อาแซด อัลค์มาร์ พบ โกรนิงเกน เป็นเกมที่การเพรสซิ่งสูงจะเปลี่ยนเป็นจังหวะจบสกอร์ อาแซดสามารถชิงพื้นที่และบีบให้โกรนิงเกนต้องตั้งรับจังหวะบุกเข้าพื้นที่สุดท้ายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โกรนิงเกนก็มีตัววิ่งมากกว่าหนึ่งคนคอยเล่นเกมโต้กลับเร็ว ส่วนคู่ระหว่างเลอม็องกับโมนาโกก็มีโจทย์การตัดบอลจังหวะแรกที่คล้ายกัน โดยเจ้าถิ่นที่เล่นเพรสซิ่งพร้อมตัวจ่ายออกข้างต้องเจอกับทีมเยือนที่มีตัวจบสกอร์หลายคน ทั้งสองคู่ล้วนตัดสินกันที่ว่า ทีมเยือนหรือเจ้าบ้านที่แกร่งกว่าจะสามารถสร้างโอกาสจบสกอร์เหน่ง ๆ ในกรอบเขตโทษเพิ่มได้อีกหรือไม่หลังจากออกนำไปก่อน
เกมรุกช่วงหลังของอาแซดพาบอลเข้ากรอบเขตโทษได้ก็จริง แต่จังหวะยิงหลายครั้งกลับติดบล็อกหรือไม่ก็ติดเซฟ โกรนิงเกนสามารถเก็บบอลจังหวะแรกผ่านวิลลุมส์สัน แล้วเปิดพื้นที่ให้ฟาน เบอร์เกน กับออนเดรย์กา ขยับไปรับบอลในจุดที่ต่างกัน แนวรุกชุดนี้ของโกรนิงเกนเพิ่งลงเล่นกับสปาร์ตามา ส่วนทางฝั่งอาแซดนั้น สมิต เพิ่งกลับมาลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมกับยูเวนตุส ขณะที่ฮอร์นแคมป์และเรซิงก์ยังไม่มีชื่อ อาแซดมีเวลาฟื้นตัวไม่มากหลังเกมกับยูเวนตุส ดังนั้นการโจมตีเร็วและระลอกสองของโกรนิงเกนจึงน่าจะมีบทบาทต่อเนื่องเมื่อเกมเปิดแลกกัน ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกอยู่ฝั่งโกรนิงเกน โดยมองว่าอาแซดจะชนะได้ไม่ขาด
เลอม็องสามารถใช้กองหน้าสองคนคอยบดมิดฟิลด์ตัวรับของโมนาโก และถ่ายบอลจากเบรอแตลต่อไปยังกาโลดาต์, มาฟูตา และดิยัลโล ซึ่งกาโลดาต์กับเบรอแตลรวมถึงกองหน้าทั้งสองคนได้ลงเล่นในเกมที่แล้ว แม้จะไม่มีบูราบา, โกลา และซีดีเบ ก็ตาม ส่วนโมนาโก แม้จะไม่มีฟาตีกับมูซัมโบ แต่ขุมกำลังชุดเยือนก็ยังมีบาโลกัน, บรุนเนอร์ และตัวจบสกอร์คนอื่น ๆ พร้อมใช้งาน การที่เลอม็องมีตัวสร้างสรรค์เกมที่เล่นเข้าขากันและมีเวลาพักฟื้นมากกว่า ทำให้เจ้าถิ่นน่าจะตอบโต้ได้ต่อเนื่องหลังจากที่โมนาโกครองบอลทำเกม ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกอยู่ฝั่งเลอม็อง โดยมองว่าจะต้านทานไม่ให้ระยะห่างขาดลอยได้