ทั้งอูเทร็คท์และเอ็นอีซี ไนเมเคิน ต่างมีวิธีแก้การเพรสซิ่งแดนบนของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันการดันไลน์สูงของทั้งคู่ยังเปิดพื้นที่ให้โดนบุกสวนซ้ำได้อีกหลังจากมีประตูเกิดขึ้น แถมจังหวะเตะมุมและบอลสองที่ชุลมุนก็ช่วยให้เกมแลกหมัดกันต่อเนื่อง แม้ลูกยิงแรกจะถูกเซฟไว้ได้ก็ตาม
อูเทร็คท์สามารถขึ้นเกมออกริมเส้นไปที่คาธลีนและอาลาร์กอน ส่วนไนเมเคินก็ตัดบอลตรงกลางแล้วจ่ายต่อให้เชอรีกับลินส์เซนได้ อูเทร็คท์เคยตามตีเสมอในเกมกับเทลสตาร์แต่ก็กลับมาเสียประตูอีกรอบ ขณะที่จังหวะคัมแบ็กของไนเมเคินในเกมกับโอโมเนียและโกรนิงเกนก็มาจากการเล่นลูกตั้งเตะช่วงท้ายเกมและตัวสำรอง สำหรับบทบาทที่คาดการณ์ไว้ของบาร์กาส, สตอร์ม, ชูร์ส, ทาดิช และซานด์เลอร์ ยังมีเครื่องหมายคำถามเรื่องการจำกัดเวลาลงสนาม ดังนั้นรูปแบบการเล่นจริงในสนามช่วงหลังจึงเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากกว่า ผมจึงมองว่าคู่นี้น่าจะมีจังหวะจบสกอร์อย่างต่อเนื่องจากทั้งสองฝั่ง