่าเกมรับของนางาซากิจะชะลอจังหวะเกมเอาไว้ได้
ฝั่งชิกะ เลกส์ ในตารางคะแนนของเรา พวกเขาทำไปแล้ว 804 แต้มและเสียแต้ม 796 แต้มจากเก้าเกม แถมผลการแข่งขันช่วงหลังยังเหวี่ยงไปมาอย่างชัดเจน: ชนะชินชู 95-76 ก่อนจะบุกไปแพ้ฮิโรชิมะ ดี. 105-111 จากนั้นเล่นกับริวกิวแบบสองเกมติด ชนะ 98-72 และแพ้ 87-94 แล้วก่อนหน้านั้นสองวันก็เพิ่งแพ้ริวกิว 67-99 ก่อนจะกลับมาเอาชนะโกเบ 92-80 ทำให้เห็นว่าส่วนต่างแต้มของพวกเขากว้างมากทั้งเวลาชนะและแพ้ ซึ่งดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับว่าเกมเปิดกว้างและแลกกันเร็วแค่ไหน
ฝั่งนางาซากิ พวกเขามีสถิติ 4-6 ทำได้ 724 แต้มและเสียแต้ม 790 แต้ม ฟอร์มช่วงหลังออกมาเป็น ชนะ แพ้ แพ้ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ แพ้ แพ้ แพ้ โดยชัยชนะทั้งหมดของพวกเขา (ชนะกุมมะ 70-59, ชนะโกเบ 85-69, บุกชนะซากะ 84-66) ล้วนเกิดขึ้นจากการจำกัดแต้มคู่แข่งให้อยู่ต่ำกว่า 70 แต้มทั้งสิ้น ส่วนเกมที่แพ้โตเกียว ซันร็อกเกอร์ส (63-95) และชิบะ (65-82) ก็เป็นภาพสะท้อนกลับกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ในช่วงกลางของฟอร์มชุดดังกล่าว พวกเขายังมีเกมที่แพ้เคซีซี อีจิส 83-98 ในรายการอีสต์เอเชียซูเปอร์ลีกอีกด้วย
ทั้งสองทีมได้พักมาสองวันเท่ากัน ดังนั้นผมจึงไม่คิดว่าเรื่องความล้าจะเป็นประเด็นสำคัญ จุดที่น่าจับตามองมากกว่าคือควอเตอร์แรก: ถ้าชิกะเร่งจังหวะจนแต้มมีโอกาสแตะหลัก 90 ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ สถิติของนางาซากิก็ฟ้องว่าพวกเขามีวิธีรับมือไม่มากนัก แต่ถ้ากลายเป็นเกมที่บดกันช้า ๆ สถิติเหย้า-เยือนของชิกะที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอก็จะยิ่งทำให้ฝากความหวังได้ยากขึ้น แหล่งข้อมูล: บันทึกการแข่งขันและตารางคะแนนของเราสำหรับคู่นี้ โดยยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้เล่นตัวจริงหรือข้อมูลผู้เล่นบาดเจ็บ